แก้ไขกระทู้
สวัสดีจ้า สมาชิกทุกท่าน
คือเรามีเรื่องกังวล และทุกข์ใจ มาระบาย และขอคำแนะนำ คือ น้องสุนัขของเรา พันธุ์โกลเด้นผสมลาบราดอร์ อายุ 8 ขวบ ตอนมีนาคม หนัก 40 พฤษภาคม หนัก 36 และ กค (ช่างเมื่อวาน)หนัก 38
คือช่วงต้นมีนาคม เราสังเกตเห็นน้องทานน้ำเยอะ และหอบ แต่ยังคงกินข้าว และ วิ่งเล่น ได้ตามปกติ แต่เราก็กลัวว่ามีโรคไหม ก็เลย พาน้องไปตรวจดู ที่ สัตว์แพทย์ ลาดพร้าวซอย7 ที่รักษากันมานาน ก็ไปเล่าอาการให้หมอฟัง คุณหมอบอกว่า "มันร้อน" แต่เราก็สงสัย ว่า มันจะเกิดจากสาเหตุความร้อน สาเหตุเดียวเหรอ ? เพราะสุนัขแถวบ้านที่เขาเลี้ยงข้างนอกบริเวณบ้าน มีขน เขาไม่มีหอบเลย สุนัขเราซิเลี้ยงในบ้าน เปิดพัดลมให้ มีน้ำเย็นเตรียมพร้อมตลอด มันจะร้อนถึงกับหอบ ได้อย่างไร?
   คุณหมอ เลย ถาม อายุ และก็จับ x-ray ปรากฏ หัวใจโต คุณหมอบอกว่า หัวใจสุนัขมันควรจะอยู่ในบริเวณ 3ซีโครง ตรงนี้ แต่ของโมจิ เกินมาหน่อย กับมีน้ำในปอด นิดหน่อย เลย จ่ายยาปรับความดัน กินตลอดชีวิต และ ยาขับน้ำมากิน และก็บอกว่า ถ้าหอบก็เปิดแอร์  ซึ่งคุณน้าที่ไปด้วยก็บอกหมอไปว่า ครอบครัวเราไม่สามารถจะเปิด แอร์ทั้งวัน ได้ เพราะรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว จะเปิดแอร์ได้ก็ช่วง3ทุ่มถึง ตี5 แต่ช่วงเวลาอื่นเปิดพัดลม ตลอดนะ หมอก็บอก หน้าร้อนเปิดพัดลม มันก็ยิ่งร้อน , ให้ตัดขน ซึ่งคุณน้าก็ไม่อยากให้ตัด เพราะ จะเหมือนหมาป่วย (ส่วนตัวเรา เราคิดว่าถ้ามันจะช่วยให้สุนัขหายหอบได้ เราก็ยินดี แต่อีกใจคือ กลัวโกนขนแล้วจะไม่ได้ผล อย่างที่บอก สุนัขแถวบ้าน ก็มีขน เลี้ยงภายนอกตัวบ้าน เขาก็ไม่ได้หอบอะไรเลย และก็ได้ปรึกษาสัตวแพทย์ที่ขายอาหารสุนัขโรคหัวใจ ที่ อตก เขาก็บอกว่า สุนัขะบาย ความร้อนทางปาก กับอุ้งเท้า เท่านั้น เอง โกนขนก็ไม่ได้ช่วยมากหรอก ก็เลยคิดว่า การตัดขนไม่น่าจะเวิร์ค ) แต่ก็ต้องให้คุณน้าตัดสินใจ เพราะเขาเป็นผู้ใหญ่ และก็เป็น เจ้านาย เราด้วย ก็เลยรับยา จ่ายตัง กลับบ้าน

     จากนั้นทุกวัน ก็ป้อนยาปรับความดัน ยาขับน้ำ จนหมด เราก็สอบถามหมอว่า ยาขับน้ำหมดแล้ว ต้องกินต่อไหม หมอเขาบอก ถ้าไม่ไอ ก็ไม่ต้องกินแล้ว ซึ่งคุณหมอก็ไม่ตรวจไม่ซักอะไรต่อ เราก็ คอยสังเกตุ อาการมาเรื่อยๆ มีบางวันน้องสุนัขหอบมาก เราก็กังวล ปรึกษาน้า  คุณน้าเขาก็บอก ถ้ามันกินข้าวได้ ยัง alert ก็ไม่เป็นไรหรอก ซึ่งก็ต้องยอมรับว่า น้องสุนัขเรา  alert มากจิงๆ ถึงจะหายใจแรงหอบ แต่ก็คึกมากๆ ห้ามก็ไม่ฟัง และกินข้าวได้ปกติ แต่ตัวเราเองก็กังวล เพราะอ่านตามเวปไซต์ ว่า อย่าปล่อยให้หายใจแรงมาก มันจะอันตราย  เราก็เครียด ปรึกษาที่บ้านเขาก็บอก ไม่เป็นไรหรอก ถ้ามันซึม กินข้าวไม่ได้ ค่อยไป  ซึ่งเราไม่อยากรอให้มันต้องอาการหนัก แบบนั้น ใจ อยากจะพาไปตรวจ รพสัตว์เกษตร ให้ละเอียด กว่านี้ แต่ก็ไม่มีใครเห็นด้วยเลย ขัดที่บ้านก็ไม่ได้ 😭😭, เราก็ทำได้แต่ เวลาสุนัขหอบ ก็เอาน้ำเย็นๆมาให้กิน และคอยเช็ด ขา เพื่อระบายความร้อนให้ ซึ่งเราไม่เคยมีความสุขเลย เพราะเรารู้สึกทุกข์ใจ เหมือนว่ารักษาไม่ตรงอาการ ก็รู้สึดอึดอัดมาถึงเดือน กรกฎาคม จนกระทั้ง วันเสาร์ที่ผ่านมา น้องหายใจแรง หอบทั้งวัน แต่ก็ยังคงกินข้าว, วิ่งเล่น ได้ตามปกติ แต่จะ "หายใจแฮ็กๆ" ทั้งวัน เราก็เครียดร้องไห้ คือทำไร ไม่ได้ บอกคุณน้าเขาก็บอกให้รอวันอาทิตย์ที่21 ค่อยไป เพราะคนที่ว่าจ้างรถพาไปหาหมอเขาว่างวันนั้น น้าก็บอกอย่าเครียด ไม่เป็นไรหรอก แต่การที่เราดูแลน้องสุนัข ต้องเห็น ต้องฟังน้องหายใจแรงแบบนั้น ใครจะหายเครียดได้ กลัวน้องหัวใจวาย  จนกระทั่งเปิดแอร์สามทุ่ม เหมือนน้องก็ดีขึ้น แต่ ก็ยังมีอาการ หายใจแรงและหอบ เวลาตื่นขึ้นมา ซึ่งเราทำได้แค่ เวลาน้องหอบ เราเอาน้ำเย็นป้อน เขาก็จะรู้สึกดีขึ้น และสักพักก็หลับต่อ

   จนเมื่อวานเราและคุณน้า ก็ได้ไปหาหมอ ซึ่งก็มีคนเยอะเหมือนกัน คุณหมออ่านประวัติ และก็บอกเดี๋ยวจะฉีดยากันเห็บหมัด หนอนหัวใจให้ ตามที่นัด เราก็ปรึกษาเรื่องน้องหายใจแรง หอบ , คุณหมอถามว่า แล้วเขากินข้าวได้ไหม ก็บอก กินได้ปกติ วิ่งเล่นปกติ น้ำหนักขึ้น แต่หายใจหอบทั้งวัน คุณหมอก็ตอยกลับมาว่า งั้นไม่เป็นไรหรอก คือ ถามว่าดีใจไหม ก็ดีใจที่หมอบอกไม่เป็นไร แต่อีกใจก็สงสัย ถ้าไม่เป็นไรจะหอบทั้งวันได้อย่างไร ก็เลยบอกคุณหมอ ว่า แล้วน้องจะมีน้ำในท้องไหม ท้องมาน รึเปล่า? หมอก็บอก ไม่ใช่หรอก แค่อ้วน  โดยที่ไม่ x Ray ดูใดๆ เราก็เลยขอตรวจเลือด ตรวจสุขภาพน้องสุนัข เพราะเรากลัวจะมีโรคไต เพราะช่วงนี้น้องก็ทานน้ำเยอะ และ ฉี่บ่อย รึโอาจะมีโรคอื่นๆแทรกซ้อน เพราะคุณหมอท่านนึงบอกว่า อย่าให้สุนัขหายใจแรง เดี๋ยวไตทำงานหนัก เราก็เลยอยากเจาะเลือด ถ้าเกิดมีปัญหาอะไร จะได้แก้ทัน  คุณหมอก็โอเค สักพักเรียกไป เจาะเลือด และก็บอก เพิ่งเจาะต้นปีเองนะ หมอว่า ยังไม่ต้องเจาะตรวจ ก็ได้นะ ซึ่งคุณน้าที่ไปด้วย ก็เห็นด้วยกับหมอ แต่เราบอกขอเจาะเถอะจะได้สบายใจ ก็เจาะไป และ เดี๋ยวจะโทรมาบอกผล (ผ่านไป1วันยังไม่โืทรเลย)  พอเมื่อเช้า หลังจากพาเดิน ให้ข้าวกินเสร็จ น้องก็หลับไปแป๊ปเดียว แล้วก็ตื่นมาหอบอีก เราก็ป้อนน้ำ ไป สักแป๊ปหอบอีก ซึ่งวันนี้อากาศก็ไม่ร้อน น้องก็เดินไปเดินมา หายใจแฮ็กๆ เราก็เครียดอีก แต่จะปรึกษาใครก็ไม่ได้ บอกกับคุณน้า ก็บอกเหมือนเดิม คือ ไม่เป็นไรหรอก สงสัยนอนเยอะเลย ไม่นอน คือ เรารู้สึกโกรธกับเหตุผล มาก คือ เรารู้ทุกคนที่บ้านรักน้องสุนัข ไม่งั้นเขาคงไม่นั่งต้มไก่ ต้มตับ ให้สุนัขกินทุกวันหรอก ( คุณหมอสั่งให้กิน ไก่ต้ม ตับต้ม ผัก) แต่แค่แบบ ทำไมเห็นสุนัขหอบแบบนี้ทำไมถึงแบบชิลได้ รึเราเองปล่อยวางเองไม่ได้ไม่รู้ เพราะด้วยความบ้านเราขายของ เราทำานกับที่บ้าน เราก็จะดูแลน้องสุนัขได้ใกล้ชิด ทั้งเฝ้ามอง เวลานางหอบ รีบทำน้ำเย็นให้ และ ตอนเช้าพาเดิน คลุกข้าว พอจะงีบต่อ น้องก็กายใจแรง หอบๆ ก็ต้องคอยเฝ้าดู แทบจะไม่ได้นอนพักเลย และก็ เครียดด้วย กลัวน้องเป็นอะไร ใจก็อยากจะเปลี่ยนรพ แต่คุณน้า เขาก็บอก คุณหมอบอกไม่เป็นอะไร มิใช่เหรอ  ข้อจำกัดไปทุกอย่าง

   ก็เลย เขียนมาระบาย และ อยากทราบว่า ถ้าอาการน้องเป็นแบบนี้ ควรจะทำอย่างไร เพราะจะเอาไปรพอื่นตรวจ คุณน้าเขาก็คงไม่โอเค (คงมาจากทั้งเรื่องค่าใช้จ่ายหลายๆอย่างและ น้องสุนัขก็ยัง alert ดี )แต่เราก็ไม่อยากให้น้องหายใจแรง สงสาร ถ้ามันมีวิตามิน รึ ยา กินให้น้องดีขึ้น โดยไม่ต้องไปรพอื่นได้ ก็อยากจะหาซื้อให้น้องทานน่ะจ่ะ เลยขอปรึกษาคนที่มีน้องสุนัขที่ป่วยเป็นโรคหัวใจว่า ดูแลอย่างไร กันบ้างจ๊ะ สุนัขท่านอื่นๆมีอาการแบบนี้ไหม? รึเราคิดมาก จิตตกไปเอง ขอบคุณมากๆที่เข้ามาอ่านที่เราระบายนะจ๊ะ 🙏🏼🙏🏼