อาหารแบบแห้ง หรือ แบบเปียก แบบไหนเหมาะกับลูกสุนัขของคุณ?

มาดูกันว่าเราควรเลือกอาหารสำเร็จรูปชนิดไหนให้ลูกสุนัขของคุณดี...

11 มิถุนายน 2557 · ชอบ  (3)
  • iOnz
  • Dpazz Dpazz
  • nooped
  • ชอบสิ่งนี้
· แสดงความคิดเห็น (1) · อ่าน (18,715)
369

SHARES


369 shares
 

ไม่ว่าคุณจะเลี้ยงสุนัขสายพันธุ์อะไร แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดที่คุณคาดหวังจะให้เกิดขึ้นกับสุนัขของ คุณก็คือ การที่สุนัขมีสุขภาพแข็งแรง ร่าเริง สุขภาพจิตดี ... โดยเฉพาะอย่างยิ่งในลูกสุนัขที่อยู่ใน ช่วงวัยที่กำลังเจริญเติบโต สุขภาพที่ดีถือเป็นสิ่งที่สำคัญ ซึ่งการที่สุขภาพของลูกสุนัขจะดีได้นั้นก็ขึ้น อยู่กับการดูแลของผู้เลี้ยงนั่นเองค่ะ

และถ้าหากจะพูดถึงปัจจัยที่จะทำให้ลูกสุนัขสุขภาพดีได้นั้น "อาหาร" ถือเป็นปัจจัยในอันดับแรก เลยทีเดียว ... ซึ่งในการเลือกอาหารให้ลูกสุนัขนั้น จะเห็นได้ว่าทุกวันนี้มีอาหารสำเร็จรูปสูตรลูกสุนัขให้ เลือกซื้อ ซึ่งเมื่ออ่านดูที่บรรจุภัณฑ์ก็จะเห็นว่า มีสารอาหารครบถ้วนและเหมาะกับลูกสุนัข แต่จะตัดสิน ใจซื้อจริงๆ เราจะพบว่า อาหารสำเร็จรูปสำหรับลูกสุนัขนั้นมี 2 ชนิด นั้นก็คือ อาหารสุนัขแบบ เปียก (บรรจุในกระป๋องหรือในถุง) และอาหารสุนัขแบบแห้ง (บรรจุในถุง) แล้วแบบนี้เราจะเลือก อาหารชนิดไหนให้ลูกสุนัขของเราดีล่ะ?

ถ้าเพื่อน ๆ ยังสับสนไม่รู้ว่าจะเลือกอาหารสำเร็จรูปชนิดใดให้ลูกสุนัขของคุณดีล่ะก็ วันนี้มะเหมี่ยว มีข้อมูลดี ๆ เกี่ยวกับอาหารสำเร็จรูปทั้ง 2 ชนิด มาฝากเพื่อให้เพื่อนๆ ได้นำไปประกอบการตัดสินใจ ใน การซื้อค่ะ

 

อาหารเม็ดแบบแห้งจะมีข้อดีกับสุขภาพ เหงือกและฟันของสุนัขมากกว่าอาหารแบบ เปียก โดยเวลาที่ลูกสุนัขเคี้ยวอาหารเม็ดรูป ทรงและพื้นผิวของเม็ดอาหารจะช่วยบริหารฟัน และขัดฟันของลูกสุนัขไปในตัว นอกจากนี้ อาหารแบบแห้งยังช่วยให้การขับถ่ายของลูกสุนัข ไม่ให้เกิดการถ่ายเหลว และที่สำคัญยังช่วยให้ผู้เลี้ยงสบายกระเป๋าเนื่องจากเมื่อคำนวนค่าใช้จ่ายดู แล้วพบว่าค่าอาหารสำเร็จรูปถูกกว่าค่าวัตถุดิบที่จะ นำมาทำอาหารปรุงสุกให้กับลูกสุนัขในแต่ละมื้อ

ส่วนวิธีเก็บรักษาอาหารสุนัขแบบแห้งก็ง่ายมาก ๆ เลยล่ะค่ะ โดยให้เพื่อนๆ นำแก้วหรือถ้วยที่ แห้งสะอาดตักแบ่งอาหารสุนัขจากถุงอาหารปกติที่ซื้อมาใส่ในถุงซิปล็อคหลาย ๆ ใบ แล้วนำไป ใส่ไว้ในกล่อง ถังหรือภาชนะสูญญากาศที่มีฝาปิดสนิท โดยเลือกภาชนะที่มีขนาดพอเหมาะกับ ปริมาณอาหารเม็ด พร้อมกับใส่สารดูดความชื้น (Silica Gel) ลงไปดูดความชื้น หลังจากนั้นจึงนำอาหาร สุนัขไปเก็บในพื้นที่แห้งและร่มที่แสงแดดไม่สามารถส่องถึงได้ เมื่อถึงเวลาจะให้อาหารน้องหมาก็ค่อย ๆ หยิบถุงซิปล็อคที่บรรจุอาหารสุนัขเอาไว้ออกมาใช้ทีละถุง ซึ่งวิธีนี้จะช่วยรักษาและคงความสด ใหม่ของอาหารเม็ดเอาไว้ได้เป็นอย่างดีเลยล่ะค่ะ

 

อาหารสำเร็จรูปแบบเปียกจะมีส่วนผสมของ น้ำอยู่ อาหารเปียกหนึ่งถาดจะให้พลังงานเท่า กับอาหารสุนัขแบบแห้งหนึ่งชาม ดังนั้นถ้าหาก ให้ลูกสุนัขกินอาหารเปียกก็เท่ากับว่าลูกสุนัขจะมี โอกาส ในการกินอาหารในปริมาณที่มากเกินไป น้อยลง และนอกจากนี้อาหารสุนัขแบบเปียกยัง มีความชุ่มชื้นเนื่องจากมีส่วนผสมของน้ำทำให้ลูกสุนัขได้รับน้ำระหว่างมื้ออาหารและช่วยให้ผู้เลี้ยงลดความกังวลเกี่ยวกับอาการขาดน้ำของ ลูกสุนัข ทั้งนี้ อาหารสุนัขแบบเปียกยังช่วยลด ความเสี่ยงของการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ และอาหารสุนัขชนิดนี้ยังช่วยเพิ่มความอยากอาหารให้กับลูกสุนัขได้ดีอีกด้วย

สำหรับวิธีเก็บรักษาอาหารสุนัขแบบเปียกสามารถทำได้โดย ทุกครั้งที่นำอาหารเปียกให้น้องหมา เพื่อนๆ จะต้องใช้ช้อนสะอาดตักแบ่งอาหารเปียกให้น้องหมา โดยระวังอย่าให้ช้อนสัมผัสกับน้ำลาย ของสุนัข (สุนัขของน้องหมามีเชื้อแบคทีเรียที่จะทำให้อาหารน้องหมาเน่าเสียได้) ส่วน อาหารเปียกที่เหลือจากการให้สุนัข ให้เพื่อน ๆ เทใส่กล่องทัพเพอร์แวร์ (Tupperware) ขนาดเล็กที่มีฝาปิดสนิท แล้วนำไปแช่ตู้เย็นจะสามารถถนอมให้อาหารเปียกคงสภาพดีได้นาน ขึ้นประมาณ 4-5 วัน ค่ะ

หรือถ้าเพื่อนๆ อ่านข้อมูลของทั้งอาหารสำเร็จรูปสำหรับสุนัขทั้งแบบเปียกและแบบแห้งแล้วยัง ไม่รู้ว่าจะตัดสินใจเลือกอาหารชนิดไหนดี การให้ลูกสุนัขกินอาหารแบบผสมทั้งแบบแห้งและแบบ เปียกก็เป็นทางเลือกที่ดีนะคะ ... เพราะการให้ลูกสุนัขกินอาหารผสมทั้งแบบแห้งและแบบเปียก จะเป็นการรวมเอาประโยชน์ของอาหารทั้งสองชนิดเอาไว้ด้วยกัน ทั้งในเรื่องของสุขภาพฟันที่ดี และสุขภาพทางเดินปัสสาวะที่ดี นอกจากนี้การให้ลูกสุนัขกินอาหารแบบผสมยังช่วยให้แต่ละมื้อ อาหารของเขามีความหลากหลาย และช่วยให้ลูกสุนัขยอมรับอาหารชนิดที่แตกต่างออกไปได้ง่ายขึ้น อีกด้วย

     สุนัขในช่วงวัยเด็ก เป็นวัยที่กำลังเจริญเติบโตทั้งทางร่างกายและสมองความสมดุลของ โภชนาการอาหารถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ดังนั้น อย่าลังเลที่จะให้ลูกสุนัขทดลองและหาสิ่งที่ลูกสุนัข ชอบและต้องไม่ลืมที่จะใส่ใจเรื่องของคุณภาพของอาหารที่จะเลือกให้พวกเขาด้วยค่ะ ^^