โดย: 2P4EVER

ของมันต้องมี! เผยตัวช่วยเป่าขนสุนัขให้แห้งง่าย ๆ เพียงไม่กี่นาที

อาบน้ำให้น้องหมาแล้วขนเปียก แห้งช้า ต้องเจอกับนวัตกรรมนี้

8 กุมภาพันธ์ 2562 · ชอบ  (0) · แสดงความคิดเห็น (0) · อ่าน (469)
23

SHARES


23 shares

     สด ใหม่ ฉับไว ข่าวหมาทุกเช้า ทุกวัน Dailydog กับปังปอนด์แสนซน ... คนรักน้องหมาที่พร้อมเสิร์ฟข่าวสด ข่าวร้อน เกาะกระแสโลกทุกเช้าก่อนใครเลยจ้า><"  

   

HIGHLIGHTS :
 

  • บริษัทในอัฃกฤษได้เผยตัวช่วยที่จะทำให้เส้นขนของสุนัขที่เปียกหลังจากอาบน้ำ แห้งเร็วขึ้นในเวลาเพียงไม่กี่นาที
     
  • โดยตัวช่วยให้ขนสุนัขแห้งนี้มาในรูปแบบเสื้อลักษณะพิเศษ ที่ต้องใช้คู่กับไดร์เป่าผม หรือเครื่องเป่าลม

 

Dogilike.com :: ของมันต้องมี! เผยตัวช่วยเป่าขนสุนัขให้แห้งง่าย ๆ เพียงไม่กี่นาที


       เว็บไซด์มิลเลอร์ ประเทศอังกฤษได้เผยตัวช่วยดี ๆ ที่จะช่วยให้ขนของสุนัขที่เปียกจากการอาบน้ำแห้งไว้ขึ้นเพียงไม่กี่นาที ...

      สำหรับเจ้าของสุนัขหลาย ๆ คน การจับสุนัขมาอาบน้ำว่าเป็นเรื่องที่ยากแล้ว แต่การเป่าเส้นขนของสุนัขให้แห้ง อาจจะเป็นเรื่องที่ยากกว่า เพราะสุนัขบางตัวมีขนยาว ขนสองชั้น กว่าจะเป่าขนจนแห้ง สุนัขบางตัวก็อาจจะใช้เวลาเป่าขนนานกว่า 3 ชั่วโมงขึ้นไปกว่าขนจะแห้งสนิท

    แต่บริษัท Puff-N-Fluff ได้ผลิตเสื้อพิเศษสำหรับเป่าขนสุนัขขึ้นมาโดยเฉพาะ และยังบอกอีกว่า กล่าวว่า "การเป่าขนให้แห้งสนิทนอกจากจะช่วยลดการเกิดกลิ่นและความอับชื้นได้แล้ว ยังทำให้สุนัขอบอุ่นหลังจากเดินเล่นในฤดูหนาวอีกด้วย"

     สำหรับวิธีใช้เสื้อพิเศษสำหรับเป่าขนสุนัขนี้คือ สวมเสื้อให้กับสุนัขจากนั้นติดตั้งเครื่องเป่าลม หรือไดร์เป่าผมเพื่อนำลมร้อนเป่าขน ซึ่งอากาศจะไหลเวียนทั่วร่างกายของสัตว์เลี้ยง แต่ทั้งนี้ก็ต้องปฏิบัติตามข้อแนะนำคือ ควรใช้ลมที่มีอุณหภูมิพอดีเพื่อไม่ให้สุนัขรู้สึกร้อนจนเกินไป 

    สำหรับเสื้อพิเศษสำหรับเป่าขนสุนัข สนนราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 39.95 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 1,200 บาทไทย โดยมีวางจำหน่ายบนเว็บไซด์ Amazon US และสามารถจัดส่งไปยังสหราชอาณาจักรได้โดยมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม
 

Dogilike.com :: ของมันต้องมี! เผยตัวช่วยเป่าขนสุนัขให้แห้งง่าย ๆ เพียงไม่กี่นาที

 

ชมคลิป


   เป็นตัวช่วยที่ดีมาก ๆ เลยนะคะ เห็นแล้วเชื่อว่าเพื่อน ๆ หลายคนต้องอยากได้มาครอบครองแน่นอนค่ะ ^_^

 

บทความโดย : Dogilike.com
www.dogilike.com

        ที่มาและภาพประกอบ : https://www.mirror.co.uk