แก้ไขกระทู้

ประวัติความเป็นมาของสุนัขพันธุ์ พุดเดิ้ล (Poodle) สุนัขสุดน่ารักอย่างสุนัขสายพันธุ์ พุดเดิ้ล กลับไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนว่าพวกมีมีต้นกำหนดมาจากประเทศไหน แต่หลัก ๆ แล้วก็ยังคงมีข้อมูลบางส่วนได้กล่าวถึง พุดเดิ้ล ว่ามีต้นกำเนิดมากจากประเทศเยอรมัน แต่ก็มีบางคนได้กล่าวถึง พุดเดิ้ล ว่าเป็นสุนัขประจำชาติของฝรั่งเศสเช่นกัน

และเนื่องจาก พุดเดิ้ล (Poodle) เป็นสุนัขที่มีชีวิตอยู่มาหลายศตวรรษ ทำให้มีเอกสารและข้อมูลต่าง ๆ อ้างอิง ว่าสุนัขพันธุ์นี้ถูกค้นพบในประเทศเยอรมัน อังกฤษ อิตาลี และฝรั่งเศส โดยหลักฐานที่ค้นพบเป็นภาพของสุนัขที่ถูกตัดขนให้ดูคล้ายสิงโต ส่วนลำตัวตอนท้ายกลับไม่มีขนปกคลุม แต่บริเวณรอบขาและหางที่มีขนลักษณะพองฟู ส่วนหน้าลำตัวเต็มไปด้วยขนที่หนามากนั่นเอง

แต่สำหรับชาวฝรั่งเศสแล้วนั้น มักนิยมเลี้ยงสุนัขพันธุ์ พุดเดิ้ล เอาไว้ใช้ในการคาบสิ่งของ และเป็นเป็นนักล่านกเป็ดน้ำ เพราะว่าชอบเล่นน้ำเป็นชีวิตจิตใจ หรือแม้กระทั่งฝึกฝนเพื่อที่จะสามารถแสดงในละครสัตว์ได้ เป็นสุนัขที่มีรูปร่างเล็ก บอบบางอ้อนแอ้น เวลาเดินจะเชิดคอ ดูสง่างาม เป็นสุนัขประเภทสวยงามน่ารัก ปากเรียวยาว ดวงตกลมโตเป็นประกาย หูห้อยลงมาปิดแก้ม ขนดกและหยิกชนิดติดหนัง สีขนมีหลายสี แต่ด้วยลักษณะของสุนัข พุดเดิ้ล แล้วทำให้เกิดการแต่งทรงขนสุนัขหลากหลายรูปแบบด้วยกัน โดยเฉพาะบรรดาคุณหญิงและคุณนายฝรั่งเศสส่วนใหญ่ ที่ชื่นชอบและออกแบบทรงขนของ พุดเดิ้ล ตามแฟชั่นในช่วงนั้น ๆ

แต่ที่แน่ชัดคือ หมาพันธุ์ พุดเดิ้ล เป็นสุนัขที่สืบเชื้อสายมาจากสุนัขพันธุ์ Water Retriever ทำให้พวกมันมีความสามารถพิเศษทางด้านการว่ายน้ำ และด้วยลักษณะของ พุดเดิ้ล ที่มีถึง 3 ขนาด ทำให้พวกมันมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันออกไป ได้แก่ Standard Poodle ,Toy poodle, Miniature Poodle ซึ่ง Standard poodle ถือกำเนิดก่อนใคร ๆ และถูกนิยมนำมาเลี้ยงอย่างแพร่หลาย จนกระทั่งมีการคัดเลือกและนำมาผสมผสานจนเกิดเป็นสุนัขพุดเดิ้ลขนาด Miniature และ Toy poodle แต่ถึงอย่างไร ด้วยลักษณะของพุดเดิ้ลทั้ง 3 ขนาด ได้ถูกกำหนดให้เป็นขนาดมาตรฐานในการประกวดทั่วโลก

แต่ในส่วนของการพัฒนาสายพันธุ์ ปัจจุบันก็ยังคงมีการพัฒนาสายพันธุ์สุนัข พุดเดิ้ล ให้ดูตัวเล็กลงไปอีก และได้สายพันธุ์ใหม่อย่าง พุดเดิ้ล ทีคัพ ที่ถือได้ว่าเป็นสุนัขตัวจิ๋ว ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างสูงในขณะนี้

ลักษณะสายพันธุ์พุดเดิ้ลแบ่งได้เป็น 3 ประเภทดังนี้

พุดเดิ้ล ทอย (Toy Poodle) เป็นพูเดิ้ลขนาดเล็ก สูงไม่เกิน 12 นิ้ว หนักประมาณ 6 กก
พุดเดิ้ล มินิเจอร์ (Miniture Poodle) เป็นพูเดิ้ลขนาดกลาง สูงประมาณ 11-15 นิ้ว หนักประมาณ 11 กิโลกรัม
พุดเดิ้ล สแตนดาร์ด (Standard Poodle) เป็นพูเดิ้ลขนาดใหญ่ สูงประมาณ 18-22 นิ้ว หนักประมาณ 20 กิโลกรัม
ข้อมูลสุนัขพันธุ์ พุดเดิ้ล ( Poodle ) นิสัยดี สงบเสงี่ยมเรียบร้อย

ลักษณะโดยทั่วไปของสุนัขพันธุ์ พุดเดิ้ล

สุนัขพันธุ์ พุดเดิ้ล ( Poodle ) เป็นหมาที่มีขนสองชั้น แถมขนของพวกมันยังคงดูปุย ๆ หยิก ๆ คล้ายกับขนแกะ แต่ถึงอย่างไร พุดเดิ้ลก็ยังคงต้องมีการผลัดขนเหมือนกับสุนัขพันธุ์อื่น ๆ ถ้าจะให้ดีควรทำการตกแต่งขนอย่างเป็นประจำ พุดเดิ้ล เป็นสุนัขที่มีความฉลาดหลักแหลม มีนิสัยร่าเริง มีชีวิตชีวา เป็นสุนัขที่น่ารักและประกอบไปด้วยมิตรภาพ ทำให้ได้รับความนิยมต่อการนำไปเลี้ยงเป็นอย่างมาก

นิสัย พุดเดิ้ล

นิสัย พุดเดิ้ล เป็นสุนัขที่มีนิสัยขี้เล่น น่ารัก มีความเฉลียวฉลาด มีชีวิตชีวา มีความสุขและมีความร่าเริง เป็นสุนัขประเภทรักสวยรักงาม ชอบเสริมสวย ชอบเที่ยว ฉลาด เรียนรู้สิ่งต่างๆได้เร็ว เต็มไปด้วยความเป็นมิตรภาพและความอ่อนโยน แถมพวกมันยังคงสามารถเห่าและคุ้มกันผู้เลี้ยงดูและทุกคนในครอบครัวได้อย่างยอดเยี่ยม

จุดเด่น พุดเดิ้ล

พุดเดิ้ล เป็นสุนัขที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเภทสวยงาม เพราะพวกมันมักจะมีปากเรียวยาว ดวงตากลมโต หูห้อยลงมาปิดแก้ม มีลักษณะขนดกและหยิกแต่ติดหนัง ขนสั้นและมีความเงางาม ลักษณะของขนค่อนข้างละเอียดมากพอสมควร ส่วนสีขนมีตั้งแต่สีน้ำตาลอ่อนถึงสีน้ำตาลแก่ และยังคงมีสีขนสีขาวแต้มบริเวณหน้าอก ข้อเท้า และปลายหาง จมูกจะสามารถเปลี่ยนเป็นสีแดงได้ หากพวกมันมีอาการตกใจอย่างสุดขีด สุนัขพันธุ์ พุดเดิ้ลจะมี 4 ประเภท 4 ขนาด ได้แก่ พุดเดิ้ล ทอย , พุดเดิ้ล มินิเจอร์ , และพุดเดิ้ล สแตนดาร์ด และปัจจุบันล่าสุดกับสายพันธุ์ใหม่ อย่าง พุดเดิ้ล ทีคัพ

จุดด้อย พุดเดิ้ล

ด้วยลักษณะของ พุดเดิ้ล ( Poodle ) ที่เป็นสุนัขขนาดเล็ก ผู้เลี้ยงดูจะต้องกั้นรั้วและสร้างรั้วให้มิดชิด เพื่อที่จะสามารถกักขังพุดเดิ้ลไม่ให้ออกไปนอกอาณาเขต จนกระทั่งทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ นอกจากนี้ยังต้องระวังโรคที่อาจเกิดขึ้นได้จากพันธุกรรม

การเลี้ยงดูสุนัข พุดเดิ้ล

การให้อาหาร
หมา พุดเดิ้ล มักจะชื่นชอบกินอาหารสำเร็จรูป ซึ่งในปัจจุบันอาหารสำเร็จรูปมีหลากหลายสูตรด้วยกัน ควรเลือกสูตรที่ตรงต่ออายุของพวกมัน เพื่อให้อาหารได้อย่างครบถ้วนและเหมาะสมต่อวัย และควรควบคุมปริมาณอาหารให้เหมาะสมด้วย

การดูแลทำความสะอาด
เนื่องจาก พุดเดิ้ล เป็นหมาที่มีขนสองชั้น และจะต้องมีช่วงเวลาที่พวกมันต้องทำการผลัดขน ผู้เลี้ยงดูจำเป็นจะต้องอาบน้ำให้กับ พุดเดิ้ล อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง หรือ 1 ครั้งต่อสองสัปดาห์ก็ได้ ที่สำคัญควรทำความสะอาดหูของ พุดเดิ้ล ด้วยสำลีเช็ดทำความสะอาด และในส่วนของการตกแต่งขน ควรทำการตกแต่งขนของ พุดเดิ้ล อย่างสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้ขนของพวกมันจับเป็นก้อน เพราะจะทำให้แก้ไขและดูแลได้ยากขึ้น

การให้เวลาและความรัก
สุนัขสายพันธุ์ พุดเดิ้ล เป็นหมาที่ดูน่ารัก และพกพาความเป็นมิตรภาพมาอย่างครบถ้วน ผู้เลี้ยงดูอาจจะต้องให้เวลาและดูแลเอาใจใส่ พุดเดิ้ล โดยการพาพวกมันไปออกกำลังกาย และควรฝึกฝนให้ พุดเดิ้ล มีความสามารถและเชื่อฟังคำสั่งต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น พร้อมทั้งต้องคอยดูแลตกแต่งขนของพวกมันให้ดูดีอย่างสม่ำเสมอ

โรคภัยไข้เจ็บกับสุนัขพันธุ์ พุดเดิ้ล

โรคตา
สุนัขพันธุ์ พุดเดิ้ล มักจะเป็นโรคตา เพราะพวกมันมีตาโตกลม ทำให้มีโอกาสเสี่ยงที่จะมีความระคายเคืองตา ตลอดจนกระทั่งสามารถเป็นโรคที่เกี่ยวกับตาได้อย่างง่าย ๆ ไม่ว่าจะเป็นโรคต้อกระจก ตาแดง ตาฝ้า เพราะฉะนั้น ผู้เลี้ยงดูจะต้องคอยสังเกตความผิดปกติของตา หากพบความผิดปกติควรรีบนำพาไปพบสัตวแพทย์ด่วน

โรคหัวใจ
หมา พุดเดิ้ล (Poodle) ส่วนใหญ่มักจะเป็นโรคหัวใจได้อย่างง่าย ๆ เพราะพวกมันมีความผิดปกติในโครงสร้างและหน้าที่ของหัวใจ หรือแม้กระทั่งมีความผิดปกติของหัวใจตั้งแต่ช่วงแรกเกิด ถ้าหาก พุดเดิ้ล เป็นโรคหัวใจพวกมันจะมีอาการเศร้าซึม น้ำหนักลด เบื่ออาหาร ท้องกาง ไอ และเหนื่อยง่าย เพราะฉะนั้นผู้เลี้ยงดูจะต้องดูแลอย่างใกล้ชิด และคอยสังเกตอาการ

โรคที่เกิดจากพันธุกรรม
สำหรับโรคที่เกิดจากพันธุกรรม หรือแม้กระทั่งโรคอื่น ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้นั้น ผู้เลี้ยงดูสามารป้องกันด้วยการนำพา พุดเดิ้ล ไปตรวจร่างกาย และฉีดวัคซีนให้อย่างต่อเนื่องจะดีที่สุด

ข้อบกพร่องทางสายพันธุ์ พุดเดิ้ล

  • สุนัขพันธุ์ พุดเดิ้ล ที่มีขนหลายสีในตัวเดียวกัน
  • ตากลมโปน
  • ขาบิด มีลักษณะการเดินแบบไขว้ เดินเตะสูงมีลักษณะขี้กลัวและดุร้าย
  • โคนหางชี้และเอนไปข้างหลังขณะเดิน
  • ฟันหมา พุดเดิ้ล ไม่ขบแบบกรรไกร
  • ข้อแนะนำ เนื่องจากพุดเดิ้ลมีขนหยิกติดหนังจึงเป็นข้อดี คือไม่ค่อยมีการสลัดขน ควรหมั่นแปรงขนบ่อยๆเพื่อไม่ให้ขนพันกันเป็นก้อน เพราะอาจกลายเป็นแหล่งวางไข่ของเห็บ หมัดและเป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรคได้