โดย: 2P4EVER

หวุดหวิด!พิทบูลรอดตายจากอุบัติเหตุไฟไหม้

เจ้าหน้าที่ดับเพลงช่วยชีวิตน้องหมานอนสลบอยู่ในบ้านที่เกิดเพลิงไหม้

25 เมษายน 2555 · ชอบ  (2)
  • palmkung
  • พริกขี้หนู
  • ชอบสิ่งนี้
· แสดงความคิดเห็น (0) · อ่าน (4,935)
0

SHARES


0 shares
     ฮัลโหล เทสๆ! สวัสดีวันพุธที่สุดแสนจะสดใสนะคะเพื่อนๆ  วันนี้ก็พบกับปังปอนด์แซนซน ... คนรักน้องหมาแบบนี้ทุกวัน เรามาอ่านข่าว Daily dog ข่าวสุนัขสุดอัพเดททั่วทุกมุมโลก จะได้เอาไปเม้าท์กันมันส์ๆ ได้เลยเน้ออออ...

     สำหรับข่าวหมายามเช้าวันนี้เป็นข่าวที่ต้องปรบมือให้กับพี่ๆเจ้าหน้าที่ดับเพลิงค่ะ เพราะว่าพวกพี่ๆเจ้าหน้าที่ดับเพลิงช่วยชีวิตเจ้าพิทบูลไว้ เอ๊ะ!  เกิดอะไรขึ้น ทำไมพี่ๆ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงถึงต้องช่วยชีวิตเจ้าพิทบูลน้า เราไปติดตามกันเลย ...


Dogilike.com :: หวุดหวิด!พิทบูลรอดตายจากอุบัติเหตุไฟไหม้

     เจ้าหน้าที่ดับเพลิงช่วยชีวิตสุนัขพันธุ์พิทบูลเทอร์เรียออกมาจากเหตุการณ์ไฟไหม้บ้าน 2 หลัง ตำรวจคาดต้นเพลิงมาจากคนจรจัด

     เหตุการณ์เพลิงไหม้ครั้งนี้เกิดขึ้นที่รัฐนิวเจอร์ซีย์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ในช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ดับเพลิงระดมกำลังฉีดน้ำดับไฟที่กำลังไหม้อยู่ และได้ผจญเพลิงเข้าไปในบ้านเพื่อหาผู้รอดชีวิตแต่ไม่พบใคร ก่อนออกจากบ้านเจ้าหน้าที่สังเกตุเห็นสุนัขนอนสลบอยู่ภายในตัวบ้านจึงนำตัวสุนัขออกมา

     เจ้าหน้าที่ดับเพลิงกล่าวว่า "ตอนแรกเราคิดว่ามันจะตายแล้ว มันหายใจแผ่วมาก แต่พอได้รับออกซิเจนอาการของมันก็ฟื้นขึ้นอย่างรวดเร็ว"


Dogilike.com :: หวุดหวิด!พิทบูลรอดตายจากอุบัติเหตุไฟไหม้

     บ้านที่ถูกเพลิงไหม้หลังนี้มีคนอาศัยอยู่ 4 ครอบครัว มีจำนวนผู้อาศัยในบ้านหลังนี้ 14 คน ทั้งหมดปลอดภัย แต่มีบางรายที่สำลักควันไฟต้องนำตัวส่งโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่ดับเพลงสามารถควบคุมเปลวไฟในเหตุการณ์เพลิงไหม้ครั้งนี้ได้ภายในหนึ่งชั่วโมง

     ส่วนทั้ง 4 ครอบครัวที่อาศัยอยู่ภายในบ้านต้องย้ายไปอยู่ศูนย์พักพิงชั่วคราวและบางส่วนได้รับความช่วยเหลือในเรื่องของอาหารและเงินจากสภากาชาดสหรัฐอเมริกา


Dogilike.com :: หวุดหวิด!พิทบูลรอดตายจากอุบัติเหตุไฟไหม้

Dogilike.com :: หวุดหวิด!พิทบูลรอดตายจากอุบัติเหตุไฟไหม้

     ว้าวๆๆๆ ต้องขอขอบคุณพี่ๆนักดับเพลิงแทนน้องหมาพิทบูลด้วยนะคะ ที่ไม่ปล่อยให้เจ้าพิทบูลนอนสำลักควันตาย แถมยังอัดออกซิเจนให้น้องหมาฟื้นอีกด้วย ใจดีจริงๆ เลยค่ะ ^^"

 





บทความโดย: Dogilike.com

ที่มา : http://www.dailymail.co.uk/

ภาพประกอบ : http://www.dailymail.co.uk/