โดย: 2P4EVER

5 วิธีดูแลสุขภาพจิตใจเจ้าตูบให้แจ่มใสไปชั่วชีวิต

มาดูแลเจ้าตูบให้หัวใจพองโตในเดือนแห่งความรักกันเถอะ

3 กุมภาพันธ์ 2558 · ชอบ  (0) · แสดงความคิดเห็น (0) · อ่าน (10,576)
2,578

SHARES


2,578 shares

Dogilike.com :: 5 วิธีดูแลสุขภาพจิตใจเจ้าตูบให้แจ่มใสไปชั่วชีวิต
 

     เผลอแป๊บเดียวก็เข้าสู่เดือนกุมภาพันธ์ เดือนแห่งความรักที่ทุกคนต่างก็มอบความรู้สึกดี ๆ ให้แก่กันแล้วนะคะ ในเดือนสุดพิเศษแบบนี้ คอลัมน์เทคนิคการเลี้ยงการดูแล ก็เลยจะขอหยิบเรื่องการดูแลน้องหมาให้เข้ากับบรรยากาศกันสักหน่อย โดยการให้เพื่อน ๆ มาใส่ใจดูแลหัวใจเจ้าตูบกันค่ะ

     โดยการดูแลหัวใจเจ้าตูบในที่นี้นั้นก็คือ การเน้นดูแลเรื่องของสุขภาพจิตใจน้องหมาให้แจ่มใส มีความสุขนั่นเองค่ะ ว่าแต่เราจะมีวิธีดูแลสุขภาพจิตใจของน้องหมากันยังไงบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ ...

 


1. มอบอ้อมกอด ส่งต่อความรู้สึกดีให้เจ้าตูบ

 

Dogilike.com :: 5 วิธีดูแลสุขภาพจิตใจเจ้าตูบให้แจ่มใสไปชั่วชีวิต

 
     เพื่อน ๆ เชื่อไหมคะว่า ปัจจัยสำคัญที่จะส่งเสริมให้น้องหมามีสุขภาพจิตที่ดี และเป็นน้องหมาที่มีอารมณ์ดีได้นั้นมาจากความรัก ความอบอุ่นที่น้องหมาได้รับจากเจ้าของ ... ถ้าหากผู้เลี้ยงอยากให้น้องหมามี่สุขภาพจิตดี ร่าเริง และมีความมั่นคงทางอารณ์ สิ่งหนึ่งที่ผู้เลี้ยงไม่ควรละเลยก็คือ การรู้จักแบ่งเวลาในชีวิตประจำวันมาให้กับน้องหมาอย่างสม่ำเสมอ โดยผู้เลี้ยงควรแบ่งเวลาพาน้องหมาไปเดินเล่น หรืออาจจะสัมผัสร่างกาย เช่น การกอด การอุ้มน้องหมา ลูบตัว ฯ น้องหมาเป็นประจำ เพราะการเล่นหรือสัมผัสน้องหมาจะช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างน้องหมาและผู้เลี้ยง น้องหมาจะรู้สึกและรับรู้ได้ถึงความรักความอบอุ่นจากเจ้าของ ทำให้น้องหมารู้สึกปลอดภัย ผ่อนคลาย หรือพูดง่าย ๆ ว่า การให้เวลากับน้องหมาเป็นประจำนั้นจะส่งผลให้น้องหมามีอารมณ์ดีและมีสุขภาพจิตที่ดีนั่นเองค่ะ

     การมีสุขภาพจิตที่ดีเป็นสิ่งสำคัญสำหรับน้องหมามาก ๆ เลยนะคะ เพราะเมื่อน้องหมามีสุขภาพจิตที่ดี ไม่เครียด ก็จะช่วยให้น้องหมามีนิสัยน่ารัก ไม่มีพฤติกรรมก้าวร้าว และยังช่วยลดอัตราเสี่ยงการเป็นโรค หรือเกิดความเจ็บป่วยในน้องหมาได้ เช่นเดียวกับคนเราที่เมื่อเรามีสุขภาพจิตใจที่แข็งแรง สุขภาพกายก็จะดีตามไปด้วยยังไงล่ะคะ

     ฉะนั้น ผู้เลี้ยงจึงจำเป็นที่จะต้องแบ่งเวลาการให้ความรักกับน้องหมาด้วยสัมผัสน้อง หมาเป็นประจำ โดยสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บทความ แบ่งเวลา ... เติมความรักให้น้องหมาอย่างถูกวิธี เพื่อฟิตหัวใจเจ้าตูบแสนรักของเราให้แข็งแรงกันได้เลยค่ะ

 

2. ฝึกน้องหมาให้เข้าสังคม
 

 

Dogilike.com :: 5 วิธีดูแลสุขภาพจิตใจเจ้าตูบให้แจ่มใสไปชั่วชีวิต


     ใครจะเชื่อล่ะคะว่า การฝึกน้องหมาให้เข้าสังคม จะช่วยให้น้องหมามีสุขภาพจิตดีได้ ... การฝึกน้องหมาให้เข้าสังคม โดยการหมั่นพาน้องหมาไปพบปะกับน้องหมาตัวอื่น ๆ อยู่เป็นประจำ เรียกได้ว่า เป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้น้องหมามีสุขภาพจิตที่ดีได้ค่ะ เพราะน้องหมาจะได้พบกับผู้คนรวมถึงได้ปฏิสัมพันธ์และสามารถปรับตัวเข้าหาน้องหมาตัวอื่น ๆ ได้ ทำให้น้องหมาไม่ตื่นกลัวหรือตกใจง่าย เป็นการสร้างความมั่นใจเพื่อให้น้องหมาเติบโตมาเป็นน้องหมาที่มีอารมณ์มั่นคง ผ่อนคลาย เป็นมิตร และไม่มีพฤติกรรมก้าวร้าวนั่นเองค่ะ

     โดยช่วงเวลาที่เหมาะสมที่ควรให้น้องหมาเริ่มเรียนรู้ทักษะการเข้าสังคมก็คือ เมื่อน้องหมาอายุได้ปะมาณ 3-4 เดือน ซึ่งเป็นช่วงที่น้องหมาจะเริ่มเรียนรู้ประสบการณ์การต่าง ๆ  และสร้างการจดจำทั้งดีและไม่ดี ผู้เลี้ยงจึงต้องดูแลน้องหมาในวัยนี้เป็นพิเศษค่ะ

     สำหรับการฝึกน้องหมาให้เข้าสังคมที่ดีที่สุดคือ การหมั่นพาน้องหมาไปพบปะกับสังคมภายนอก เช่น พาน้องหมาไปเดินเล่นตามสวนสาธารณะ พาไปเที่ยวต่างจังหวัด  พาน้องหมาไปเดินงานแฟร์สำหรับสุนัข พาน้องหมาไปทำความรู้จักกับน้องหมาของเพื่อนบ้าน ฯลฯ ฉะนั้น เพื่อน ๆ ก็อย่าลืมหมั่นพาน้องหมาออกไปพบปะน้องหมากันบ้างนะคะ สำหรับเพื่อน ๆ ที่ไม่ค่อยมีเวลาก็อาจจะพาน้องหมาออกไปพบปะสังคมอาทิตย์ละครั้งก็ได้ค่ะ รับรองว่า น้องหมาของเพื่อน ๆ จะมีสุขภาพจิตที่ดีขึ้น ได้ผ่อนคลายความเครียดจากการต้องอุดอู้อยู่ที่บ้านเป็นเวลานาน ๆ อย่างแน่นอนค่ะ

 

3. ฝึกทักษะด้วยการเสริมแรงทางบวก
 

 

Dogilike.com :: 5 วิธีดูแลสุขภาพจิตใจเจ้าตูบให้แจ่มใสไปชั่วชีวิต
 

     ทุกครั้งที่ผู้เลี้ยงจะฝึกทักษะและระเบียบต่าง ๆ ให้กับน้องหมา เพื่อน ๆ ใช้วิธีในการฝึกกันยังไงบ้างคะ? ... หลาย ๆ คนอาจจะเลือกใช้วิธีดุ ตี เพื่อให้น้องหมาทำตามคำสั่งหรือทำในสิ่งที่เราต้องการ แต่รู้หรือไม่คะว่า การใช้วิธีการฝึกแบบนี้จะทำให้น้องหมาหวาดกลัว รู้สึกไม่มั่นคง เกิดความเครียด สุขภาพจิตย่ำแย่ และอาจมีปัญหาพฤติกรรมก้าวร้าวเกิดขึ้นในอนาคตได้

     ดังนั้น เพื่อเป็นการฝึกทักษะอย่างได้ผลและไม่ทำเกิดความเครียดที่จะส่งผลต่อสภาพจิตใจของน้องหมา แนะนำว่า ผู้เลี้ยงควรฝึกน้องหมาโดยใช้วิธีที่สร้างความรู้สึกดีให้แก่น้องหมาในช่วงเวลาฝึกทักษะ หรือที่เรียกอย่างเป็นทางการว่า การใช้กฏการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) มาใช้ฝึกน้องหมา โดย วิคตอเรีย สติลเวลล์ (Victoria Stilwell) ผู้ฝึกและแก้ปัญหาพฤติกรรมสุนัขจากประเทศอังกฤษ ก็ได้ใช้กฏการเสริมแรงทางบวกในการฝึกและแก้ปัญหาพฤติกรรมไม่ดีของน้องหมาเช่นกัน โดยวิธีการฝึกของเธอจะไม่ดุ ฝึกวินัยอย่างเข้มงวด หรือใช้ความรุนแรงในทุกกรณี แต่จะเพิ่มพลังทางบวกคอยเสริมแรงจูงใจให้น้องหมาทำตามคำสั่ง ตามกฏระเบียบแทนค่ะ

     สำหรับการฝึกน้องหมาโดยใช้การเสริมแรงทางบวกนี้ เพื่อน ๆ ก็สามารถทำได้ ไม่ยาก เพียงแค่ให้ผู้เลี้ยงใช้ความอ่อนโยน ความอดทน และความใจเย็นเข้ามาเป็นตัวช่วยในการฝึกทักษะต่าง ๆ ให้กับน้องหมา โดยอาจนำขนม ของเล่นสุดโปรดของน้องหมามาล่อเพื่อให้น้องหมาทำตามคำสั่ง เมื่อน้องหมาทำตามคำสั่งก็ให้มอบคำชม ซึ่งจะทำให้น้องหมารู้สึกดีในการฝึก มีอารมณ์มั่นคง และรู้สึกมีคุณค่าขึ้นมานั่นเองค่ะ

     แต่ในกรณีที่น้องหมาทำพฤติกรรมที่ไม่ดีก็ให้ผู้เลี้ยงเพิกเฉย หรือเลิกทำกิจกรรมที่ทำอยู่ทันที น้องหมาก็จะรับรู้ได้ว่า หากไม่ทำตามคำสั่งก็จะไม่ได้รับอาหาร  น้องหมาก็จะค่อย ๆ เรียนรู้และยอมทำตามคำสั่งเพื่อให้ได้รางวัลในครั้งต่อ ๆ ไปโดยที่เราไม่ต้องบังคับ ซึ่งการทำแบบนี้จะช่วยสานความสัมพันธ์ที่ดีให้แก่น้องหมากับผู้เลี้ยงได้เป็นอย่างดีเลยล่ะค่ะ

 

4. ให้ของเล่นเสริมพัฒนาการ
 

 

Dogilike.com :: 5 วิธีดูแลสุขภาพจิตใจเจ้าตูบให้แจ่มใสไปชั่วชีวิต


     ของเล่นสำหรับน้องหมา เป็นตัวช่วยสำคัญที่จะทำให้น้องหมามีสุขภาพจิตที่ดีได้เช่นกันค่ะ เพราะการมอบของเล่นให้กับน้องหมา จะทำให้น้องหมาเกิดความเพลิดเพลิน สนุกสนาน ผ่อนคลายความเครียดช่วยเสริมสร้างพัฒนาการในด้านต่าง ๆ ให้กับน้องหมาได้อีกด้วยค่ะ ...

     สำหรับของเล่นของน้องหมาในปัจจุบัน ส่วนใหญ่จะถูกผลิตออกมาเพื่อตอบสนองความต้องการของเจ้าของที่ต้องการเสริมสร้างทักษะในด้านต่าง ๆ ให้กับน้องหมา  เช่น ของเล่นที่ยืดหยุ่นได้ ของเล่นที่สามารถกินได้ ของเล่นเสริมทักษะพิเศษต่าง ๆ เช่น ของเล่นที่สามารถใส่ขนมไว้ด้านในเพื่อให้น้องหมาได้เรียนรู้ และคิดวิธีการแก้ไขปัญหาในการนำขนมออกมาจากของเล่นได้ โดยของเล่นเหล่านี้จะช่วยให้กับน้องหมาได้ฝึกสมอง ฝึกความจำ ไหวพริบ ทำให้สมองน้องหมาทำหน้าที่ได้ดี และยังช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์ที่อาจเกิดขึ้นเมื่อน้องหมามีอายุที่มากขึ้นค่ะ   

     ดังนั้น ผู้เลี้ยงก็ควรเลือกของเล่นที่เหมาะกับน้องหมาแต่ละตัว โดยเราอาจจะดูว่า ต้องการของเล่นที่เสริมสร้างทักษะในด้านไหน และควรเลือกขนาดของเล่นให้เหมาะกับน้องหมา ไม่ควรมอบของเล่นชิ้นเล็ก ๆ ให้กับน้องหมาสายพันธุ์ใหญ่เพราะน้องหมาอาจเคี้ยว หรือกลืนเข้าปากได้ และในน้องหมาสายพันธุ์เล็ก ผู้เลี้ยงก็ไม่ควรเลือกของเล่นชิ้นใหญ่เกินไป แต่ควรเลือกของเล่นที่น้องหมาสามารถคาบเล่นพอดีกับขนาดของปาก และที่สำคัญคือ ผู้เลี้ยงควรต้องตรวจดูวัสดุของเล่นว่า ผ่านมาตราฐานการรับรองหรือไม่ เพราะเคยมีกรณีที่ของเล่นที่ผลิตจากพลาสติกที่ไม่ได้คุณภาพ เมื่อน้องหมากัดแทะของเล่นก็ทำให้น้องหมาเจ็บป่วยได้

     สำหรับเพื่อน ๆ ที่ยังตัดสินใจเลือกของเล่นให้กับน้องหมาไม่ได้ก็สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่บทความ เลือกของเล่นเสริมทักษะให้สุนัข ได้เลยค่ะ

 

5. ดูแลสิ่งแวดล้อมและที่อยู่อาศัย

 

Dogilike.com :: 5 วิธีดูแลสุขภาพจิตใจเจ้าตูบให้แจ่มใสไปชั่วชีวิต
 

     การดูแลรักษาความสะอาดสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยของน้องหมาให้ถูกสุขลักษณะ ไม่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรค ก็ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยทำให้น้องหมามีร่างกายและจิตใจที่แข็งแรงได้นะคะ ... เพื่อน ๆ ลองคิดดูสิคะว่า ถ้าหากน้องหมาต้องอาศัยอยู่ในกรง หรือสภาพแวดล้อมรอบตัวที่สกปรกไม่ได้รับการดูแล ก็อาจจะทำใหเกิดปัญหาเห็บหมัดมาตั้งรกรากเพาะพันธุ์กัดกินเลือดของน้องหมาจนทำให้เกิดความรำคาญ หรือเจ็บป่วยเป็นโรคต่าง ๆ จากความสกปรกได้

     ดังนั้น ผู้เลี้ยงจึงควรจัดการทำความสะอาดที่อยู่อาศัยของน้องหมาให้สะอาดอยู่เสมอ โดยผู้เลี้ยงควรดูแลสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ดังนี้ค่ะ

     - พื้น ควรทำความสะอาดขัดล้าง พื้นบริเวณที่น้องหมาอาศัยอยู่เป็นประจำ และอาจจะใช้วิธี ผสมน้ำยากำจัดเห็บหมัดที่มีส่วนประกอบของ Permethrin หรือ Pyrethrin ฉีดพ่นพื้นปูนซีเมนต์ บนพื้นสนามหญ้า ตามพุ่มไม้ ผนังรอบ ๆ ตัวบ้าน โดยเฉพาะรอยแตกร้าวตามซอกมุมต่าง ๆ  บริเวณซอกกรง บริเวณที่น้องหมาชอบแอบไปนอน หรือส่วนที่คิดว่าเห็บอาจจะอาศัยอยู่ได้ โดยหลังจากการพ่นยากำจัดเห็บแล้ว ควรงดไม่ให้น้องหมาออกมาวิ่งเล่นในบริเวณที่ฉีดน้ำยาเป็นเวลา 1-2 วัน เพราะน้องหมาอาจจะสัมผัสกับสารเคมีที่ตกค้างอยู่ ซึ่งอาจจะส่งผลต่อสุขภาพของน้องหมาได้

     - กรง ควรทำความสะอาดกรงน้องหมาอย่างน้อยอาทิตย์ละ 1 ครั้ง เพราะตามซอกกรงอาจเป็นที่เพาะพันธุ์เห็บหมัดได้ และควรเปลี่ยนถาดรองฉี่ที่อยู่ด้านล่างกรงอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสุขภาพอนามัยที่ดีของน้องหมา

     - เบาะหรือที่นอน ควรตรวจดูเบาะเป็นประจำ หากพบอึ หรือมีกลิ่นฉี่ของน้องหมาก็ควรถอดเบาะออกไปซักและตากจนแห้งสนิท ไม่ควรปล่อยให้น้องหมานอนทับอึ ฉี่ของตัวเองเพราะจะเกิดการหมักหมมของเชื้อโรค และฉี่อาจจะกัดผิวหนังของน้องหมาจนเกิดแผลอักเสบ เป็นโรคผิวหนังได้

     - ถ้วยน้ำ ชามอาหาร ควรทำความสะอาดถ้วยน้ำ ชามอาหาร และเปลี่ยนน้ำสะอาดให้น้องหมาเป็นประจำทุกวันเพื่อป้องกันการเกิดแหล่งเพาะเชื้อโรคที่อาจส่งผลให้น้องหมาเกิดโรคต่าง ๆ ได้ เช่น ท้องเสีย โรคเกี่ยวกับทางเดินอาหาร รวมถึงไม่ควรทิ้งอาหารปรุงสุกไว้ข้ามคืน เพราะอาหารอาจบูด เน่าเสียได้
 


Dogilike.com :: 5 วิธีดูแลสุขภาพจิตใจเจ้าตูบให้แจ่มใสไปชั่วชีวิต



     เป็นยังไงกันบ้างคะสำหรับวิธีดูแลจิตใจน้องหมาให้แจ่มใส่ทั้ง 5 วิธี ไม่ยากเลยใช่ไหมคะ? ยังไงแล้วเพื่อน ๆ ก็อย่าลืมดูแลหัวใจน้องหมา ไม่ใช่แค่ในเดือนกุมภาพันธ์นี้เท่านั้นนะคะ แต่เราต้องหมั่นดูแลน้องหมาทุก ๆ วันเพื่อน้องหมาจะได้มีสุขภาพจิตที่ดี มีอายุยืนยาวมากยิ่งขึ้นค่ะ ^_^
 


บทความโดย: Dogilike.com
http://www.dogilike.com/

ภาพประกอบ :
https://www.flickr.com/photos/emeryway/3157067479
https://www.flickr.com/photos/cryrolfe/2853810247
http://www.hdwallpaperscool.com/pitbull-dog-new-wallpapers/
http://clickalifecoachblog.com/