โดย: 2P4EVER

ปัญหากลิ่นสาบน้องหมาติดบ้านกับวิธีทำความสะอาดที่ใครก็ทำได้!!

เพราะเรื่องกลิ่นสาบไม่ใช่เรื่องตลก ...

31 พฤษภาคม 2559 · ชอบ  (1)
  • JudyBear
  • ชอบสิ่งนี้
· แสดงความคิดเห็น (0) · อ่าน (62,123)
2,934

SHARES


2,934 shares

Dogilike.com :: ปัญหากลิ่นสาบน้องหมาติดบ้านกับวิธีทำความสะอาดที่ใครก็ทำได้!!


    ในคอลัมน์ เทคนิคการเลี้ยงการดูแล ตอนที่แล้ว ปังปอนด์ได้พูดถึงการขจัดคราบฉี่ของน้องหมาภายในบ้าน กับบทความ เทคนิคง่าย ๆ ขจัดคราบและกลิ่นฉี่น้องหมาภายในบ้าน กันไปแล้ว เพื่อน ๆ หลายคนก็ให้ความสนใจกันเป็นจำนวนมากและยังได้ถามถึงวิธีการทำความสะอาดบ้านไม่ให้มีกลิ่นเหม็นสาบ กลิ่นน้องหมาภายในบ้าน ซึ่งเป็นปัญหาหนักใจไม่แพ้กลิ่นฉี่ของน้องหมาเลยค่ะ

    วันนี้ปังปอนด์ก็เลยจะมาแนะนำเคล็ดลับดี ๆ ในการทำความสะอาดบ้านให้หอม น่าอยู่ และที่สำคัญไร้กลิ่นสาบของน้องหมาอย่างแน่นอน
บอกเลยว่า เป็นวิธีง่าย ๆ ที่เพื่อน ๆ สามารถทำตามได้จริงค่ะ จะมีวิธีอย่างไรบ้างเราไปติดตามกันเลยจ้า
 


เริ่มจากดูแลน้องหมาให้สะอาด

 

Dogilike.com :: ปัญหากลิ่นสาบน้องหมาติดบ้านกับวิธีทำความสะอาดที่ใครก็ทำได้!!
 

     โดยธรรมชาติร่างกายของน้องหมาจะมีต่อมไขมันใต้ผิวหนังซึ่งจะผลิตน้ำมันมาเคลือบเส้นขนของน้องหมาให้มีขนสวยเงางามและสุขภาพดี แต่เมื่อถึงเวลาที่น้องหมาไปวิ่งเล่น กลิ้งไปมา คลุกหญ้าคลุกฝุ่น น้ำมันที่เคลือบเส้นขนอยู่นั้นก็จะจับตัวกับเศษดินและฝุ่น ทำให้น้ำมันตามผิวหนังของน้องหมาเปลี่ยนเป็นขี้ไคล

      เมื่อพาน้องหมาเข้าบ้านความสกปรกก็ติดตัวเข้ามา เมื่อน้องหมาไปนั่งหรือนอนพิงผนังก็จะสังเกตได้เลยนะคะว่า ผนังในบริเวณที่น้องหมาชอบไปนอนพิง นั่งพิงบ่อย ๆ จะมีสีที่เข้มขึ้น ซึ่งนั่นก็คือขี้ไคลที่เกาะผนังและทำให้บ้านเกิดกลิ่นเหม็น กลิ่นสาบขึ้นนั่นเอง

     ดังนั้น เจ้าของอย่างเราก็จำเป็นที่จะต้องดูแลตัวของน้องหมาให้สะอาดอยู่เสมอ โดยก่อนที่จะพาน้องหมาเข้าบ้าน เราจะต้องเตรียมผ้าชุดน้ำบิดหมาด ๆ มาลูบตัวเพื่อเอาสิ่งสกปรกต่าง ๆ ที่ติดอยู่บนตัวน้องหมาออกทุกครั้ง และเวลาอาบน้ำน้องหมา แนะนำให้ใช้แปรงสำหรับอาบน้ำน้องหมา ขัดถูตามลำตัว และเน้นบริเวณฝ่าเท้าเพื่อเอาขี้ดิน สิ่งสกปรกออก ซึ่งแปรงนี้จะช่วยทำความสะอาดไปถึงโคนของเส้นขน เมื่อล้างตัวน้องหมาจะสังเกตเห็นสีของน้ำออกมาเป็นสีน้ำตาลอย่างเห็นได้ชัดเลยค่ะ




ขจัดรอยและคราบตามจุดต่าง ๆ


Dogilike.com :: ปัญหากลิ่นสาบน้องหมาติดบ้านกับวิธีทำความสะอาดที่ใครก็ทำได้!!
 

          อย่างที่บอกไปว่า หากเราเลี้ยงน้องหมาภายในบ้านจะพบคราบขี้ไคลของน้องหมาตามผนังบ้าน เฟอร์นิเจอร์ที่น้องหมาชอบขึ้นไปนอน รวมถึงยังมีคราบฉี่ที่ทำให้เกิดกลิ่นเหม็น เราจึงต้องหมั่นทำความสะอาดคราบต่าง ๆ ออกให้หมดเพื่อกำจัดกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์นี้ออกไปให้หมด

      ซึ่งวิธีทำก็สามารถทำได้ง่ายมาก ๆ ค่ะ เพียงแค่มีตัวช่วยสำคัญคือ น้ำสมสายชู น้ำยาล้างจาน และเบคกิ้งโซดา (Baking Soda) ค่ะ โดยให้เพื่อน ๆ นำน้ำสมสายชู น้ำยาล้างจาน และผงฟูมาผสมในน้ำสะอาด แล้วนำฟองน้ำมาชุบส่วนผสมไปขัด ๆ ถู ๆ บนผนังบ้าน หรือใช้วิธีซับบนพรมที่เปื้อนคราบฉี่ของน้องหมา แล้วทิ้งไว้สัก 30 วินาที ส่วนผสมก็จะกัดคราบฉีให้หลุดออกได้อย่างง่ายดาย  จากนั้นจึงค่อยใช้น้ำสะอาดมาเช็ด หรือล้างเพื่อให้ส่วนผสมไม่ทิ้งสารเคมีเอาไว้ แค่นี้ก็จะช่วยให้คราบขี้ไคล คราบฉี่ของน้องหมาหลุดออกไป พื้นผนังก็จะกลับมาขาวสะอาด ไร้กลิ่นแล้วค่ะ สามารถดูวิธีทำง่าย ๆ เพิ่มเติมได้ที่ บทความ D.I.Y Carpet Cleaner พรมขาวไร้รอยเปื้อน ได้เลยค่ะ



บ้านพื้นไม้ต้องดูแลเป็นพิเศษ

 

Dogilike.com :: ปัญหากลิ่นสาบน้องหมาติดบ้านกับวิธีทำความสะอาดที่ใครก็ทำได้!!


     ใครที่มีพื้นบ้านเป็นพื้นไม้ บอกเลยว่า จะต้องระวังเรื่องกลิ่นไม่พึงประสงค์เป็นพิเศษเลยนะคะ เพราะถ้าหากน้องหมาฉี่ลงบนพื้นไม้ ก็จะมีโอกาสที่ฉี่ของน้องหมาจะซึมเข้าเนื้อไม้และกลิ่นฉี่ที่หมักหมมเป็นประจำจะทำให้เกิดกลิ่นฉี่ติดถาวรได้

     ทางที่ดีแนะนำให้เพื่อน ๆ หมั่นทำความสะอาดบ้านอย่างน้อยอาทิตย์ละ 2 ครั้ง เพื่อขจัดคราบและกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ออกไปให้หมด โดยใช้น้ำยาถูกพื้นสูตรถนอมพื้นไม้โดยเฉพาะ และไม่ควรปล่อยให้พื้นแห้งเองนะคะ แต่ควรใช้ผ้าแห้งหรือม๊อบถูกพื้นเพื่อเอาคราบน้ำออกให้หมดเพื่อให้พื้นแห้ง และลดการเกิดฝุ่นค่ะ

     รวมถึงบ้านที่มีพื้นเป็นไม้จะต้องคอยใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดสิ่งสกปรกต่าง ๆ ออกจากร่องไม้ รอยแยกเป็นประจำ เพราะตามร่องไม้ หรือรอยแยกนั้นถือเป็นที่สะสมของสิ่งสกปรกชั้นดีเลยค่ะ โดยเฉพาะขนของน้องหมาที่มักจะหลุดร่วงและแทรกตัวเข้าไปอยู่ในร่องไม้ รวมถึงเศษฝุ่นและดินต่าง ๆ ที่อาจเข้าไปสะสมอยู่ภายในร่องไม้ได้ และตรงจุดนี้อาจะเป็นที่ฟักตัวของเห็บ และตัวปรสิตต่าง ๆ ได้ค่ะ
 


พื้นกระเบื้องระวังร่องยาแนว

 

Dogilike.com :: ปัญหากลิ่นสาบน้องหมาติดบ้านกับวิธีทำความสะอาดที่ใครก็ทำได้!!


     สำหรับบ้านของเพื่อน ๆ คนไหนที่บ้านเป็นพื้นกระเบื้อง สิ่งที่ควรระวังมาก ๆ ก็คือ ยาแนวตามร่องพื้นกระเบื้องค่ะ ซึ่งร่องยาแนวเล็ก ๆ นี้เองค่ะที่มักจะมีคราบดำเกิดขึ้นง่ายและเป็นเหมือนแหล่งสะสมของความสกปรก ทั้งฝุ่น ดิน ทำให้พื้นดูสกปรกหม่นหมอง รวมถึงเมื่อน้องหมาฉี่บนพื้นกระเบื้องก็มักจะไหลลงร่องยาแนว หากไม่ได้ทำความสะอาดในทันที คราบฉี่ก็จะแห้งเหนียวติดพื้นและกลิ่นฉี่ของน้องหมาก็จะติดแน่น ทำให้น้องหมากลับมาฉี่ซ้ำที่เดิมตามสัญชาตญานของเค้าค่ะ

     ดังนั้น หากเห็นน้องหมาจะฉี่บนพื้นกระเบื้องหรือยกขาฉี่ตามฝาผนัง เราจะต้องห้ามเค้าทันทีเพื่อให้รู้ว่า สิ่งที่น้องหมาทำเป็นสิ่งผิดและเราไม่อนุญาต ทางที่ดีควรฝึกให้น้องหมาขับถ่ายบริเวณนอกบ้านจะดีที่สุด หรือหัดให้น้องหมาใช้ห้องน้ำสุนัขตั้งแต่เด็ก ๆ ก็ได้ค่ะ

     ส่วนเพื่อน ๆ ที่กำลังเจอปัญหาร่องยาแนวสกปรก มีกลิ่นไม่พึงประสงค์จากการเลี้ยงน้องหมา ลองทำความสะอาดมาหลายวิธีแล้ว ทั้งใช้น้ำยาถูพื้นผสมน้ำแล้วขัด ใช้น้ำยาล้างห้องน้ำ (ไม่ควรใช้เพราะอาจมีฤทธิ์กรด สารเคมีตกค้าง เป็นอันตรายกับเด็ก และน้องหมา) ใช้น้ำยาอเนกประสงค์ต่าง ๆ ก็ยังไม่สามารถกำจัดรอยดำและกลิ่นได้ หรือกำจัดออกไปได้ไม่หมด ก็ไม่ต้องเป็นกังวลไปค่ะเพราะเราสามารถทำความสะอาดได้ง่ายมาก ๆ เลยค่ะ

     เพียงแค่เลือกใช้น้ำยาทำความสะอาดร่องยาแนวโดยเฉพาะมาทำความสะอาดก็จะช่วยกำจัดคราบและกลิ่นไม่พึงประสงค์ หรืออาจจะใช้วิธีง่าย ๆ ที่ไม่ต้องกังวลเรื่องสารเคมีตกค้างเพียงมีแค่ส่วนผสม 4 อย่าง คือ น้ำสะอาด น้ำส้มสายชู ผงฟู และน้ำมะนาว นำมาผสมให้เข้ากันแล้วนำไปฉีดพ่นที่ร่องยาแนวทิ้งไว้ แล้วใช้แปรงขัดเบา ๆ ก่อนล้างด้วยน้ำเปล่าและเช็ดให้แห้ง เพียงเท่านี้ ร่องยาแนวที่สกปรกและมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ก็จะสะอาดเหมือนบ้านใหม่แถมไร้กลิ่นฉี่ กลิ่นสาบของน้องหมาแล้วค่ะ
 

Dogilike.com :: ปัญหากลิ่นสาบน้องหมาติดบ้านกับวิธีทำความสะอาดที่ใครก็ทำได้!!



    ปัญหาเรื่องกลิ่นสาบ กลิ่นตัวของน้องหมาติดบ้านเป็นปัญหาที่กวนใจหลาย ๆ คน รู้วิธีขจัดกลิ่นสาบน้องหมาแบบนี้แล้ว ก็อย่าลืมนำไปลองปรับใช้กันดูนะคะ ได้ผลอย่างไรนำมาบอกปังปอนด์ด้วยน้า และสำหรับเพื่อน ๆ ที่มีปัญหาเกี่ยกับการเลี้ยง การดูแลน้องหมา ก็สามารถทิ้งคำถามไว้ได้นะคะ .... การเลี้ยงดูแลน้องหมาไม่ใช่เรื่องยาก แค่เราต้องใส่ใจและหมั่นสังเกตก็ทำให้ทั้งเราและน้องหมามีความสุขร่วมกันแล้วละค่ะ ^_^

 

บทความโดย: Dogilike.com
http://www.dogilike.com/


รูปภาพ : https://www.flickr.com