5 เทคนิคง่าย ๆ ในการดูแลลูกสุนัขให้มีสุขภาพและระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง

ก้าวแรกในการดูแลสุขภาพลูกสุนัขให้แข็งแรงต้องเริ่มจากอะไรบ้าง ... ไปติดตามกันค่ะ

8 ธันวาคม 2560 · ชอบ  (1)
  • Noope:D
  • ชอบสิ่งนี้
· แสดงความคิดเห็น (0) · อ่าน (7,374)
214

SHARES


214 shares

สำหรับผู้เลี้ยงที่กำลังรับบทพ่อแม่สุนัขมือใหม่ มีหลาย ๆ สิ่งที่ต้องเรียนรู้ โดยเฉพาะเรื่องของการรับช่วงในการดูแล
ลูกสุนัขต่อจากแม่สุนัข เพราะหลังจากที่ลูกสุนัขแยกจากแม่มาเข้าสู่บ้านหลังใหม่ ลูกสุนัขจะต้องปรับตัวเข้าหาสิ่งแวดล้อมและครอบครัวใหม่ ร่างกายที่เคยได้รับการดูแลจากสารอาหารในนมแม่สุนัขก็จะถูกทดแทนด้วยอาหารสำเร็จรูปสำหรับลูกสุนัขแทน ซึ่งในช่วงนี้ สิ่งที่ผู้เลี้ยงจะต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษคือการดูแลสุขภาพของลูกสุนัขอย่างถูกต้อง เพราะระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายของลูกสุนัขอาจจะยังไม่แข็งแรงดีนัก หากไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกวิธีก็อาจจะทำให้มีอาการเจ็บป่วยได้ง่ายนั่นเอง

จริง ๆ การดูแลสุขภาพลูกสุนัขให้แข็งแรงนั้นมีหลัก ง่าย ๆ คือ เน้นการดูแลที่ใกล้เคียงกับการเติบโตตาม ธรรมชาติของสุนัข สังเกตง่าย ๆ จากช่วงเวลาที่ลูกสุนัขอยู่ กับแม่สุนัข พวกเขาจะเรียนรู้ทักษะการใช้ชีวิตจากแม่สุนัข เช่น การกิน การขับถ่าย การสื่อสารด้วยภาษากายต่าง ๆ ได้เรียนรู้การเข้าสังคมจากการอยู่ร่วมกันกับพี่น้องในคอกเดียวกัน ร่างกายได้ออกกำลังจากการวิ่งเล่น และได้รับ
สารอาหารที่สร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายจากน้ำนมเหลือง ของแม่สุนัข

 

ดังนั้น หลังจากที่เราแยกลูกสุนัขออกจากแม่แล้ว การดูแลลูกสุนัขจะต้องเป็นไปอย่างต่อเนื่องโดยอาจใช้วิธีทำกิจกรรม ที่มีความใกล้เคียงกับพฤติกรรมและความต้องการตามธรรมชาติของลูกสุนัขนั่นเองค่ะ ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้จะเป็นกิจกรรมง่าย ๆ ที่จะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายของลูกสุนัขมีระบบภูมิคุ้มกันที่ดี ซึ่งก็จะส่งผลให้พวกเขามีสุขภาพที่แข็งแรง เรามาดูกันดีกว่าค่ะว่า จะมีวิธีหรือเทคนิคอะไรกันบ้าง ไปติดตามพร้อม ๆ กันเลยค่า ^^

ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้เลี้ยงจะมองข้ามไม่ได้โดยเด็ดขาด เพราะอาหารจะส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพของ ลูกสุนัขซึ่งในขวบปีแรกเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด สำหรับการเสริมสร้างพัฒนาการและสร้างภูมิคุ้มกันให้กับลูกสุนัข ในช่วงนี้ ลูกสุนัขจึงต้องได้รับสารอาหารพิเศษเพื่อเสริมสร้างพัฒนาการที่ดีของระบบ ประสาท และระบบโครงสร้าง เช่น กล้ามเนื้อ กระดูก และฟันให้แข็งแรง
ในส่วนของระบบภูมิคุ้มกันของลูกสุนัขช่วงแรกจะยังไม่สามารถทำงานได้เต็มที่ โดยหลังจากที่หย่านมและแยกจากแม่สุนัข ภูมิคุ้มกันของลูกสุนัขที่ได้รับมาจากแม่จะค่อย ๆ ลดต่ำลง ทำให้ลูกสุนัขอ่อนแอง่ายและเสี่ยงต่อการติดเชื้อ โดยเฉพาะโรคที่เกี่ยวกับทางเดินอาหารที่มักพบบ่อย ดังนั้นในช่วงนี้ผู้เลี้ยงจึง ต้องให้ความสำคัญกับการเลือกอาหารให้กับลูกสุนัขเป็นพิเศษ

 

ซึ่งในปัจจุบันมีนวัตกรรมอาหารสุนัขที่ได้ออกแบบมาเพื่อสุขภาพที่ดีของลูกสุนัข นั่นก็คือ อาหารลูกสุนัข PROPLAN สูตร OPTISTART หนึ่งเดียวที่มีส่วนผสมพิเศษจากนมน้ำเหลือง (Colostrum ที่พิสูจน์แล้วว่าช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ ตั้งแต่เริ่มต้นให้กับลูกสุนัข ส่งเสริมให้ลูกสุนัขตอบสนองต่อวัคซีนได้ดีขึ้น และช่วยรักษาสมดุลของทางเดินอาหาร เพื่อลดโอกาสการเกิดท้องเสียที่เกิดจากความเครียด) และยังใช้โปรตีนคุณภาพสูงจากไก่
ซึ่งดูดซึมไปใช้ได้ดีและจำเป็นต่อการเติบโตของร่างกายลูกสุนัข มีแคลเซียมช่วยดูแลกระดูกและฟันของสุนัขให้แข็งแรง
ส่งเสริมให้มีสุขภาพที่ดีในระยะยาวค่ะ

ดังนั้น สุขภาพที่ดีของลูกสุนัขสามารถเริ่มต้นได้ที่
การเลือกอาหารที่มีคุณภาพตอบโจทย์ความต้องการของร่างกายลูกสุนัขนะคะ ซึ่งควรดูแลควบคู่ไปกับการ
ออกกำลังกายที่เหมาะสมกับช่วงวัยอย่างสม่ำเสมอ และพาลูกสุนัขไปพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพและรับวัคซีนให้ครบตามกำหนด เพียงเท่านี้ลูกสุนัขก็จะมีสุขภาพที่แข็งแรง เติบโตได้อย่างสมบูรณ์แล้วค่ะ ^^

 

ผู้เลี้ยงจำเป็นต้องพาลูกสุนัขไปพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพและทำวัคซีน โดยในเบื้องต้นนั้นสามารถเริ่มต้นโปรแกรมวัคซีนได้ตั้งแต่อายุ 2 เดือน ซึ่งปัจจุบันนี้เพื่อความสะดวกของเหล่าคนรักสุนัขได้มีการผลิตวัคซีนรวม ซึ่ง สามารถป้องกันโรคได้ทั้ง 5 โรค คือ โรคตับอักเสบติดต่อโรคเลปโตสไปโรซีส โรคไข้หัดสุนัข และโรคลำไส้อักเสบ และหลอดลมอักเสบ ส่วนวัคซีนป้องกัน โรคพิษสุนัขบ้าเข็มแรกจะเริ่มเมื่ออายุครบ 3 เดือน และกระตุ้นซ้ำเมื่ออายุ 6 เดือน ... สิ่งที่ผู้เลี้ยงควรรู้เกี่ยวกับการฉีดวัคซีนในสุนัขคือ สุนัขที่ได้รับการฉีด วัคซีนไปแล้ว จะมีแอนติบอดี้ในร่างกายเกิดขึ้น และคงอยู่ในระดับที่คุ้มกัน
ไม่ให้สัตว์ป่วยจากโรคได้ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ก่อนที่ระดับภูมิคุ้มกันนั้นจะ ค่อย ๆ ลดลงไปจนไม่สามารถที่จะป้องกันโรคได้ สุนัขทุกตัวจึงควรได้รับการ ฉีดวัคซีนหลังจากที่ทำวัคซีนครบคอร์สแรกแล้วในอีก 12 เดือนถัดมา และทำ เช่นนี้ไปเรื่อย ๆ ทุกปีตลอดชีวิต เพื่อให้มั่นใจได้ว่าภูมิคุ้มกันจะคงอยู่ในระดับที่ เหมาะสม สามารถป้องกันการป่วยจากโรคได้อยู่ตลอดเวลาค่ะ

 

เป็นสิ่งที่ควรทำตั้งแต่แรก เมื่อรับลูกสุนัขมาเลี้ยงควรจะต้องพาไปถ่ายพยาธิทันที โดยเฉพาะพยาธิตัวกลมและพยาธิปากขอ ซึ่งพยาธิเหล่านี้จะอยู่ในลำไส้ของลูกสุนัขและอาจเข้าสู่กระเพาะอาหาร ซึ่งจะทำให้เกิดการแย่งสารอาหารจากลูกสุนัข ทำให้ร่างกายแคระแกร็น โตช้า อาจมีอาการชักและ
เสียชีวิตได้ในเวลาอันรวดเร็ว นอกจากนี้ผู้เลี้ยงหลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าพยาธิเหล่านี้สามารถถ่ายทอดผ่านรกจากแม่สุนัขมาสู่ลูกในท้องได้อีกด้วย โดยทันที่ที่คลอดออกมาอาจมีพยาธิตัวกลมอยู่ในลำไส้ของลูกสุนัขแรกคลอดและอาจจะเติบโตอย่างรวดเร็วไปพร้อม ๆ กับลูกสุนัข (ลูกสุนัขที่มีพยาธิจะมีรูปร่างผอมแต่ พุงโต เพราะภายในท้องมีแต่พยาธิเต็มไปหมด) ซึ่งหากโชคร้ายพยาธิอาจทำให้ลำไส้อุดตันและเป็นอันตรายต่อชีวิตได้ ดังนั้น การถ่ายพยาธิให้กับลูกสุนัขจึงเป็นสิ่งจำเป็นมาก วิธีการถ่ายพยาธิที่ดีที่สุด คือการถ่ายพยาธิ 3 วันติดต่อกัน แล้วเว้นช่วงไป 15 วัน แล้วถ่ายพยาธิซ้ำอีก 3 วัน หลังจากนั้น
ผู้เลี้ยงควรพาลูกสุนัขไปถ่ายพยาธิอย่างน้อยทุก 3 เดือน

 

การออกกำลังกายเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับสุนัขทุกวัย สำหรับลูกสุนัขพันธุ์ใหญ่การออกกำลังกายจะคล้ายสุนัขพันธุ์เล็ก แต่จะใช้เวลาเดินหรือวิ่งมากกว่า โดยเวลาการออกกำลังกายที่เหมาะสมควรอยู่ที่ครั้งละประมาณ
15-20 นาที หรืออาจจะใช้วิธีปล่อยให้น้องหมาเล่นตามธรรมชาติแล้วคอยสังเกตดูว่า ลูกสุนัขออกกำลังกายอย่างเพียงพอโดยใช้เวลานานกี่นาทีแล้ว และค่อย ๆ เพิ่มเวลาเมื่อลูกสุนัขเริ่มโตและแข็งแรงขึ้น การพาลูกสุนัข
ออกกำลังกายเป็นประจำนั้นนอกจากจะเป็นการกระตุ้นกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ในร่างกายของลูกสุนัขให้ทำงานแล้ว ยังช่วยส่งเสริมให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายของน้องหมาทำงานได้ดีขึ้นอีกด้วย

 

เป็นกิจกรรมที่เหมาะกับสุนัขสายพันธุ์ใหญ่ เพราะเป็นการออกกำลังกาย ที่ไม่มีแรงกระแทกลงขาของสุนัข ในขณะที่การให้สุนัขวิ่งมากเกินไปอาจทำให้ มีปัญหาเรื่องข้อต่อ และข้อสะโพกได้ นอกจากนี้ยังไม่ต้องเสี่ยงกับภาวะ
heat stroke อีกด้วย และที่สำคัญการว่ายน้ำยังเป็นการกระตุ้นในระบบต่าง ๆ ในร่างกายของน้องหมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมไปถึงระบบ ภูมิคุ้มกันด้วย ผู้เลี้ยงสามารถฝึกให้สุนัขว่ายน้ำได้ตั้งแต่ยังเด็ก โดยเริ่มจากการ ให้ใส่เสื้อชูชีพให้ชินกับการว่ายน้ำ ชินสระ ระยะเวลาในการว่ายสำหรับลูกสุนัข ควรแบ่งเป็นช่วงเวลา สั้น ๆ เช่น ครั้งละ 5-10 นาที แล้วให้ขึ้นมาพัก การให้ ลูกสุนัขว่ายน้ำนานเกินไปจะทำให้ร่างกายสูญเสียความร้อนอาจทำให้เป็น อันตรายได้