โดย: 2P4EVER

เลี้ยงเจ้าตูบอย่างไร ไม่ให้ฝืนสัญชาตญาณสุนัข !

มาสำรวจกันว่า เราเลี้ยงน้องหมาแบบฝืนสัญชาตญาณธรรมชาติของเขากันอยู่หรือเปล่า?

11 สิงหาคม 2558 · ชอบ  (0) · แสดงความคิดเห็น (0) · อ่าน (9,619)
1,898

SHARES


1,898 shares

Dogilike.com :: เลี้ยงเจ้าตูบอย่างไร ไม่ให้ฝืนสัญชาตญาณสุนัข !


     ก่อนหน้านี้ปังปอนด์ได้มีโอกาสไปดูการแสดงสดครั้งแรกในเมืองไทยของ คุณซีซาร์ มิลลาน (Cesar Millan) สุดยอดครูฝึกสอนสุนัขชื่อดังระดับโลก โดยในช่วงหนึ่งของการแสดงคุณซีซาร์ได้พูดเกี่ยวกับผู้เลี้ยงน้องหมายุคใหม่ที่เจ้าของสุนัขเลี้ยงสุนัขแบบฝืนสัญชาตญาณ โดยใช้วิธีเดียวกับการเลี้ยงเด็ก ซึ่งวิธีการเลี้ยงแบบนี้เป็นการทำให้สัญชาตญาณ ธรรมชาติของพวกสุนัขค่อย ๆ หายไป

     คอลัมน์เทคนิคการเลี้ยงการดูแล ในสัปดาห์นี้ ปังปอนด์ก็เลยจะมาชวนเพื่อน ๆ สำรวจตัวเองกันว่า ในทุกวันนี้เราเลี้ยงน้องหมาแบบฝืนสัญชาตญาณธรรมชาติของเขากันอยู่หรือเปล่า และเราจะมีวิธีการเลี้ยงน้องหมาอย่างสมดุลกับธรรมชาติของน้องหมากันได้อย่างไรบ้าง ไปติดตามดูกันเลยค่ะ


     สำหรับคนที่รักน้องหมาแล้ว เชื่อว่า เจ้าของน้องหมาหลาย ๆ คนก็มักจะเลี้ยงน้องหมากันเหมือนลูกแท้ ๆ หรือเป็นหนึ่งในสามชิกของครอบครัว หลายคนก็ทุ่มเทดูแลน้องหมาอย่างเต็มที่ หากพบมีสินค้าหรือผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับน้องหมาออกใหม่ก็มักจะเลือกสรรหาซื้อมาให้กับน้องหมาของตัวเองได้ลองใช้ ... แต่รู้หรือไม่คะว่า ในบางครั้งสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่เป็นที่นิยมในหมู่เจ้าของน้องหมา ที่นอกจากจะเป็นสิ่งที่มีประโยชน์แล้ว ในบางมุมก็เป็นโทษต่อสุขภาพ หรือในบางครั้งก็อาจจะฝืนสัญชาตญาณของความเป็นสุนัขได้เช่นกัน ซึ่งสิ่งที่เจ้าของน้องหมาในยุคนี้นิยมทำและฝืนธรรมชาติของน้องหมาโดยไม่รู้ตัว สังเกตได้ง่าย ๆ ดังต่อไปนี้ค่ะ



ให้น้องหมานั่งรถเข็น ใส่กระเป๋า เป้อุ้มสุนัข


 

Dogilike.com :: เลี้ยงเจ้าตูบอย่างไร ไม่ให้ฝืนสัญชาตญาณสุนัข !
 

     การจับน้องหมาพันธุ์เล็กอย่าง ชิวาวา ยอร์คเชียร์เทอเรีย ปอมเมอเรเนียน ฯ ขึ้นไปนั่งบนรถเข็น ใส่กระเป๋าสะพาย หรือใส่เป้อุ้มสำหรับน้องหมาที่คล้ายกับการเลี้ยงเด็กถือเป็นเรื่องปกติที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไปสำหรับคนรักสุนัขในยุคนี้เลยก็ว่าได้ค่ะ การให้น้องหมานั่งบนรถเข็น ใส่กระเป๋าหรือเป้อุ้มสุนัข ถือเป็นสิ่งที่ดีหากเจ้าของจำเป็นต้องพาน้องหมาไปเดินงานแฟร์สัตว์เลี้ยง หรือสถานที่ ๆ มีน้องหมาหลากหลายสายพันธุ์จำนวนมากเพราะจะช่วยลดการเผชิญหน้า ลดปัญหาน้องหมากัดกัน และสามารถควบคุมน้องหมาได้เป็นอย่างดี

     แต่ในอีกมุมหนึ่ง การให้น้องหมาอยู่บนรถเข็น ใส่กระเป๋า หรือเป้อุ้มสุนัขก็ถือเป็นการฝืนธรรมชาติของน้องหมาเพราะโดยปกติแล้วน้องหมาเป็นสัตว์ที่ต้องดำรงชีวิตด้วยการเดิน วิ่งสำรวจพื้นที่ ล่าเหยื่อ และเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ รอบตัว การให้น้องหมานั่งบนรถเข็น ใส่เป้อุ้มจึงเป็นเหมือนการปิดกั้นน้องหมาที่จะได้เดินสำรวจเรียนรู้ธรรมชาติและสิ่งต่าง ๆ รอบตัวไป

     และการให้น้องหมาอยู่บนรถเข็น ใส่กระเป๋า หรือเป้อุ้มสุนัขบ่อยครั้งก็ยังส่งผลในระยะยาวต่อสุขภาพน้องหมา เพราะเวลาน้องหมาอยู่บนรถเข็นที่ถูกเจ้าของเข็นไปมา หรือให้น้องหมาอยู่ในกระเป๋า จะทำให้กระดูกและข้อต่อของน้องหมาได้รับบาดเจ็บเพราะต้องฝืนยืนทรงตัวตลอดเวลา ส่งผลให้เป็นโรคสะบ้าเคลื่อน ทำให้เกิดอาการเจ็บปวด เดินกระเผลก รวมถึงการให้น้องหมาอยู่ในเป้อุ้มสุนัขก็ยังรัดและรั้งอวัยวะส่วนต่าง ๆ มีผลต่อข้อสะโพก ทำให้น้องหมาขาแบะได้อีกด้วยค่ะ

     ดังนั้น ก่อนที่ผู้เลี้ยงจะพาน้องหมาออกไปนอกสถานที่ ก็ควรประเมินก่อนว่า การให้น้องหมานั่งรถเข็น เป้อุ้มเหมาะสมหรือไม่ อย่างเวลาไหนที่อยากพาน้องหมาไปสวนสาธารณะหรือบริเวณใกล้บ้านก็อาจจะเปลี่ยนวิธีจากให้น้องหมาอยู่บนรถเข็น ใส่กระเป๋า หรือเป้อุ้มสุนัข มาเป็นวิธีใส่สายจูงขนาดพอดีกับขนาดตัวแทนจะดีกว่าค่ะ เพราะนอกจากที่เราจะสามารถควบคุมน้องหมาให้อยู่ใกล้ ๆ ได้แล้ว น้องหมาก็ยังมีโอกาสได้สัมผัสธรรมชาติ ดมกลิ่น เดินสำรวจ เรียนรู้สิ่งแวดล้อมต่าง ๆ รอบตัวได้อีกด้วยค่ะ

 

ขังน้องหมาไว้ในกรง/ล่ามไว้ตลอดเวลา



     เชื่อว่า เมื่อน้องหมาทำผิด ผู้เลี้ยงหลายคน ๆ  คนก็มักจะเลือกวิธีลงโทษด้วยการจับน้องหมาขังกรง หรือล่ามโซ่เอาไว้ตลอดเวลาเพราะคิดว่าจะช่วยแก้ปัญหาและทำให้น้องหมาสงบลงได้ ... แต่จริง ๆ แล้วการจับน้องหมาขังกรง ล่ามโซ่ เรียกได้ว่า เป็นการฝีนธรรมชาติของน้องหมาที่เป็นสัตว์ที่ต้องการความเป็นอิสระและเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุที่จะยิ่งทำให้น้องหมาเกิดความเครียด มีพฤติกรรมก้าวร้าวเพิ่มมากขึ้น เช่น เห่าหอนตลอดเวลา , กัดแทะของที่อยู่ใกล้ตัว , แสดงอาการเกรี้ยวกราดดุร้ายทันทีเมื่อได้รับการปลดปล่อย และต่อต้านการอยู่ในกรงหรือถูกล่ามได้

     สำหรับการให้น้องอยู่ในกรงหรือการล่ามน้องหมา จุดประสงค์จริง ๆ นั้นก็เพื่อจำกัดขอบเขตให้น้องหมาเรียนรู้จักพื้นที่ของตัวเอง โดยการเลือกใช้วิธีนี้จะไม่ได้ทำตลอดเวลา แต่จะทำเมื่อถึงเวลาที่สมควร เช่น ถึงเวลาเข้านอน , เจ้าของไม่อยู่บ้าน , มีคนแปลกหน้ามาเป็นแขกที่บ้าน ฯ เท่านั้น ซึ่งในช่วงเวลาอื่นผู้เลี้ยงก็ควรปล่อยน้องหมาให้เป็นอิสระ ให้เดินเล่นภายในบริเวณบ้านเพื่อไม่ให้น้องหมารู้สึกเครียด โดยทุกครั้งก่อนที่จะปล่อยน้องหมาก็อย่าลืมที่จะสำรวจประตูบ้าน และรั้วให้ดีก่อนว่า ปิดสนิทดีแล้วหรือยัง เพื่อป้องกันปัญหาน้องหมาหลุดออกจากบ้าน ซึ่งอาจไปสร้างความเสียหายให้กับเพื่อนบ้าน หรืออาจทำให้เกิดอุบัติเหตุต่าง ๆ กับน้องหมาได้ค่ะ

     ดังนั้น เพื่อไม่ให้เป็นการฝืนธรรมชาติของน้องหมาและป้องกันน้องหมาเกิดความเครียด สิ่งสำคัญคือ ผู้เลี้ยงจะต้องทำความเข้าใจถึงการจำกัดพื้นที่น้องหมา และควรฝึกน้องหมาให้อยู่ในกรงหรือเดินมาหาโซ่ล่ามอย่างถูกวิธี เพื่อน้องหมารู้สึกคุ้นเคย ไม่หวาดกลัวการถูกจำกัดบริเวณ รวมถึงต้องทำความเข้าใจใหม่ว่า การให้น้องหมาเข้ากรงหรือล่ามโซ่ ไม่ควรใช้กับการทำโทษน้องหมา แต่ใช้เพื่อฝึกให้น้องหมามีระเบียบวินัยและรู้จักพื้นที่ของตัวเองเท่านั้นค่ะ

 

ให้น้องหมาใส่รองเท้า

 

Dogilike.com :: เลี้ยงเจ้าตูบอย่างไร ไม่ให้ฝืนสัญชาตญาณสุนัข !


     บ่อยครั้งที่เรามักจะเห็นเจ้าของหลาย ๆ คนจับน้องหมาแต่งตัวใส่เสื้อผ้าน่ารัก ๆ พร้อมกับสวมรองเท้าสีสันสดใสเหมือนกับเด็กตัวน้อย ๆ ไปเที่ยวในสถานที่ท่องเที่ยว เดินเล่นสวนสาธารณะ ฯ ซึ่งการให้น้องหมาใส่รองเท้าสำหรับสุนัขนั้น ก็ยังคงเป็นประเด็นถกเถียงกันในหมู่คนรักน้องหมาจำนวนมากว่า น้องหมาจำเป็นต้องใส่รองเท้าไหม และการใส่รองเท้าให้น้องหมาจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพของน้องหมาหรือเปล่า?

     ก่อนอื่นเลยต้องขออธิบายก่อนว่า อุ้งเท้าของน้องหมาถือเป็นอวัยวะสำคัญอย่างยิ่งในชีวิตประจําวันเพราะน้องหมาใช้เป็นเครื่องป้องกันตัวเอง ใช้ล่าสัตว์ ใช้เคลื่อนไหวและใช้ในการสื่อสาร ซึ่งอุ้งเท้าส่วนบนของน้องหมาจะเต็มไปด้วยปลายประสาทจำนวนมาก ทำให้ไวต่อความรู้สึก การสัมผัส เราสามารถสังเกตได้จากน้องหมาส่วนมากมักจะหวงอุ้งเท้าของตัวเองค่ะ

     สำหรับการให้น้องหมาใส่รองเท้าสำหรับสุนัขมีทั้งข้อดีและข้อด้อย โดยข้อดีก็คือ จะช่วยเรื่องความสะอาด ลดความเสี่ยงสัมผัสเชื้อโรค สารเคมีที่เป็นอันตรายตามสิ่งแวดล้อม ช่วยไม่ให้น้องหมาสัมผัสความร้อนจากพื้นที่จะทำให้อุ้งเท้าของน้องหมาพุพอง รวมถึงช่วยให้อุ้งเท้าของน้องหมาอบอุ่นและป้องกันหิมะกัดได้  

     ส่วนข้อด้อยของการให้น้องหมาใส่รองเท้าสำหรับสุนัขก็คือ หากใส่รองเท้าให้น้องหมาในช่วงอากาศร้อนและต่อเนื่องเป็นเวลานาน จะทำให้เท้าของน้องหมา ซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญที่ใช้ระบายความร้อนของร่างกาย ทำหน้าที่ระบายความร้อนได้ไม่ดีและอาจส่งผลให้อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น รบกวนระบบภายในต่าง ๆ เสี่ยงเป็นฮีทสโตรกได้ รวมถึงยังทำให้น้องหมาพลาดประเมินอันตรายจากการสัมผัสสิ่งแวดล้อมรอบตัว และพลาดการสัมผัสธรรมชาติ เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ รอบตัวไปอีกด้วย

     ดังนั้น ทางที่ดีผู้เลี้ยงก็ควรประเมินก่อนตัดสินใจใส่รองเท้าให้น้องหมาว่า เวลาไหนควรให้รองเท้าให้กับน้องหมา หลีกเลี่ยงการใส่รองเท้าให้น้องหมาในช่วงหน้าร้อนและไม่ควรใส่ต่อเนื่องเป็นเวลานาน แต่ควรให้น้องหมาใส่รองเท้าเฉพาะเวลาที่จำเป็นเท่านั้น เช่น น้องหมาต้องเดินในสถานที่ที่สกปรก พื้นเปื้อน มีแอ่งน้ำ ฝนตก หรือมีหิมะปกคลุมหนาเกินไป รวมถึงควรเลือกรองเท้าที่ได้มาตราฐานการผลิต ใช้วัสดุที่สามารถระบายความร้อนได้ดี ไม่อับ มีพื้นยาง ปุ่มกันลื่นเพื่อการยึกเกาะที่ดี ส่วนในน้องหมาสายพันธุ์ใหญ่ ผู้เลี้ยงก็จำเป็นต้องดูแลน้องหมาเมื่อต้องใส่รองเท้าเป็นพิเศษ เพราะน้องหมาสายพันธุ์ใหญ่จะมีน้ำหนักตัวมาก การใส่รองรองเท้า อาจจะทำให้น้องหมาเคลื่อนไหวได้ไม่ถนัด และสามารถเกิดอุบัติเหตุวิ่งแล้วลื่นล้ม ส่งผลกระทบต่อกระดูกและสะโพกได้ค่ะ

 


ฉีดน้ำหอมให้น้องหมา



     น้ำหอมสำหรับสุนัข เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ยอดฮิตที่เจ้าของมักเลือกซื้อมาใช้กับน้องหมา เพื่อทำให้น้องหมาตัวหอม ช่วยดับกลิ่นตัว กลิ่นสาบของน้องหมา ไม่เป็นที่รังเกียจของคนอื่น ๆ ... ซึ่งการฉีดผลิตภัณฑ์น้ำหอมให้น้องหมานั้น ก็สามารถช่วยเรื่องกลิ่นตัวให้น้องหมากลับมาหอมฟุ้งน่ากอดได้ และไม่ใช่เรื่องผิด แต่ในอีกมุมหนึ่งการฉีดน้ำหอมสำหรับสุนัขเหล่านี้ถือเป็นสิ่งที่รบกวนการดำรงชีวิตตามธรรมชาติของน้องหมาไปค่ะ

     โดยธรรมชาติของน้องหมาจะใช้จมูกเป็นอวัยวะแรกที่ใช้ในการสื่อสาร ดมหาทิศทาง ทำความรู้จักคนและสิ่งต่าง ๆ ประสาทการดมกลิ่นของน้องหมารับรู้ได้มากกว่าคน พื้นที่การดมกลิ่นในจมูกของคนเรามีประมาณ 3 ตร.ซม. แต่ของน้องหมาเฉลี่ยแล้วมีถึง 130 ตร.ซม. เลยทีเดียว โดยคนเรามีเส้นประสาทในจมูกอยู่ 5 ล้านเซล แต่สำหรับน้องหมามีถึง 125 – 225 ล้านเซลแล้วแต่ละสายพันธุ์  น้องหมาจึงมีความรวดเร็วและความแม่นยำในการดมกลิ่น แม้ประทั่งการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ฝนจะตกหรือไม่ พวกเขาก็สามารถรับได้จากการดมกลิ่น จึงเห็นได้ว่า มนุษย์นำน้องหมามาใช้ประโยชน์มากมาย เช่น ใช้สุนัขในการค้นหาวัตถุระเบิด ยาเสพติด และคนหาย

     แต่เมื่อน้องหมาถูกฉีดน้ำหอมตามร่างกาย กลิ่นที่ติดตัวตลอดเวลานี้ก็เหมือนเป็นการรบกวนการรับรู้ การดำรงชีวิตตามธรรมชาติของน้องหมา ทำให้ยากต่อการเรียนรู้กลิ่นอื่น ๆ ตามธรรมชาติ สมมติถ้าน้องหมาหลงทาง กลิ่นน้ำหอมที่ติดตัวน้องหมาก็อาจจะรบกวนประสาทการรับกลิ่นที่ถูกต้อง ทำให้น้องหมาคลาดกับกลิ่นที่จำเป็นในการดำรงชีวิตไป รวมถึงยังส่งผลทำให้น้องหมาเกิดความเครียดที่เกิดจากการมีปัญหาในการรับรู้ดมกลิ่น สับสนในการแยกแยะกลิ่น ถูกกระตุ้นเร้าจิตใจให้กระวนกระวาย รบกวนการรับรู้กลิ่นของสถานที่ อาหาร กลิ่นน้องหมาตัวอื่น ที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ มีประสิทธิภาพลดลง ทำให้พยายามดมกลิ่นจนเกิดเป็นพฤติกรรมย้ำคิดย้ำทำ ในบางตัวส่งผลถึงความอยากอาหารอีกด้วย เนื่องจากน้องหมาใช้ประสาทสัมผัสในการดมเพื่อกระตุ้นความอยากอาหารค่ะ

     ดังนั้น หากน้องหมาของเพื่อน ๆ มีปัญหาเรื่องผิวหนัง กลิ่นตัว หรืออยากให้น้องหมาตัวหอมอยู่เสมอ ทางที่ดีผู้เลี้ยงก็อาจจะเลือกใช้วิธีเลือกใช้เป็นแชมพูสูตรระงับกลิ่นตัว  แชมพูสำหรับสุนัขเป็นโรคผิวหนังที่มีส่วนผสมของยา ปราศจากน้ำหอม ซึ่งสัตวแพทย์จะเป็นผู้จ่ายแชมพูชนิดนี้ให้กับเจ้าของไปใช้อาบให้กับน้องหมา แชมพูสมุนไพรที่มีสรรพคุณช่วยลดกลิ่นตัว ดับกลิ่นสาบและไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้หรือระคายเคืองผิวหนังแทน และควรใช้แชมพูที่ไม่มีกลิ่นแรงฉุนจนเกินไป  โดยไม่จำเป็นต้องหาน้ำหอมมาใส่ให้น้องหมา เพราะธรรมชาติของพวกเขาแล้ว น้ำหอมไม่ได้มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตค่ะ


        ... เห็นไหมคะเพื่อน ๆ ว่า การเลี้ยงน้องหมาให้สมดุล ไม่ฝืนสัญชาตญาณนั้นไม่ใช่เรื่องยากเลย เพียงแค่เราต้องดูแล ใส่ใจรายละเอียด ศึกษาและทำความเข้าใจธรรมชาติของน้องหมา เพียงเท่านี้เพื่อน ๆ ก็จะเป็นผู้เลี้ยงที่ดี น้องหมาก็จะได้มีความสุข รู้สึกอิสระ ไม่เครียดและไม่มีพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์แล้วล่ะค่ะ ^_^


 

บทความโดย : Dogilike.com