0

SHARES

ปักกิ่ง (Pekingese)

ปราดเปรียว รักอิสระ สวย เริ่ด เชิด และหยิ่งในศักดิ์ศรี

·

คุณสมบัติของสุนัข


  • ขนาดตัว

    เล็ก
  • ดูแลรักษา
    ความสะอาด

    1 ครั้ง/สัปดาห์

  • ความยาวขน

    ยาว

  • ออกกำลังกาย

    1 ครั้ง/สัปดาห์
  • พละกำลัง/
    ความแข็งแรง

    น้อย
  • เป็นมิตร
    กับเด็ก

    น้อย
  • ทนต่อ
    อากาศร้อน

    น้อย
  • ทนต่อ
    อากาศหนาว

    ปานกลาง
  • พื้นที่
    ในการเลี้ยง

    น้อย

ปักกิ่ง (Pekingese)

ปราดเปรียว รักอิสระ สวย เริ่ด เชิด และหยิ่งในศักดิ์ศรี

0

SHARES


0 shares

{pic-alt} ลักษณะทั่วไป


   สุนัข พันธุ์ปักกิ่งมีบุคลิกแบบสวย เริ่ด เชิด และหยิ่งในศักดิ์ศรี พร้อมด้วยอาการดื้อดึงแต่พองาม เป็นสุนัขที่มีความเป็นตัวของตัวเอง มีท่าทีการเคลื่อนไหวอย่างสง่างามระเหิดระหง อารมณ์ดีแต่สงบเงียบ ไม่เอะอะโวยวายหรือร่าเริงเกินเหตุ แต่ก็ใช่ว่าจะนิ่งจนน่าเบื่อ ถ้าอยู่กับเจ้านายหรือผู้ที่คุ้นเคยมันก็จะเล่นด้วยอย่างสนุกสนานน่ารัก นอกจากนี้ปักกิ่งยังเป็นสุนัขที่กล้าหาญ ไม่เคยมีประวัติเรื่องวิ่งหนีหางจุกตูด เป็นสายพันธุ์ที่แข็งแรง ทรหดอดทนและเลี้ยงง่าย ทั้งยังเป็นมิตรและซื่อสัตย์ต่อเจ้าของอย่างยิ่งด้วย

 

{pic-alt} ความเป็นมา


   มีหลักฐานว่าคนจีนเลี้ยงสุนัขขนาดเล็กมาตั้งแต่ 1500 ปีก่อนแล้ว ในปี ค.ศ. 565 พระเจ้าจักรพรรดิประเทศจีนทรงพระราชทานนามสุนัขของพระองค์ว่า "ชิ ซู" หรือ "เสือแดง" เป็นสุนัขเปอร์เซียน เมื่อพระเจ้าจักรพรรดิทรงม้า "เสือแดง" จะขึ้นไปนั่งบนตะกร้าที่ผูกไว้ด้านหน้าอานม้า ในปี ค.ศ. 620 มีบันทึกว่าสุนัขตัวผู้ตัวเมียคู่หนึ่ง สูงประมาณ 6 นิ้ว ถูกนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายจักรพรรดิเกาสู

     บันทึกอ้างว่าสุนัขคู่นี้มีความเฉลียวฉลาดมาก สามารถนำทางม้าในเวลากลางคืน หลักฐานทำนองนี้สืบเนื่องกันมากจนกระทั่งกลางคริสต์ศตวรรษที่ 14 เมื่อราชวงศ์ของกุบไลข่านถูกพิชิตลง บันทึกหลักฐานต่างๆ ก็หมดสิ้นลงไปด้วย เป็นเวลาสืบเนื่อง 33 ปี เรารู้แต่ว่าคนจีนหันมานิยมเลี้ยงแมวแทนสุนัข โดยเฉพาะในสังคมชั้นสูง ธรรมเนียมการเลี้ยงสุนัขขนาดเล็กของจีนมาพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดระหว่างปี ค.ศ. 1820 ถึง 1850 ในช่วงเวลานั้นมีสุนัขอยู่หลายพันธุ์ในนครปักกิ่ง พวกขันที 4000 คน ยังมีหน้าที่เฉพาะในการผลิตเพาะสุนัขแบบที่เราเรียกว่า "พันธุ์ปักกิ่ง" ด้วย

     พระนางซูสีไทเฮาทรงเป็นผู้ทำนุบำรุงกิจกรรมนี้ พระนางยังทรงกระตุ้นให้สร้างรูปแบบพันธุ์คล้ายกับ "สุนัขสิงห์โต" แบบเก่า กิจกรรมข้อหนึ่งก็คือจัดร่างกฎเกณฑ์แบบเฉพาะของสุนัข ข้อความที่นำมาเสนอแบบย่อๆ มีดังนี้ "จงให้มันสวมคลุมขนแห่งความสง่ารอบๆ คอ ขาคู่หน้าของมันจะต้องโค้ง เพื่อไม่ให้มันเดินออกไปไกลๆ หรือเดินออกนอกเขตพระราชฐาน จงสอนมันให้ละเว้นการเตร็ดเตร่ไปมา ให้มันมีขนเหมือนสิงห์โต เหมาะที่จะอุ้มไว้ในชายแขนเสื้อคลุม …" กฤษฎีกานี้ยังกำหนดต่อไปถึงอาหารของสุนัข เช่น "หูฉลาม" "ตับนก" และ "ส่วนอกนกกระทา" เราอาจจะไม่ถือเรื่องนี้เป็นจริงเป็นจังนัก อย่างไรก็ตามหลักฐานนี้ ทำให้เรารู้ว่ามีสุนัขพันธุ์ปักกิ่งเกิดขึ้นมาแล้ว และมักจะพบสุนัขพันธุ์นี้ในพระราชวังเท่านั้น ในสมัยก่อนผู้ใดขโมยสุนัขนี้จะได้รับโทษถึงประหารชีวิต

     พระราชวังแห่งปักกิ่งถูกชาวต่างชาติบุกเข้ายึดครองเมื่อปี ค.ศ. 1860 ก่อนการสูญเสียมีคำสั่งจากพระราชวงศ์ว่า  ให้สุนัขตายไปเสียดีกว่า จะให้ตกอยู่ในมือของคนต่างชาติ เจ้าฟ้าหญิงพระองค์หนึ่งไม่ยอมเสด็จหนี ทั้งไม่ยอมให้ทหารดรากูนเข้าจับกุมด้วย ทรงปลงพระชนม์ชีพของพระองค์เอง แต่ไม่ได้ทำลายสุนัขที่เลี้ยงไว้ สุนัขปักกิ่งสี่ตัวถูกทหารยึดได้ ตัวหนึ่งถูกส่งขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายแด่พระราชินีวิคตอเรีย อีก 3 ตัวที่เหลือยุคแห่งริชมอนด์เลี้ยงดูไว้ ต่อมาก็มีผู้นำตัวอื่นๆ เข้าสู่อังกฤษอีก ตัวหนึ่งได้นำถวายควีนวิคตอเรีย ส่วนอีก 3 ตัวมอบให้ LORD HAY และได้แพร่พันธุ์กระจายไปทั่วไปโลก ซึ่งก็หมายถึงการเลี้ยงดูเพาะสร้างสายพันธุ์ที่ตามมา













     เรื่องราวเหล่านี้อ่านแล้วเหมือนนิยาย แต่ก็เป็นเรื่องจริง เรื่องคล้ายนิยายและความเกี่ยวพันกับราชวงศ์ซึ่งเป็นของสูงนี้ ทำให้พันธุ์ปักกิ่งได้รับความนิยมอย่างใหญ่หลวง ตั้งแต่สมัยคริสต์ศตวรรษที่ 8 มีชื่อเรียกอีกหลายชื่อ เช่น LION DOG SUN DOG หรือ STEEVE DOG ปักกิ่งเป็นสุนัขขนาดเล็กที่น่าสนใจที่สุด และมีบุคลิกลักษณะที่ผิดธรรมดาที่สุด มันมีลักษณะผสมกันประหลาดๆ ของความขบขันและความทรนง เป็นเพื่อนที่ซื่อสัตย์ด้วยทั้งยังมีความหัวแข็งดื้อรั้นอย่างน่าทึ่ง บางครั้งก็ไม่ยอมรับคำสั่งโดยเด็ดขาด พวกมันชอบเก้าอี้นวมบุแพรไหม แต่ถ้ามีอารมณ์สนุกแล้วก็อกไปวิ่งไล่จับกระต่ายเลย

     ลักษณะเฉพาะตัวเหล่านี้ทำให้สุนัขพันธุ์นี้พุ่งขึ้นไปสู่ระดับสุดยอด พันธุ์ปักกิ่งไม่เคยหลุดออกจากยี่สิบอันดับแรกสุนัขยอดนิยมของอังกฤษ (Top Twenty) และยังคงติดอันดับสูงมาจนทุกวันนี้ สำหรับในสหรัฐอเมริกานั้นทั้งๆ ที่พันธุ์ปักกิ่งเพิ่งเข้าไปเมื่อต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 แต่ก็เป็นสุนัขระดับยอดนิยมแล้ว

 
{pic-alt}
 















{pic-alt} ลักษณะนิสัย


     สุนัขพันธุ์ ปักกิ่ง ปราศจากความกลัวต่อทุกสิ่งที่ทำให้ เขาโกรธ ไม่สนใจแม้กระทั่งขนาดสุนัขตัวอื่นหรือแม้แต่คนแปลกหน้า ความภักดีคือสิ่งที่บ่งบอกคุณลักษณะสุนัขพันธุ์นี้ได้ดีที่ สุดพวกเขาจะป้องกันทุกสิ่งที่พวกเขาคิดเป็นของพวกเขา

 

{pic-alt} การดูแล


     ปักกิ่ง ต้องการการเอาใจใส่ดูแลสัปดาห์ละครั้ง เพราะมีขนที่หนาและมีจำนวนมาก จึงต้องได้รับการแปรงขน และต้องทำความสะอาดขนเป็นประจำ นอกจากนั้นยังต้องทำความสะอาดบริเวณตา หู และบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ของตัวผู้ สัปดาห์ละครั้ง และตัดเล็บนิ้วเท้าให้สั้นอยู่เสมอ ปักกิ่ง ไม่เหมาะที่จะเลี้ยงนอกบ้าน เนื่องจากเป็น สุนัขกลุ่มทอยซึ่งจะรักความสะดวกสบาย และความอบอุ่นของการใช้ชีวิตภายในบ้าน ควรจูงสุนัขเดินบนแข็งๆ สม่ำเสมอแต่ไม่ต้องไกลมาก
 

{pic-alt}










 

{pic-alt} ผู้เลี้ยงที่เหมาะสม


     สุนัขปักกิ่งเหมาะกับผู้เลี้ยงทุกเพศทุกวัย

 

{pic-alt} ข้อควรจำ


     ปักกิ่ง ไม่ใช่สุนัขที่จะนอนเล่นบนตักคุณอยู่นิ่งๆ แม้ว่าเขาจะชอบถูกกอดรัดเป็นครั้งคราวและอาจจู้จี้ บ้าง เขาอยู่ได้กับคนทุกวัยและสามารถเป็นเพื่อนไป ได้ตลอดชีวิต รักสนุกและชอบเล่น ตอนเป็นลูกสุนัขควรมีของเล่นให้เขาได้เล่น และเมื่อพวกเขาโตขึ้นพวกเขาก็จะเล่นกับของเล่น หรือลูกบอลบนสนามหญ้าภายในบ้าน ปักกิ่ง ยอมรับสภาพแวดล้อมทุกแบบแต่ชอบอยู่ในพื้นที่ของตนมากกว่า
 
 
{pic-alt}


{pic-alt} ความน่ารักของสุนัขพันธุ์นี้

 



{pic-alt} มาตรฐานสายพันธุ์

 
ขนาด เนื่องจากปักกิ่งเป็นสุนัขตุ๊กตา (TOY) จึงนิยมให้มีขนาดเล็ก โดยจะต้องมีลักษณะที่ถูกต้อง น้ำหนักจะต้องไม่เกิน 14 ปอนด์
ศรีษะ มีขนาดใหญ่ แข็งแรง กว้างและแบน ในช่วงระหว่างหูทั้งสองข้างจะต้องไม่มีโค้งนูนเป็นโดม มีระยะระหว่างตาทั้งสองข้างกว้าง
ฟัน ฟันไม่ยื่นให้เห็นนอกริมฝีปาก
ปาก สั้นมาก กว้าง มีรอยย่น ไม่ยื่นแหลม แข็งแรง ขากรรไกรล่างกว้าง 
ตา ตาโต สีเข้ม กลมนูนเด่นประกาย
หู มีลักษณะเป็นรูปหัวใจ ไม่อยู่สูงเกินไป ยาวพอสมควร ปลายหูอยู่ระดับต่ำกว่าช่วงปากเล็กน้อย ห้อยตกลงแนบแก้ม ปกคลุมด้วยขนที่ยาวมาก
จมูก จมูกสีดำ กว้าง สั้นและแบน
คอ คอสั้น หนา
อก อกแคบ
ลำตัว ลำตัวช่วงหน้าใหญ่หนักแข็งแรง หน้าอกกว้าง ซี่โครงโค้งกว้างค่อยๆ เรียวลงทางด้านหลัง รูปร่างเหมือนสิงโต หลังเรียบขนานกับพื้น ลำตัวสั้นยกเว้นตัวเมียที่อาจยาวกว่าตัวผู้ได้เล็กน้อย
เอว -
ขาหน้า ขาหน้ามีกระดูกช่วงบนโค้ง ไหล่แข็งแรง

เท้าแบน ปลายเท้าเฉียงออก ไม่มีลักษณะกลม จะต้องยืนได้มั่นคงบนเท้าไม่ใช่ยืนบนข้อเท้า
ขาหลัง ขาหลังมีกระดูกที่เล็กบางกว่าเล็กน้อย แต่แข็งแรงและได้สัดส่วน

เท้าแบน ปลายเท้าเฉียงออก ไม่มีลักษณะกลม จะต้องยืนได้มั่นคงบนเท้าไม่ใช่ยืนบนข้อเท้า
หาง ตั้งอยู่ในตำแหน่งที่สูง วางพาดไปบนหลัง ปลายหางตกลงด้านใดด้านหนึ่ง มีขนยาวตรงแน่นและฟูมาก
ขน ขนยาว มีขนชั้นในที่หนาแน่น ขนมีลักษณะเป็นเส้นตรง เรียบไม่หยิกเป็นคลื่น ค่อนข้างหยาบแต่นุ่ม ขนบริเวณสะโพก ขา หางและหูจะต้องยาวและฟูมาก
สีขน มีได้ทุกสีคือ แดง ฟอน (สีโทนน้ำตาล) ดำ ดำกับแทน (BLACK AND TAN) เซเบิล (ขนสีดำที่ปกคลุมสีของลำตัวที่อ่อนกว่า) บรินเดิ้ล (ขนสีเข้มและสีอ่อนขึ้นแซมกันทั่วตัว) ขาวและขน 2 สี (PATICOLOR) คือ จะต้องมีสี 2 สีที่แยกจากกันอย่างชัดเจนกระจายอยู่ทั่วตัว ไม่มีสีใดสีหนึ่ง เป็นบริเวณกว้างอยู่สีเดียว จะต้องมีสีขาวปรากฎบริเวณหลัง สำหรับสุนัขที่มีสีเดียว แต่มีเท้ากับหน้าอกยาว ไม่นับเป็นประเภทขนสองสี


ภาพประกอบ :
http://adogbreeds.com/pekingese-the-miniature-of-lion-dogs/pekingese-dog/
http://www.coolanimalworld.com/gallery/index.php/Languid-Pekingese-Apple-at-a-dog-show
http://espn.go.com/espn/story/_/id/7577282/pekingese-wins-best-show-westminster-kennel-club
 

ส่งต่อให้เพื่อน:
·

ค้นหาสุนัขจากคุณสมบัติ

ค้นหาสุนัขจากคุณสมบัติ

เลือกคุณสมบัติตามที่ต้องการ



Dogilike.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติม ยอมรับ