ดูแลประสาทสัมผัสทั้ง 4 ของสุนัขอย่างถูกวิธี

ประสาทสัมผัสของสุนัขมีความพิเศษยังไง แล้วเราต้องดูแลแบบไหนถึงถูกวิธีไปดูกัน

19 มิถุนายน 2555 · ชอบ  (10)
  • < I Love Doggy >
  • MooPuy
  • Karine!!
  • พริกขี้หนู
  • iOnz
  • และเพื่อน ๆ อีก 5 คน ชอบสิ่งนี้
· แสดงความคิดเห็น (0) · อ่าน (21,788)
414

SHARES


414 shares
Dogilike.com :: ดูแลประสาทสัมผัสทั้ง 4 ของสุนัขอย่างถูกวิธี

     "จมูกไวอย่างกับหมา" ... เชื่อว่าเพื่อนๆ คงเคยได้ยินคำนี้กันใช่รึเปล่าคะ คำนี้เป็นคำที่ใช้พูดในเชิงเปรียบเทียบโดยมีความหมายในเชิงว่า รับรู้เรื่องราวข่าวสารได้ไว เหมือนจมูกสุนัขที่มักจะได้กลิ่นอะไรไวกว่าคนอย่างพวกเรา

     สำหรับสุนัขแล้ว ในเรื่องของการสื่อสารต่างๆ เขาอาจจะมีข้อจำกัดเพราะเขาไม่สามารถพูดได้อย่างมนุษย์ แต่สำหรับเรื่องประสาทสัมผัสด้านต่างๆ ของสุนัข ไม่ว่าจะเป็น การมอง การได้ยิน การดมกลิ่น การรับรส ฯ สุนัขมีขีดความสามารถที่มากกว่ามนุษย์มากเลยทีเดียวล่ะค่ะ


ประสาทสัมผัสทางการมองเห็นของสุนัข

Dogilike.com :: ดูแลประสาทสัมผัสทั้ง 4 ของสุนัขอย่างถูกวิธี

     สำหรับคนเราแล้วในเวลากลางคืนเราก็จะไม่สามารถมองเห็นอะไรได้ในความมืด แต่สำหรับในสุนัขนั้น ธรรมชาติได้สร้างให้สุนัขมองเห็นชัดเจนในที่มืดก็เพราะว่าความสมดุลย์ในหลักการของการเป็นผู้ล่า

     การมองเห็นของสุนัขนั้น ตำแหน่งตาจะเอนไปทางด้านข้างของหัว ช่วยให้เห็นภาพในมุมกว้างกว่ามนุษย์ สุนัขจึงตอบสนองต่อการเคลื่อนไหวได้รวดเร็วและมองเห็นในที่มืดได้ดีกว่ามนุษย์เพราะเซลล์บริเวณจอตาซึ่งเป็นที่รวมแสง สุนัขเป็นสัตว์ที่ใช้ชีวิตกลางคืน มีแสงไฟนิดหน่อยก็มองเห็นได้

     แต่สุนัขจะไม่สามารถมองเห็นได้ในระยะไกล ถ้าเกิน 100 เมตร ก็ไม่สามารถแยกออกได้ว่าใครเป็นใคร

     การดูแลดวงตาของสุนัข : ตาของสุนัขที่มีสุขภาพดีจะมีแววตาแจ่มใส ไม่ขุ่นมัวหรือมีสีแดง หรือมีขี้ตา รวมทั้งน้ำตาไหลเป็นคราบอยู่เสมอก็แสดงว่าต้องมีอะไรผิดปกติเข้าตา ถ้าเป็นโรคตาอักเสบธรรมดาเพราะผงเข้าตา ก็ควรใช้น้ำยาล้างตา 4-5 หยด ใส่เพื่อให้สิ่งสกปรกออกก่อน แล้วใช้ผ้าที่สะอาดเช็ดเบาๆ รอบๆ ขอบตาออกได้

     ถ้าเป็นมากกว่านี้ควรจะนำไปพบสัตวแพทย์สุนัขบางพันธุ์ เช่น พวกพุดเดิ้ล มักมีรอยด่างสีน้ำตาลที่ขนใต้ตาเสมอ ที่เป็นเช่นนี้เพราะขนบริเวณนั้นเปียกแฉะเนื่องจากหยาดน้ำตาของสุนัข คราบน้ำตานี้จะติดแน่นที่หัวตาย้อยลงมา การกำจัดรอยด่างนี้ทำได้โดยการหมั่นเช็ดถูให้บ่อยๆ ครั้งทุกวัน เพื่อให้ขนที่ติดคราบน้ำตานี้ค่อยๆ หลุดร่วงหมดไปสุนัขบางตัวตาแฉะ อาจจะเป็นเพราะขนตาขึ้นผิดปกติ แยงเข้าไปในลูกตา การรักษาอาการนี้ควรเป็นหน้าที่ของสัตวแพทย์


  ประสาทสัมผัสทางการได้ยินของสุนัข

Dogilike.com :: ดูแลประสาทสัมผัสทั้ง 4 ของสุนัขอย่างถูกวิธี

     โดยทั่วไปสุนัขจะมีประสาทรับเสียงที่ไวมาก สามารถได้ยินเสียงคลื่นความถี่สูงกว่าที่มนุษย์ได้ยินจึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการล่าเหยื่อและการสื่อสารกับสุนัขอื่น (สมัยก่อนโดยธรรมชาติของสุนัขป่าจะมีหูตั้งพอมนุษย์นำมาเลี้ยงหูเลยตกลงมา ทำให้รับเสียงได้ไม่ดี) โดยสุนัขสามารถได้ยินเสียงความถี่ต่ำกว่า 20 Hz และมากกว่า 20,000 Hz ซึ่งเป็นความถี่ที่มนุษย์ไม่สามารถได้ยินได้

     เมื่อไม่นานมานี้ได้มีผู้นำสุนัขมาฝึกเพื่อช่วยคนหูหนวกโดยจะฝึกสุนัขให้รับรู้เสียงโทรศัพท์ แล้วบอกเจ้าของให้มารับข้อความทางโทรศัพท์ผ่านทางคอมพิวเตอร์เป็นตัวอักษร

     การดูแลหูของสุนัข : หูสุนัขมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างยิ่ง สุนัขที่มีหูปกติจะต้องมีสีชมพูเรื่อๆ สะอาด ไม่มีกลิ่นผิดปกติ หูควรสะอาดไม่มีขี้หูมากจนเกินไป ไม่มีเห็บ หรือหมัด ไม่เป็นแผล หนอง สุนัขบางพันธุ์รวมทั้งพวกพุดเดิ้ล มักมีขนขึ้นที่บริเวณช่องหู ขนเหล่านี้จะเป็นตัวเพาะเชื้อโรค และหมักหมมส่งสกปรกทั้งหลายได้เป็นอย่างดี สุนัขที่มีหูลักษณะยาวก็เก็บสิ่งสกปรกต่างๆ ได้ง่ายจึงต้องหมั่นเอาใจใส่เช็ดถูสิ่งสกปรกในช่องหูออกให้หมด

     แต่สุนัขหูตั้งจะดูแลรักษาความสะอาดได้ง่าย เพราะช่องหูสามารถถ่ายเทกับอากาศภายนอกได้โดยธรรมชาติ ฉะนั้นสิ่งสกปรกต่างๆ จึงไม่สามารถหมักหมมจนเกิดโรคได้มากนัก ถ้าหูสุนัขสกปรกมากก็ควรใช้สำลีหรือผ้านุ่มๆ เช็ดบริเวณใบหูและรูหูส่วนนอกๆ เป็นประจำทางที่ดีหลังการอาบน้ำ เพราะสามารถตรวจสอบว่ามีน้ำหลงเหลือเข้าไปในรูหูหรือไม่ ถ้ามีจะได้เช็ดออกให้แห้ง เป็นการป้องกันหูอักเสบได้ด้วย แต่อย่าพยายามทำความสะอาดลึกเข้าไปในรูหูเป็นอันขาด บริเวณอ่อนไหวดังกล่าวควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของสัตวแพทย์


ประสาทสัมผัสทางการดมกลิ่นของสุนัข

Dogilike.com :: ดูแลประสาทสัมผัสทั้ง 4 ของสุนัขอย่างถูกวิธี

     ความสามารถในการดมกลิ่นของสุนัขถือได้ว่าดีเยี่ยมเลยทีเดียว โดยขีดความสามารถในการดมนั้นก็จะแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ ซึ่งความสามารถในการดมกลิ่นของสุนัขนั้นดีกว่ามนุษย์อย่างน้อยเป็นพันเท่า จึงไม่น่าแปลกใจที่มนุษย์จะนำความสามารถนี้มาใช้ประโยชน์มากมาย เช่น ใช้สุนัขในการค้นหาวัตถุระเบิด ยาเสพติด และคนหายอีกด้วย

     โดยระบบการได้กลิ่นของสุนัขนั้นจะเริ่มต้นจากองค์ประกอบของกลิ่นต่างๆ คือ โมเลกุลของสารเคมี ที่ล่องลอยในอากาศ สุนัขจะได้กลิ่นโดยผ่านทางเนื้อเยื่อภายในจมูก และเนื้อเยื่อ ก็จะส่งข้อมูลของกลิ่นนี้ไป
ยังสมอง สุนัขได้พัฒนาทักษะในการดมกลิ่นมายาวนานมาก

     และเมื่อเปรียบเทียบพื้นที่การหายใจระหว่างมนุษย์กับสุนัขแล้วจะพบว่า พื้นที่การดมกลิ่นในจมูกของมนุษย์ ผู้ใหญ่มีประมาณ 3 ตร. ซม. แต่ของสุนัข เฉลี่ยแล้วมีถึง 130 ตร. ซม. ทีเดียว นอกจากนี้ สุนัขยังมีเส้นประสาทดมกลิ่นมากกว่ามนุษย์มาก คือ มนุษย์มีเส้นประสาทดังกล่าว 5 ล้านเซล แต่ดัชชุนมีถึง 125 ล้านเซล ฟ็อกซ์เทอร์เรีย มี 147 ล้านเซล เยอรมันเชพเพิร์ดมี 220 ล้านเซล จมูกที่เปียกยังช่วยให้การดมกลิ่นดีขึ้น คือ มันจะช่วยซึมซับกลิ่นที่ล่องลอยในอากาศ และส่งต่อไปยังเนื้อเยื่อรับกลิ่นภายในจมูก และไล่กลิ่นเดิมที่ตกค้างอยู่ออก

     การดูแลจมูกของสุนัข : ส่วนสีดำของจมูกสุนัขจะสดใสเป็นมัน และชื้นอยู่เสมอ  ถ้าหากพบว่าจมูกของสุนัขเกิดการแห้งแตก นั่นคือสิ่งที่จะบอกถึงอาการเจ็บป่วยของสุนัข  เราจะต้องสังเกตว่าสุนัขของเรามีน้ำมูกสีอะไร ถ้ามีน้ำมูกเป็นน้ำสีเหลืองหรือสีแดง และรูจมูกมีลักษณะเมือกเหนียวๆ อยู่รอบจมูก  หรือสุนัขหายใจออกเสียงแรงๆ และใช้เท้าตะกุยจมูก ถ้าหากมีอาการนี้ให้รีบพาไปพบสัตว์แพทย์ทันที


ประสาทสัมผัสทางการรับรสของสุนัข

Dogilike.com :: ดูแลประสาทสัมผัสทั้ง 4 ของสุนัขอย่างถูกวิธี

     สุนัขสามารถรับรู้รสชาติ เปรี้ยว หวาน เค็ม และขมได้เหมือนกับมนุษย์ (โดยสุนัขจะใช้ลิ้นแตะอาหาร 1 วินาทีเพื่อให้รู้รสอาหาร) ต่างกันที่ความชอบในเรื่องรสชาติและเนื้อของอาหาร บวกกับประสาทสัมผัสในการรับกลิ่นที่ดีทำให้กลิ่นของอาหารเป็นอีกส่วนหนึ่งที่สำคัญในการทำให้อาหารน่ากินหรือไม่น่ากิน เรียกว่าหากไม่สบายแล้ว จมูกรับรู้กลิ่นลดลง ความอยากอาหารจะหายไปเยอะทีเดียว

     การดูแลช่องปากของสุนัข : โดยปกติแล้วสุนัขฟันผุได้ยากมาก แต่ที่เห็นบ่อยคือ เหงือกอักเสบ เกิดจากฟันสุนัขไม่สะอาด ขี้ฟันหมักหมมจนจับเป็นคราบสีเหลืองเกาะติดที่ผิวฟัน คือ หินปูนนั่นเอง บางทีหินปูนมีมากและลุกลามไปจนถึงเงือก ทำให้เหงือกอักเสบ มีกลิ่นปาก จนกระทั่งฟันหลุดไปในที่สุด

     วิธีป้องกันการจับตัวของหินปูน ควรให้สุนัขกินอาหารสำเร็จรูปที่เป็นเม็ดแห้ง หรือให้แทะกระดูกเสียบ้างเพื่อขัดฟัน แต่ถ้าจะให้ดีจริงๆ ควรให้สัตวแพทย์ตรวจฟันทุกปี สุนัขบางพันธุ์ก็มีการจัดเรียงตัวของฟันที่แย่มาก มีเหงือกเป็นหนองและฟันหลุดเสมอการให้แทะกระดูกไม่อาจช่วยได้เลย พวกนี้ต้องตรวจฟัน และทำความสะอาดเสมอโดยสัตวแพทย์


     ... เมื่อทราบกันแล้วว่าประสาทสัมผัสส่วนต่างๆ ของสุนัขมีความสำคัญขนาดนี้ เพื่อนๆ ก็อย่าลืมดูแลทำความสะอาด รวมไปถึงสังเกตความผิดปกติต่างๆ ด้วยนะคะ เพราะสิ่งเหล่านี้จะเป็นสิ่งที่บ่งบอกได้ถึงสุขภาพของสุนัขของเราได้ค่ะ ^^


บทความโดย:  Dogilike.com

ข้อมูลอ้างอิง:
หนังสือ คู่มือเลี้ยงสุนัข dog owner's manual
http://www.dogfunpark.com/
http://www.lovedogcenter.com/

ภาพประกอบ:
http://sanoma9618.hubpages.com/hub/What-is-a-Dogs-Hearing-Range
http://www.puppy-training-at-home.com/dog-eye-problems.html
http://dogspired.com/dog-facts/dogs-smell-in-color-people-smell-in-black-and-white/
http://perfectpuppycare.com/a-dogs-sense-of-hearing/
http://stockforpetsblog.com/pet-food-recalled-what-now