โดย: Rachael

น้องหมาปากเหม็น! 6 วิธีจัดการแบบบ้านๆ ทำเองได้ง่ายมาก

10 มีนาคม 2563 · ชอบ  (0) · แสดงความคิดเห็น (0) · อ่าน (4,359)
25

SHARES


25 shares
  • กลิ่นปากของน้องหมาสามารถจัดการให้ดีขึ้นได้ด้วยการแปรงฟันให้น้องหมาทุกวันเพื่อขจัดเศษอาหาร ป้องกันการเกิดคราบหินปูนต่าง ๆ เป็นประจำทุกวัน
     
  • ฟันของน้องหมาก็เหมือนกับฟันของคนเราที่จำเป็นจะต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างสม่ำเสมอ

      กลิ่นปากเหม็น ๆ ของน้องหมาบอกเลยว่า ไม่ใช่เรื่องตลก! เพราะเจ้าของน้องหมาทุกคนต่างก็อยากที่จะอุ้มน้องหมาที่ตัวหอม ปากหอม โดยเฉพาะหากพาน้องหมาไปเที่ยวนอกบ้าน กลิ่นไม่พึงประสงค์ของน้องหมาอาจจะทำให้น้องหมาดูไม่น่ารัก ทำให้หลาย ๆ คนไม่อยากเข้าใกล้ ...

      เทคนิคการเลี้ยงการดูแล ในวันนี้ ปังปอนด์ก็เลยจะพาเพื่อน ๆ มาดูวิธีการรับมือกับปัญหาเหล่านี้กันไปพร้อม ๆ กันเลยค่ะ


น้องหมาปากเหม็นจัดการยังไงดี?

       

       สำหรับปัญหากลิ่นปากของน้องหมานั้นอาจเกิดจากได้หลายสาเหตุค่ะ เช่น ให้น้องหมากินอาหารเปียกแล้วเศษอาหารติดเส้นขน น้องหมากินน้ำน้อย เกิดการสะสมของแบคทีเรียในช่องปาก น้องหมามีปัญสุขภาพเหงือและฟัน ฯลฯ ซึ่งวิธีการจัดการปัญหากลิ่นปากของน้องหมา เราสามารถทำได้ง่าย ๆ ที่ใครก็ทำตามได้ค่ะ


6 วิธีจัดการกลิ่นปากน้องหมา

 

 

Dogilike.com :: น้องหมาปากเหม็น! 6 วิธีจัดการแบบบ้านๆ ทำเองได้ง่ายมาก

     1. แปรงฟันน้องหมาเป็นประจำ - กลิ่นปากของน้องหมาสามารถจัดการให้ดีขึ้นได้ด้วยการแปรงฟันให้น้องหมาทุกวันเพื่อขจัดเศษอาหาร ป้องกันการเกิดคราบหินปูนต่าง ๆ เพราะฟันของน้องหมาก็เหมือนกับฟันของคนเราที่จำเป็นจะต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในน้องหมากลุ่มเสี่ยงอย่าง น้องหมาสายพันธุ์เล็ก  เช่น ชิวาวา ยอร์คเชียร์เทอร์เรีย ชิสุ ฯลฯ ที่โดยธรรมชาติจะมีอายุยืนกว่าน้องหมาสายพันธุ์ใหญ่ รวมถึงน้องหมาพันธุ์หน้าสั้น เช่น ปั๊ก บอสตันเทอร์เรีย อิงลิช บูลด็อก ฯลฯ  ที่มักมีการเรียงตัวของคราบอาหารที่เหมาะแก่การเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย ที่เป็นสาเหตุของโรคช่องปากและฟันในน้องหมา

     หากผู้เลี้ยงไม่อยากให้น้องหมาเกิดปัญหาสุขภาพช่องปากและฟัน ผู้เลี้ยงต้องใส่ใจดูแล และป้องกันการเกิดปัญหาสุขภาพช่องปากและฟัน ซึ่งวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันปัญหาเหล่านี้คือ  การไม่ละเลยการดูแลสุขภาพช่องปากและฟัน ด้วยการทำความสะอาดฟันน้องหมาด้วยการแปรงฟันและลิ้นให้น้องหมาเป็นประจำทุกวัน (ควรเริ่มแปรงฟันให้น้องหมาตั้งแต่ยังเด็กเพื่อให้เกิดความคุ้นเคย ไม่ต่อต้านการแปรงฟัน) ซึ่งการแปรงฟันจะช่วยชะลอการเกิดคราบหินปูน ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดกลิ่นปาก และโรคปริทันต์ในน้องหมาค่ะ
 

ชมคลิป



 

     2.ให้ขนมขบเคี้ยวช่วยดูแลช่องปาก - ให้ขนมขบเคี้ยวที่มีคุณสมบัติช่วยลดกลิ่นปาก ช่วยขัดฟันเพื่อให้น้องหมามีลมหายใจที่หอมสดชื่น โดยอาจเลือกขนมขบเคี้ยวที่มีส่วนผสมของคลอโรฟิลล์ อบเชยและกานพลู (ถ้าก้อนอึของน้องหมามีสีเขียวไม่ถือเป็นความผิดปกติ เพราะเป็นสีของคลอโรฟิลล์)

    3. ให้ต้นอ่อนข้าวสาลี - ตัดต้นข้าวสาลีอ่อนแบบสด ๆ เสริมเข้าไปในมื้ออาหารของน้องหมา ซึ่งต้นอ่อนของข้าวสาลีเป็นแหล่งของคลอโรฟิลล์ที่ดี และช่วยทำให้น้องหมามีลมหายใจสดชื่น ลดกลิ่นปากที่ไม่พึงประสงค์ได้ค่ะ

     4.ให้น้องหมากินน้ำสะอาด - ให้น้องหมากินน้ำสะอาดอยู่เสมอ โดยอาจจะเปลี่ยนน้ำให้น้องหมาทุกวันเพื่อไม่ให้มีการสะสมของน้ำลายที่ทำให้แบคทีเรียเจริญเติบโต ซึ่งเป็นสาเหตุของกลิ่นปากของน้องหมา และอาจจะผสมน้ำยาลดกลิ่นปากที่หาซื้อได้ตามร้านขายอุปกรณ์สำหรับสัตว์เลี้ยงลงในน้ำในปริมาณที่เหมาะสมกับน้องหมาแต่ละตัว ซึ่งสามารถดูปริมาณการผสมอัตราส่วนได้จากข้างฉลากของผลิตภัณฑ์ค่ะ

      5.ให้โปรไบโอติกส์ (Probiotics) - หรือสารเสริมชีวนะแบคทีเรียเพื่อสุขภาพ ซึ่งเป็นจุลินทรีย์มีชีวิตชนิดดีที่ช่วยรักษาสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ และช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันโดยกระตุ้นเม็ดเลือดขาวให้เคลื่อนเข้ามายังตำแหน่งที่เชื้อโรคเข้ามา ต้านและกำจัดเชื้อโรคนั้น รวมถึงยังช่วยลดกลิ่นปากในน้องหมาได้อีกด้วย
 

Dogilike.com :: น้องหมาปากเหม็น! 6 วิธีจัดการแบบบ้านๆ ทำเองได้ง่ายมาก
 

      สำหรับแบคทีเรียที่ควรเสริมให้น้องหมา คือ Lactobacillus acidophilusและ Enterococcus faecium แหล่งที่ได้จากธรรมชาติคือ นมเปรี้ยว โยเกิร์ต ค่ะ อาจจะเสริมในมื้ออาหารเป็นบางมื้อก็ได้ค่ะ

      6.น้ำมันมะพร้าวช่วยลดกลิ่นปาก - น้ำมันมะพร้าวไม่เพียงเพิ่มความสามารถในระบบย่อยอาหาร ระบบภูมิคุ้มกันและการเผาผลาญในน้องหมาแล้ว ยังช่วยลดกลิ่นปากให้น้องหมาได้ โดยอาจจะให้น้ำมันมะพร้าว 1 ช้อนชาใส่อาหารสุนัขทุกวันก็ได้ค่ะ



     *** น้องหมาแต่ละตัวมีความต้องการปริมาณอาหารที่ต่างกัน ก่อนที่จะให้อาหารเสริมต่าง ๆ นอกเหนือจากอาหารปกติ แนะนำให้ปรึกษาสัตวแพทย์เกี่ยวกับปริมาณและความถี่ในการให้เพื่อความเหมาะสมกับความต้องการของน้องหมาแต่ละตัก่อนจะดีที่สุดนะคะ

 

บทความโดย: Dogilike.com
http://www.dogilike.com/


ที่มาและภาพประกอบ :
https://www.dogster.com/