โดย: 2P4EVER

สุดซึ้ง! ตูบซื่อสัตย์นอนเฝ้าเจ้าของป่วย หน้าโรงพยาบาลไม่ยอมไปไหน

เรื่องราวที่ทำให้ทุกคนเห็นถึงความซื่อสัตย์ของสุนัข ...

7 กันยายน 2559 · ชอบ  (1)
  • cooky
  • ชอบสิ่งนี้
· แสดงความคิดเห็น (0) · อ่าน (18,183)
4,329

SHARES


4,329 shares

    สด ใหม่ ฉับไว ข่าวหมาทุกเช้า ทุกวัน Dailydog กับปังปอนด์แสนซน ... คนรักน้องหมาที่พร้อมเสิร์ฟข่าวสด ข่าวร้อน เกาะกระแสโลกทุกเช้าก่อนใครเลยจ้า><"
    
     เป็นเรื่องราวที่ทำให้คนรักสุนัขทั่วโลกได้เห็นถึงความซื่อสัตย์ของเพื่อนแท้ของมนุษย์อย่างสุนัขได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ เมื่อน้องหมาตัวหนึ่งที่ได้เฝ้ารอเจ้าของที่โรงพยาบาล โดยไม่ยอมไปไหน เรื่องราวจะเป็นอย่างไร เราไปติดตามกันค่ะ ...

 

Dogilike.com :: สุดซึ้ง! ตูบซื่อสัตย์นอนเฝ้าเจ้าของป่วย หน้าโรงพยาบาลไม่ยอมไปไหน

 

     เป็นเรื่องราวที่ทำให้คนทั่วโลกประทับใจและเห็นถึงความรักของสุนัขที่มีต่อมนุษย์ได้เป็นอย่างดี สำหรับเรื่องราวของเจ้า Maya สุนัขสายพันธุ์อาคิตะ อินุ สุนัขแสนซื่อสัตย์สีน้ำตาล ที่นอนเฝ้ารอ Sandra Iniesta หญิงเจ้าของสุนัขวัย 22 ปี ที่เข้ารับการรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล Elda General Hospital ในประเทศสเปน เป็นเวลานานกว่า 6 วัน ...

     ตามรายงานระบุว่า Sandra ได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน หลังจากที่เธอเกิดอาการเจ็บในช่องท้องและต้องเข้ารับการผ่าตัดฉุกเฉิน โดย Andrés Iniesta พ่อของเธอได้พยายามพา เจ้า Maya กลับบ้านแต่มันก็ไม่สำเร็จ เพราะมันต้องการอยู่ที่โรงพยาบาลเพื่อรอ Sandra ซึ่งตอนนี้เธอกำลังนอนพักฟื้นอยู่ในโรงพยาบาลจนกว่าร่างกายจะแข็งแรงขึ้น
 
     สำหรับ เจ้า Maya มันก็ได้สร้างความประทับใจให้กับประชาชนและเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลที่ผ่านไปมา โดยเจ้าหน้าที่พยาบาลหลายคนต่างก็แวะเวียนมาให้น้ำและอาหาร รวมถึงเรื่องราวของมันก็ได้ถูกเผยแพร่ไปทั่วโลก โดยทุกคนต่างก็ยกย่องและเห็นถึงความซื่อสัตย์ของมันที่มีต่อเจ้าของ
    
   


Dogilike.com :: สุดซึ้ง! ตูบซื่อสัตย์นอนเฝ้าเจ้าของป่วย หน้าโรงพยาบาลไม่ยอมไปไหน


      น่าประทับใจมาก ๆ เลยนะคะสำหรับข่าวน้องหมาเช้านี้ ทำให้เราเห็นได้เลยนะคะว่า น้องหมาเค้าก็รักและซื่อสัตย์กับเจ้าของจริง ๆ ไม่ยอมไปไหนขอนอนเฝ้าอยู่หน้าโรงพยาบาลนี่แหละ ขอปรบมือให้ดัง ๆ เลยจ้า และขอให้เจ้าของน้องหมาหายเร็ว ๆ และออกจากโรงพยาบาลมาอยู่กับน้องหมาแสนซื่อสัตย์ตัวนี้นะคะ ^^”
 
 

 ที่มาและภาพประกอบจาก :
http://www.telegraph.co.uk/

แปลและเรียบเรียงโดย : http://www.dogilike.com/