เคล็ด(ไม่)ลับในการดูแลน้องหมาให้มีสุขภาพดีตลอดปี 2013

ตามไปดูกันดีกว่าว่า "รวมเคล็ด(ไม่)ลับในการดูแลน้องหมาให้มีสุขภาพดี" จะมีอะไรกันบ้าง

25 ธันวาคม 2555 · ชอบ  (3)
  • พริกขี้หนู
  • MoMoRin
  • iOnz
  • ชอบสิ่งนี้
· แสดงความคิดเห็น (0) · อ่าน (12,712)
195

SHARES


195 shares

Dogilike.com :: เคล็ด(ไม่)ลับในการดูแลน้องหมาให้มีสุขภาพดีตลอดปี 2013


     ความสุขอย่างหนึ่งของคนรักและคนเลี้ยงน้องหมาก็คือ การที่ได้เห็นว่าเขามีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บมารุมเร้าร่างกาย ... ปัจจัยอย่างหนึ่งที่มีส่วนสำคัญมากๆ ที่จะทำให้ร่างกายของน้องหมาแข็งแรงหรือไม่แข็งแรงนั้นขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดูของผู้เลี้ยงเป็นสำคัญ ผู้เลี้ยงที่ดูแลเอาใจใส่สุขภาพของน้องหมาอย่างสม่ำเสมอก็จะช่วยลดโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดอาการผิดปกติได้ นอกจากนี้ การดูแลน้องหมาอย่างใกล้ชิดยังทำให้ผู้เลี้ยงเองสามารถทราบถึงการเปลี่ยนแปลง หรืออาการผิดปกติต่างๆ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณที่กำลังบ่งบอกถึงปัญหาทางสุขภาพ (ทั้งกายและใจ) ของน้องหมาได้อย่างรวดเร็ว ...

     และเพื่อเป็นอีกทางหนึ่งที่จะช่วยให้น้องหมาของเพื่อนๆ สุขภาพดีไปตลอดทั้งปี 2013 ที่จะถึงนี้ วันนี้มะเหมี่ยวก็ได้รวบรวมข้อมูลดีๆ ในการดูแลสุขภาพน้องหมาขั้นพื้นฐานที่สามารถทำได้เองง่ายๆ ไม่ต้องพึงคุณหมอมาฝากกันค่ะ ... ตามไปดูกันดีกว่าว่า "รวมเคล็ด(ไม่)ลับในการดูแลน้องหมาให้มีสุขภาพดี" จะมีอะไรกันบ้าง

 

ดูแลดวงตาของน้องหมาสุดรัก

 

Dogilike.com :: เคล็ด(ไม่)ลับในการดูแลน้องหมาให้มีสุขภาพดีตลอดปี 2013
 

     "ดวงตา" เป็นหน้าต่างของหัวใจ โดยเฉพาะสำหรับน้องหมาที่ไม่สามารถสื่อสารกับเราผ่านการพูดคุยได้ ดังนั้นการสื่อสารผ่านภาษากายจึงเป็นสิ่งที่จะช่วยให้เจ้าของสามารถเข้าใจความรู้สึกของน้องหมาได้เป็นอย่างดี น้องหมาบางตัวสื่อสารกับผู้เลี้ยงผ่านทางสายตาส่งผ่านความรู้สึก และบ่งบอกถึงความต้องการต่างๆ ...

     ดวงตาถือว่าเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งที่อ่อนไหวที่สุดในร่างกายของน้องหมา โดยเฉพาะน้องหมาพันธุ์หน้าสั้นที่มีดวงตาโต โปน ใหญ่ กว่าน้องหมาพันธุ์ทั่วไป เช่น น้องหมาชิวาวา , น้องหมาชิสุ , น้องหมาปั๊ก ฯลฯ ส่วนใหญ่แล้วจะพบว่ามีปัญหาในเรื่องดวงตาค่อนข้างบ่อยเช่น ภาวะลูกตาทะลัก , รอขูดขีดต่างๆ บริเวณกระจกตา ฯลฯ ดังนั้นจึงต้องอาศัยการดูและเป็นพิเศษ นอกจากนี้ในน้องหมาบางสายพันธุ์ เช่น น้องหมาพุดเดิ้ล , น้องหมาโกลเด้นท์ ฯลฯ ยังพบว่ามักมีอาการผิดปกติเกิดขึ้นบริเวณหนังตา มีอาการหนังตาพับทำให้ขนตาทิ่มแทงเข้าไปข้างในดวงตาทำให้ดวงตาอักเสบได้

     ด้วยสาเหตุดังกล่าวนี้เอง ทำให้การดูแลดวงตาให้น้องหมาเป็นเรื่องที่ผู้เลี้ยงทุกคนควรให้ความสำคัญ น้องหมาที่มีสุขภาพดี ไม่ควรจะมีขี้ตาเกรอะกรัง หรือมีน้ำตาไหลอยู่ตลอดเวลา วิธีการดูแลดวงตาน้องหมาแบบง่ายๆ ที่ผู้เลี้ยงควรจะทำทุกครั้งหลังอาบน้ำให้น้องหมาก็คือ ให้ใช้สำลีปั้นก้อนชุบน้ำหมาดๆ เช็ดรอบๆ ขอบตาเพื่อทำความสะอาดคราบน้ำตารอบดวงตา โดยมุมขอบตาให้ลากลงมาตามแนวจมูกไม่ให้ขี้ตาเข้าไปในดวงตาขณะทำความสะอาด โคนตาให้ลากออกไปที่หางตา ระวังไม่ให้เศษขนหลุดเข้าไปในดวงตาที่จะทำให้เคืองตาหรืออักเสบได้ นอกจากนี้ผู้เลี้ยงยังต้องคอยสังเกตอย่างสม่ำเสมอว่าบริเวณดวงตาของน้องหมามีความผิดปกติหรือไม่ เช่น มีขี้ตาเยอะขึ้น หรือ ร่องน้ำตามีสีน้ำตาลเข้ม หรือไม่ ถ้ามีอาการผิดปกติเกิดขึ้นควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์ทันทีค่ะ

 


ดูแลช่องหูน้องหมาเพื่อสุขภาพที่ดี



Dogilike.com :: เคล็ด(ไม่)ลับในการดูแลน้องหมาให้มีสุขภาพดีตลอดปี 2013


     "ช่องหู" ก็เป็นอีกส่วนของร่างกายน้องหมาที่ผู้เลี้ยงต้องให้ความสำคัญในการดูแลเป็นพิเศษ ... สำหรับน้องหมาที่มีขนปานกลาง - ขนยาว นอกจากการอาบน้ำและตัดขนให้สุนัขแล้ว "การถอนขนในช่องหู" ถือว่ามีความสำคัญมากในการทำความสะอาด เนื่องจากบริเวณหูของน้องหมาจะมีขนขึ้น และถ้าหากไม่ถอนและทำความสะอาดโดยการเช็ดแล้ว ขนบริเวณหูจะเป็นแหล่งสะสมเห็บหมัดและเชื้อโรคเป็นอย่างดีเลยทีเดียว และที่สำคัญหากปล่อยไว้เรื่อยๆ โดยไม่ดูแลน้องหมาก็อาจจะเสี่ยงต่อการเป็นโรคช่องหูอักเสบได้อีกด้วย

     ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันโรคช่องหูอักเสบ หลังอาบน้ำทำความสะอาดน้องหมาทุกครั้ง ผู้เลี้ยงควรหมั่นทำความสะอาดหูให้น้องหมา ซึ่งมีวิธีการทำความสะอาดง่ายๆ คือ โดย ...

     1. หลังจากอาบน้ำให้เช็ดหูน้องหมาให้หมาด แล้วเปิดใบหูขึ้นและให้แหนบดึงของภายในช่องหูออกให้มากที่สุดเพื่อให้ง่ายต่อการทำความสะอาด ... จากนั้นก็มาถึงขั้นตอนของการเช็ดหูน้องหมา หูของเขาจะมีลักษณะเป็นรูปตัว "L" มากกว่าหูของคน ดังนั้นขี้หูหรือเศษเนื้อเยื่อต่างๆ จึงมักจะไปสะสมอยู่ที่บริเวณมุมของตัว "L" ค่ะ ถ้าหากพบว่ามีเศษขี้หูติดอยู่มาก ให้ทำความสะอาดโดยการใส่น้ำยาสำหรับทำความสะอาดหูน้องหมา (แนะนำให้ปรึกษาสัตว์แพทย์นะคะ อย่าซื้อเอง) หยดลงไปในช่องหู ซึ่งน้ำยาล้างหูที่ดีควรมีกรดอ่อนๆ

     2. เมื่อหยดน้ำยาแล้วใช้นำก้านไม้พันด้วยสำลี หรือคัตตัลบัต ในการทำความสะอาดช่องหูทั้งด้านในและด้านนอก (นำก้านไม้พันสำลีหรือคัตตัลบัตไปชุบน้ำยาทำความสะอาดช่องหูให้ชุ่มก่อนนะคะ) โดยในการเช็ดห้ามใช้วิธีการแทง ทิ่ม หรือกระแทก เด็ดขาด (ก่อนการเช็ดควรนวดบริเวณโคนหูให้น้องหมาก่อนซัก 30 วินาที เพื่อให้เศษเนื้อเยื่อภายในหูอ่อนนุ่มและหลุดออกมา จะได้ง่ายต่อการทำความสะอาดยังไงล่ะคะ)

     3. เช็ดให้ทั่วจนพบว่าไม่มีเศษขี้หูหลงเหลืออยู่ในช่องหูแล้ว

     แต่ในการทำความสะอาดหูให้น้องหมาก็มีสิ่งที่ผู้เลี้ยงต้องระวัง ก็คือ เวลาเช็ดไม่ควรแหย่ก้านสำลี หรือคัตตัลบัตลึกเข้าไปในหูมากนักเพราะจะยิ่งทำให้เศษขี้หูไปอัดแน่นอยู่ในรูหู ให้ใช้วิธีการเขี่ยออกมาดีกว่า ... และหลังจากทำความสะอาดหูแล้ว ให้เพื่อนปล่อยน้องหมาสั่นหรือสะบัดหัวและปล่อยให้หูแห้งได้ตามปกติค่ะ


 

ดูแลช่องปากของน้องหมาอย่างถูกวิธี



Dogilike.com :: เคล็ด(ไม่)ลับในการดูแลน้องหมาให้มีสุขภาพดีตลอดปี 2013


     "ช่องปาก" ของน้องหมาเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายที่สามารถบ่งบอกได้ถึงสุขภาพของน้องหมา ... ถ้าหากน้องหมาของเพื่อนๆ มีกลิ่นปากเหม็นหรือมีเลือดออกที่เหงือกบ่อยๆ ล่ะก็ ทราบไว้เลยนะคะว่า นั่นคืออาการเริ่มต้นของโรคปริทันต์ค่ะ

     หลายคนอาจจะสงสัยว่าโรคปริทันต์ คืออะไร ... โรคปริทันต์เป็นการอักเสบของเนื้อเยื่อที่ทำหน้าที่ยึดเหนี่ยวฟัน , เนื้อเยื่อของเหงือก , เอ็นที่ยึดเหงือกและฟัน , โพรงรากฟัน และเนื้อเยื้อคล้ายกระดูกที่คลุมรากฟันเพื่อช่วยยึดเกาะรากฟัน เป็นโรคที่พบบ่อยที่สุดในน้องหมา  สาเหตุเกิดจากแบคทีเรียที่สร้างพลากค์เคลือบฟัน โรคปริทันต์เป็นสาเหตุในการสูญเสียฟัน ส่วนใหญ่แล้วจะพบในน้องหมาทุกวัยที่มีอายุตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไปและพบมากถึง 80 – 90%  ของสุนัข ทั้งนี้ มีโรคหลายๆ โรคที่ทำให้มีอาการคล้ายโรคปริทนต์

     อาการของโรคปริทันต์ในสุนัข คือ ปากเหม็น , มีเลือดออกที่เหงือก , ฟันร่วง , มีแผลในปาก , ฟันโยก , เหงือกร่น , เบื่ออาหาร

     สาเหตุของโรคปริทันต์เริ่มจากการมีเศษอาหารตามซอกฟัน ทำให้มีการสะสมของเชื้อแบคทีเรียและแคลเซียมที่บริเวณฟันจนเกิดเป็นหินน้ำลาย และจากหินน้ำลายหากไม่มีการดูแลสุขภาพช่องปากที่ดีแล้วนั้นนานวันเข้าหินน้ำลายจะเกิดการก่อตัวเป็นหินปูน เกาะตามฟันซี่ต่างๆ เมื่อเชื้อแบคทีเรียมากขึ้นจะส่งผลให้เนื้อเยื่อปริทันต์อักเสบ เกิดการทำลายเยื่อบุผิวฟันและเนื้อเยื่อรอบฟัน มีการอักเสบของเหงือกและเนื้อเยื่อในช่องปาก รวมทั้งทำให้เกิดการสลายของกระดูกเบ้าฟันที่ยึดฟันอยู่ ในน้องหมาที่มีการอักเสบของเนื้อเยื่อปริทันต์รุนแรงทำให้กรามหัก หรือเชื้อแบคทีเรียเข้าสู่กระแสโลหิตทำให้ติดเชื้อในระบบอื่นของร่างกาย เช่น หัวใจ ตับ และไต มีอันตรายถึงชีวิตได้เลยทีเดียว ซึ่งความรุนแรงของโรคขึ้นอยู่กับชนิดและจำนวนของเชื้อแบคทีเรีย รวมถึงสารที่เชื้อแบคทีเรียเหล่านี้สร้างออกมาด้วย ดังนั้นจึงเห็นได้ว่าปัญหากลิ่นปากเพียงเล็กน้อยที่ผู้เลี้ยงละเลยอาจกลายเป็นปัญหาใหญ่กระทบต่อสุขภาพโดยรวมของน้องหมาก็เป็นได้ ...

     ดังนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรคปริทันต์ในน้องหมา ผู้เลี้ยงจะต้องให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพในช่องปากของน้องหมาด้วย โดยการทำความสะอาดฟันโดยแปรงฟันให้น้องหมาทุกวันด้วยโดยแปรงและยาสีฟันที่ใช้จะต้องเป็นผลิตภัณณ์เฉพาะใช้กับน้องหมา นอกจากนี้ในการดูแลสุขภาพฟันของน้องหมาอาหารที่ใช้ในการดูแลช่องปากบางชนิดช่วยได้เหมือนกัน เช่น อาหารเม็ดที่มีคุณสมบัติช่วยขัดหินปูนที่เกาะตามฟันสุนัข หรืออาจะเป็นยาสีฟันจะช่วยในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย นอกจากนี้ควรพาสุนัขไปให้สัตวแพทย์ตรวจสุขภาพฟันทุก  3 – 6  เดือนด้วยค่ะ


 

ดูแลอุ้งเท้าและเล็บน้องหมาเพื่อป้องกันโรค

 

Dogilike.com :: เคล็ด(ไม่)ลับในการดูแลน้องหมาให้มีสุขภาพดีตลอดปี 2013


     "อุ้งเท้า" และ "เล็บ" ของน้องหมา เป็นส่วนที่ผู้เลี้ยงหลายคนละเลยที่จะดูแล ... หลายคนปล่อยให้ขนบริเวณอุ้งเท้าและเล็บของน้องหมายาวโดยที่ไม่ได้ใส่ใจตัดหรือทำความสะอาด ในระยะยาวถ้าหากไม่ดูแลบริเวณดังกล่าวอาจเป็นที่มาของโรคต่างๆ ได้!!!

     ทั้งนี้ สำหรับน้องที่มีขนยาวปานกลาง - ยาวมาก การที่ปล่อยให้ขนบริเวณอุ้งเท้าของน้องหมายาวมากเกินไป จะทำให้อุ้งเท้าและง่ามเท้าของน้องหมาเกิดความอับชื้น มีกลิ่นเหม็น เป็นที่สะสมของเชื้อโรค ที่สำคัญการทีขนบริเวณอุ้งเท้ายาวเกินไปยังทำให้น้องหมามีปัญหาในการเดิน โดยเฉพาะน้องหมาที่เลี้ยงภายในบ้าน น้องหมาจะเดินลำบากเพราะขนที่ยาวเกินอุ้งเท้าออกมาทำให้น้องหมาทรงตัวได้ยากกว่าปกติ อาจลื่นหรือประสบอุบัติเหตุได้ง่ายขึ้น ที่สำคัญในระยะยาวอาจมีผลทำให้เกิดความผิดปกติเกี่ยวกับข้อต่อบริเวณขาอีกด้วย ... ดังนั้น วิธีที่ดีที่สุดก็คือ หลังการอาบน้ำทำความสะอาดน้องหมา ให้ผู้เลี้ยงให้กรรไกรค่อยๆ แซะเล็มขนบริเวณอุ้งเท้าออกให้มากที่สุด เพื่อที่จะได้ง่ายต่อการเช็ดทำความสะอาด และลดการอับชื้นบริเวณดังกล่าวด้วยล่ะค่ะ

     นอกจากนี้ การตัดขนบริเวณอุ้งเท้าออกยังเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยให้น้องหมาระบายความร้อนในร่างกายได้ดีขึ้น เนื่องจากบริเวณฝ่าเท้าน้องหมา ซึ่งเป็นบริเวณที่มีต่อมเหงื่ออยู่มากที่สุด การตัดขนออกจึงทำให้น้องหมาระบายเหงื่อออกมาได้ง่าย ทำให้ช่วยลดอุณหภูมิในร่างกายได้เป็นอย่างดีเลยล่ะค่ะ (รู้แบบนี้แล้วในหน้าร้อน ผู้เลี้ยงควรตัดขนบริเวณอุ้งเท้าน้องหมาให้สั้นอยู่เสมอนะคะ น้องหมาจะได้รู้สึกสบายตัวมากขึ้นค่ะ)


Dogilike.com :: เคล็ด(ไม่)ลับในการดูแลน้องหมาให้มีสุขภาพดีตลอดปี 2013


     ส่วนการดูแลเรื่องเล็บของน้องหมานั้น ผู้ที่เลี้้ยงน้องหมาในบ้านจำเป็นต้องตัดเล็บน้องหมาให้สั้นและตะไบไม่ให้เล็บมีคมอยู่เสมอ เพราะถ้าหากปล่อยให้เล็บของน้องหมายาวเกินไปจะทำให้น้องหมามีปัญหาในเรื่องการเดิน นอกจากนี้ด้วยลักษณะเล็บที่โค้งเหมือนเคียวเกี่ยวข้าว ถ้าหากเล็บน้องหมายาวเกินไปอาจจะไปกดเนื้อบริเวณอุ้งเท้าทำให้เกิดแผลได้ และเมื่อเป็นแผลแล้วถ้าหากไม่ได้รับการรักษา ในระยะเวลาไม่นานอาจทำให้เป็นแผลเรื้อรังและติดเชื้อโรคต่างๆ ได้ ดังนั้น หลังจากการอาบน้ำทำความสะอาดน้องหมาทุกครั้ง ผู้เลี้ยงควรตัดเล็บให้เขาอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้เขาเกิดความเคยชิน ควรเริ่มทำตั้งแต่น้องหมายังเด็ก โดยการจับอุ้งเท้าเขาบ่อยๆ ให้เขาชินกับการถูกจับ ไม่ให้หวงเท้า และผู้เลี้ยงต้องหัดสังเกตเล็บน้องหมา เวลาตัดเล็บไม่ควรตัดโดนส่วนสีชมพู เพราะจะทำให้เลือดออกและเจ็บมาก ทำให้ครั้งต่อไปน้องหมาจะไม่ให้ความร่วมมือ


Dogilike.com :: เคล็ด(ไม่)ลับในการดูแลน้องหมาให้มีสุขภาพดีตลอดปี 2013

    
     ... สำหรับผู้เลี้ยงน้องหมา นอกจากความรักที่ผู้เลี้ยงพี่ให้พวกเขาแล้ว น้องหมาก็ยังต้องการการใส่ใจในการดูแลเรื่งอของสุขภาพด้วย เพราะพวกเขาไม่สามารถดูแลตัวเองได้ มีแต่เจ้าของเท่านั้นที่จะต้องทำหน้าที่คอยหมั่นสังเกตสิ่งผิดปกติต่างๆ รวมไปถึงดูแลพวกเขาอย่างถูกวิธี การดูแลน้องหมาอย่างถูกต้องตั้งแต่เขายังเด็กๆ จะเป็นเกราะป้องกันชั้นดีที่จะทำให้น้องหมาห่างไกลจากอาการผิดปกติและโรคร้ายต่างๆ ได้ค่ะ

     ดังนั้น ในปี 2013 ตลอดไปจนทุกๆ ปี ถ้าเพื่อนๆ อยากให้น้องหมามีสุขภาพดีล่ะก็ เราต้องไม่ลืมที่จะเอาใจใส่ดูแลเขาอย่างสม่ำเสมอด้วยนะคะ พวกเขาจะได้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง อยู่กับเราไปนานๆ ยังไงล่ะคะ ^^
 

บทความโดย : Dogilike.com

รูปภาพโดย: Dogilike.com
http://bestpetcareguide.com/
http://www.groomers-online.com/article.php/137/eye-care
http://www.skugs.com/dog-ear-care.html
http://www.aboutahealthcare.com/animal-health-care/
http://www.ehow.com/how_7720878_care-dogs-sore-paw.html
http://www.ehow.com/how_7720878_care-dogs-sore-paw.html
http://divadogtraining.com/blog/dog-psychology/do-dogs-smile