โดย: 2P4EVER

เทคนิคสยบปัญหา 5 จุดเหม็นในน้องหมาปั๊ก

เรียนรู้วิธีจัดการปัญหาตัวเหม็นของหมาปั๊กที่ถูกต้อง

10 กันยายน 2556 · ชอบ  (3)
  • ปังย่าหน้าย่น
  • prath
  • Tonvet
  • ชอบสิ่งนี้
· แสดงความคิดเห็น (0) · อ่าน (81,913)
588

SHARES


588 shares

Dogilike.com :: เทคนิคสยบปัญหา 5 จุดเหม็นในน้องหมาปั๊ก


     คงปฏิเสธไม่ได้ว่า น้องหมาปั๊ก เป็นน้องหมาอีกสายพันธุ์หนึ่งที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ ทั้งรูปร่างที่อ้วนกลม หน้าตาบ้องแบ๊วดูน่ารัก เห็นแล้วอดที่จะแกล้งไม่ได้ และด้วยความน่าเอ็นดูของเจ้าปั๊กนี่เองทำให้ใครเห็นใครก็อยากเข้าไปกอดเข้าไปฟัด … แต่พอเข้าไปใกล้เท่านั้นแหละ!! เราก็จะได้กลิ่นแปลก ๆ จากเจ้าปั๊กทันที และพอได้กลิ่นอันไม่พึงประสงค์นี้ หลายคนถึงกับหมดอารมณ์พิศวาสในตัวเจ้าปั๊กกันไปเลยทีเดียว

     “เทคนิคการเลี้ยงการดูแล” วันนี้ ปังปอนด์เลยจะชวนเพื่อน ๆ มาดูกันว่า น้องหมาปั๊กที่ขึ้นชื่อว่ามีกลิ่นตัวแรงนั้นส่วนมากมีสาเหตุมาจากอะไร และมีอวัยวะจุดไหนที่เป็นต้นตอของการเกิดกลิ่นเหม็น รวมถึงวิธีการดูแลเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์อย่างถูกต้องกันค่ะ

 

Dogilike.com :: เทคนิคสยบปัญหา 5 จุดเหม็นในน้องหมาปั๊ก
 

อวัยวะ 5 จุดที่มักเกิดกลิ่นเหม็นในน้องหมาปั๊ก


ลำตัวของหมาปั๊ก
 

Dogilike.com :: เทคนิคสยบปัญหา 5 จุดเหม็นในน้องหมาปั๊ก

 
     ถึงแม้ว่า ปั๊ก จะเป็นน้องหมาขนสั้น แต่ก็ขึ้นชื่อว่า เป็นสุนัขสายพันธุ์หนึ่งที่มีกลิ่นตัวแรงแบบสุด ๆ โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝนที่มีความชื้นในอากาศสูงแบบนี้ ไม่ต้องพูดถึงกลิ่นตัวน้องหมาปั๊กกันเลยล่ะค่ะ ... สาเหตุการเกิดกลิ่นตัวของน้องหมาสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย เช่น ความซุกซนของน้องหมา ความชื้นในอากาศ วิธีการเลี้ยงดูของผู้เลี้ยง ฯลฯ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นตัวแปรสำคัญที่มีผลต่อการเกิดความอับชื้นที่ส่งผลให้เกิดกลิ่นตัว และโรคผิวหนังได้

     ปั๊ก เป็นน้องหมาที่มีผิวบอบบางจึงเสี่ยงเป็นโรคผิวหนัง เช่น ผิวหนังอักเสบ ขี้เรื้อน ฯ ได้ง่ายกว่าสุนัขขนสั้นพันธุ์อื่น ๆ โดยเฉพาะจุดสำคัญอย่างช่วงต้นคอที่ผิวหนังมีความย่น มักจะพบว่ามีกลิ่นแรงและเสี่ยงเป็นโรคผิวหนังมากกว่าจุดอื่น ๆ บนลำตัว นอกจากนี้ในน้องหมาเพศผู้ก็มักพบปัญหาคราบเหลืองบริเวณใต้ท้อง ซึ่งเกิดจากปัสสาวะของน้องหมาเปรอะเปื้อน เกาะตัวเป็นคราบเหลืองแข็ง ทำให้อับชื้น ส่งกลิ่นเหม็น รวมถึงมีอาการผื่นแดงขึ้นตามผิวหนัง และอาจมีอาการขนร่วง

     ในน้องหมาบางตัวอาจพบมีกลิ่นเหม็นที่เท้าด้วย ซึ่งผู้เลี้ยงก็ต้องคอยตรวจเช็คดูเพราะในแต่ละวันของน้องหมาก็อาจจะไปวิ่งเล่นซน เหยียบสิ่งสกปรกจนเกิดความอับชิ้น ผู้เลี้ยงจึงต้องหมั่นทำความสะอาดใต้เท้าอุ้งเท้าของน้องหมา โดยอาจจะใช้วิธีล้างเฉพาะอุ้งเท้าหากอวัยวะส่วนอื่น ๆ ไม่ได้เปรอะเปื้อนค่ะ


การดูแล

 

Dogilike.com :: เทคนิคสยบปัญหา 5 จุดเหม็นในน้องหมาปั๊ก

 
     สำหรับน้องหมาขนสั้นอย่างปั๊ก ถึงแม้ว่าจะไม่ต้องดูแลเป็นพิเศษเหมือนน้องหมาพันธุ์ขนยาวอื่น  ๆ  แต่ผู้เลี้ยงก็ควรหมั่นตรวจเช็คสภาพผิวหนังและขนของน้องหมาเป็นประจำ โดยควรอาบน้ำอาทิตย์ละ 1 ครั้ง เลือกใช้แชมพูสูตรสำหรับสุนัขมีกลิ่นสาบ ที่มีส่วนผสมของสารสกัดธรรมชาติที่อ่อนโยนต่อผิวหนังที่บอบบางและช่วยลดกลิ่นตัวของน้องหมาปั๊ก เช่น สารสกัดจากเปลือกสน ที่ช่วยกระตุ้นต่อมไขมันให้สร้างน้ำมันออกมาเคลือบเส้นขนและผิวหนังให้ชุ่มชื้น ว่านหางจระเข้ ช่วยต้านการอักเสบและฆ่าเชื้อรา แบคทีเรีย และยีสต์ รวมไปถึงควรแปรงขนให้น้องหมา ซึ่งการแปรงขนเป็นการช่วยนวดให้ต่อมไขมันที่โคนขนให้ขับน้ำมันออกมาเคลือบเส้นขน จะช่วยทำให้น้องหมาปั๊กมีขนสวยเงางาม ผิวหนังมีสุขภาพดี และยังเป็นการขจัดรังแคและสิ่งสกปรกอื่น ๆ ออกมาจากผิวหนังอีกด้วยค่ะ

     และในหน้าฝนแบบนี้ ผู้เลี้ยงก็ควรให้ความสำคัญกับการดูแลเรื่องความสะอาดให้น้องหมา โดยอย่าปล่อยให้ขนของน้องหมาเปียกชื้นเป็นเวลานาน ๆ เมื่อพบว่า น้องหมาไปวิ่งตากฝนจนตัวเปียก หรือรู้สึกว่าขนน้องหมาเริ่มชื้น ก็ให้รีบเช็ดให้หมาด แล้วเอาไดร์เป่าขนจนแห้งสนิทเพื่อลดความเสี่ยงการเกิดความอับชื้น  นอกจากนี้ควรสังเกตด้วยว่า ผิวหนังของน้องหมามีตุ่ม ผื่นคัน มีอาการคัน เกาผิดปกติหรือไม่ ถ้ามีแสดงว่าเริ่มมีอาการผิดปกติ ควรจะรีบพาไปพบสัตวแพทย์ เพื่อหาสาเหตุของอาการดังกล่าวค่ะ



ใบหน้าของหมาปั๊ก   
 

Dogilike.com :: เทคนิคสยบปัญหา 5 จุดเหม็นในน้องหมาปั๊ก


     ปัญหาใบหน้าน้องหมามีกลิ่นเหม็น ถือเป็นปัญหาที่ผู้เลี้ยงน้องหมาปั๊ก มักพบเจอกันอยู่เป็นประจำ นั่นก็เพราะว่า น้องหมาปั๊กมีใบหน้าสั้น และมีรอยพับรอยย่นบนใบหน้าค่อนข้างเยอะ ซึ่งรอยพับย่นนี้เองที่เป็นแหล่งหมักหมมสิ่งสกปรกได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะคราบน้ำตาที่จะไหลมาสะสมบริเวณร่องจมูกใต้ตาจนกลายเป็นสีน้ำตาลแดง ซึ่งสาเหตุหลัก ๆ มักเกิดจากเชื้อยีสต์ชนิด Red Yeast ที่เจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่เปียกชื้น เมื่อเกิดการสะสม (น้ำตาของน้องหมา) เชื้อยีสต์ก็จะทำปฏิกิริยาที่ก่อให้เกิดคราบสีแดงเข้มอมน้ำตาลเกาะที่ขนใต้ตา ซึ่งจะทำให้ผิวหนังบริเวณนี้เกิดการอักเสบติดเชื้อแบคทีเรียและเกิดเชื้อราได้ง่าย  รวมถึงเรื่องของความชื้น ความร้อน และการเสียดสีกันของผิวหนัง ก็อาจเป็นสาเหตุของการอักเสบ เกิดกลิ่นเหม็น และเป็นโรคผิวหนังได้หากไม่ได้รับการดูแลทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอจากเจ้าของค่ะ



การดูแล
 

     ผู้เลี้ยงต้องหมั่นดูแลเช็ดทำความสะอาดตามร่องของรอยย่นต่าง ๆ บนใบหน้าเป็นประจำโดยใช้ผ้า/สำลีชุบน้ำเปล่า หรืออาจจะเลือกซื้อน้ำยาขจัดกลิ่นมาเช็ดร่องแก้ม หรือรอยย่นที่ถูกพับไว้ด้านในของน้องหมาทุกวัน และควรเช็ดให้แห้งเพื่อไม่ให้เกิดการสะสมของแบคทีเรีย หรือเชื้อยีสต์ค่ะ ซึ่งช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการเช็ดทำความสะอาดคือ ควรทำหลังจากน้องหมากินอาหาร หรือหลังอาบน้ำเสร็จทุกครั้ง เพื่อป้องกันการเกิดกลิ่นเหม็นที่ไม่พึงประสงค์ เพราะบริเวณข้างแก้มจะมีคราบน้ำตา หรือบริเวณรอยพับจะอับชื้นได้ง่าย ซึ่งเป็นที่มาของกลิ่นเหม็นบริเวณใบหน้าที่จะส่งผลให้เป็นโรคผิวหนังในน้องหมาได้ค่ะ (อ่านเพิ่มเติมบทความ ขนน้องหมากับปัญหาที่ไม่ควรมองข้าม...)



หูของหมาปั๊ก
 

Dogilike.com :: เทคนิคสยบปัญหา 5 จุดเหม็นในน้องหมาปั๊ก

 
       น้องหมาปั๊กเป็นน้องหมาที่มีลักษณะใบหูพับตกลงมา จึงมีแนวโน้มที่จะมีการติดเชื้อในช่องหูได้หลากหลายชนิด ทั้งเชื้อแบคทีเรีย เชื้อยีสต์ และไรในหู ฯลฯ โรคในช่องหูที่มักพบในน้องหมาปั๊กมักจะเป็นโรคช่องหูส่วนนอกอักเสบที่เกิดจากเจ้าของอย่างเรา ปล่อยปะละเลยไม่ค่อยดูแลสุขภาพช่องหูให้กับน้องหมา โดยน้องหมาที่มีการติดเชื้อในหูจะแสดงอาการในเบื้องต้นคือ สั่นศีรษะ สะบัดหัวบ่อย พยายามเกาหู มีขี้หูสีเข้ม หูมีกลิ่นเหม็น มีของเหลวสีเหลือง น้ำตาล หรือของเหลวปนเลือดไหลซึมออกมา เดินวน หรือในบางรายก็อาจมีการทรงตัวผิดปกติก็มีค่ะ  

     ถ้าหากน้องหมา ที่แสดงอาการเหล่านี้บ่อย ๆ มากกว่า 5-10 ครั้งต่อวัน ผู้เลี้ยงก็ควรพาน้องหมาไปพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจดูอาการ เพราะหากน้องหมาเหล่านี้ไม่ได้รับการรักษาก็จะเกิดการอักเสบและกลายเป็นการ ติดเชื้อเรื้อรังที่รักษาได้ยาก ซึ่งเจ้าของก็ควรหมั่นทำความสะอาดหูของน้องหมาอย่างสม่ำเสมอเพื่อเป็นการ ป้องกันดีกว่ามาแก้ไขในภายหลังที่อาจจะมีค่าใช้จ่ายในการรักษาที่ค่อนข้างมากค่ะ  (อ่านบทความเพิ่มเติม 4 วิธีรับมือปัญหาช่องหูส่วนนอกอักเสบในสุนัข)


การดูแล

     สำหรับการดูแลช่องหูน้องหมาปั๊กเพื่อป้องกันการเกิดโรคต่าง ๆ ในช่องหู ก็คือ ผู้เลี้ยงต้องรักษาความสะอาดหูของน้องหมาเป็นประจำ อย่างน้อยสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง เพื่อตรวจดูความผิดปกติและป้องกันไม่ให้เกิดความอับชื้นซึ่งเป็นสาเหตุของโรคในช่องหูต่าง ๆ โดยเริ่มแรกผู้เลี้ยงควรเปิดใบหูเพื่อดูความผิดปกติก่อน จากนั้นจึงทำความสะอาดช่องหูน้องหมาด้วยการใส่น้ำยาสำหรับทำความสะอาดหูลงไปในช่องหู บีบนวดบริเวณโคนหูประมาณ 20-30 วินาที เพื่อทำให้ขี้หูอ่อนนุ่มและหลุดออกมา จากนั้นจึงเช็ดเอาขี้หูที่หลุดออกและใช้ก้านไม้พันด้วยสำลีชุบน้ำยาทำความ สะอาดเช็ดช่องหูจนไม่พบว่ามีขี้หูหลงเหลืออยู่ในช่องหูอีก ห้ามแทงหรือปั่นหูน้องหมานะคะ แต่ให้ใช้การเช็ดในลักษณะตักขึ้นมาแทนค่ะ

     *** ห้ามใช้แอลกอฮอล์ล้างหูน้องหมาโดยเด็ดขาดเพราะจะทำให้เกิดการระคายเคืองในช่องหู ซึ่งอาจทำให้หูน้องหมาเกิดการอักเสบได้ค่ะ ***

     สำหรับน้องหมาที่พบปัญหาช่องหู สัตวแพทย์จะรักษาตามอาการ สาเหตุของปัญหาและภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้น โดยจะเก็บขี้หูป้ายใส่สไลด์ แล้วนำไปส่องด้วยกล้องจุลทรรศน์ เพื่อตรวจหาตัวไรหู หรือนำขี้หูไปย้อมตรวจเพื่อตรวจหาเชื้อแบคทีเรียและเชื้อยีสต์ อาจให้ยาปฏิชีวนะสำหรับการติดเชื้อแบคทีเรีย ส่วนยาต้านเชื้อราจะใช้สำหรับการติดเชื้อยีสต์ ให้ยากลูโคคอร์ติคอร์ย เช่น เด็กซาเมธาโซน มักจะใช้เพื่อลดการอักเสบในช่องหู (ยาหยอด หรือยากิน) กรณีปัญหาช่องหูที่เกิดมาจากโรคอื่น ๆ ในร่างกาย เช่น ความผิดปกติทางฮอร์โมน หรือการแพ้ จะต้องให้การรักษาน้องหมาทั้งตัว ไม่เฉพาะแต่ช่องหู เช่น การเสริมฮอร์โมน หรือตรวจทดสอบการแพ้ เป็นต้น นอกจากนี้ คุณหมออาจใช้วิธีการส่องด้วยกล้อง otoscope เพื่อตรวจดูลักษณะโครงสร้างของช่องหู ตรวจหาสิ่งแปลกปลอม หรือเนื้องอกต่าง ๆ ที่อาจอยู่ข้างในรูหู (อ่านเพิ่มเติมบทความ 4 วิธีรับมือปัญหาช่องหูส่วนนอกอักเสบในสุนัข)



ปากของหมาปั๊ก
 

 Dogilike.com :: เทคนิคสยบปัญหา 5 จุดเหม็นในน้องหมาปั๊ก


     ปั๊ก เป็นน้องหมาพันธุ์หน้าสั้นสายพันธุ์หนึ่งที่มักพบปัญหาสุขภาพช่องปากและฟัน เนื่องจากมีลักษณะของใบหน้าที่สั้น แบน และกรามบนสั้นกว่ากรามล่าง ทำให้เกิดเป็นฟันซ้อนและในบางตัวมีซี่ฟันห่างกัน ทำให้อาหารมักเข้าไปติดอยู่ตามซอกฟันของน้องหมา ทำให้เกิดการสะสมของเชื้อแบคทีเรียและแคลเซียมที่บริเวณฟันจนเกิดเป็นหิน น้ำลาย และหากไม่มีการดูแลสุขภาพช่องปากที่ดี หินน้ำลายจะเกิดการก่อตัวเป็นหินปูนเกาะตามฟันซี่ต่าง ๆ จนเกิดกลิ่นปาก ส่งผลให้เนื้อเยื่อปริทันต์อักเสบ เกิดการทำลายเยื่อบุผิวฟันและเนื้อเยื่อรอบฟัน รวมทั้งทำให้เกิดการสลายของกระดูกเบ้าฟัน ในรายที่มีการอักเสบของเนื้อเยื่อปริทันต์รุนแรงอาจทำให้กรามหัก หรือเชื้อแบคทีเรียเข้าสู่กระแสเลือด ส่งผลให้เกิดการติดเชื้อในระบบต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น หัวใจ ตับ ไต ฯลฯ และเสียชีวิตได้ในที่สุด (อ่านเพิ่มเติม "ปริทันต์" โรคร้ายที่(อาจ)เกิดในช่องปากสุนัข)

     นอกจากนี้น้องหมาปั๊กบางตัวยังพบมีความผิดปกติที่เรียกว่า Hanging Tongue Syndrome ซึ่งเป็นความผิดปกติที่เป็นมาแต่กำเนิด โดยน้องหมาไม่สามารถดึงลิ้นกลับเข้าปากได้จึงทำให้ลิ้นห้อยออกมาอยู่ตลอดเวลา ทำให้ปลายลิ้นแห้ง มีปัญหาในการกินน้ำและอาหาร (แต่น้องหมาสามารถปรับตัวได้) หลังกินอาหารและน้ำอาจจะทำให้บริเวณรอบปาก ใต้คางและลำคอเลอะเทอะ ทำให้เกิดความอับชื้น กลิ่นเหม็น ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคผิวหนังต่าง ๆ ตามมาได้


การดูแล

     สำหรับการดูแลให้น้องหมาไร้กลิ่นปาก ผู้เลี้ยงสามารถทำได้ง่าย ๆ ซึ่งวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันปัญหาเหล่านี้คือ  การไม่ละเลยการดูแลสุขภาพช่องปากและฟัน ด้วยการแปรงฟันและลิ้นให้น้องหมาทุกวัน ซึ่งการแปรงฟันจะช่วยชะลอการเกิดคราบหินปูน ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดกลิ่นปาก รวมถึงโรคปริทันต์ในน้องหมาค่ะ และสำหรับการเลือกยาสีฟัน ผู้เลี้ยงควรเลือกยาสีฟันที่ผลิตมาเพื่อน้องหมาโดยเฉพาะ และไม่ควรอย่างยิ่งที่จะนำยาสีฟันของคนมาใช้กับน้องหมา เนื่องจากยาสีฟันของคนมีส่วนผสมของฟลูออไรด์ที่เป็นอันตรายกับน้องหมา และถูกผลิตมาเพื่อให้บ้วนทิ้งและห้ามกลืนกิน ซึ่งน้องหมาไม่สามารถบ้วนยาสีฟันทิ้งและอาจจะกลืนยาสีฟันเข้าไปจนเกิดการ สะสมก่อให้เป็นโรคต่าง ๆ เช่น โรคนิ่ว ได้ค่ะ (รู้ไหม? น้องหมาก็ต้องแปรงฟันเหมือนกันนะ )

      นอกจากนี้ผู้เลี้ยงควรพาน้องหมาไปตรวจสุขภาพช่องปากกับสัตวแพทย์ทุก ๆ 6 เดือนเป็นอย่างน้อย รวมถึงผู้เลี้ยงควรหาของเล่นที่ช่วยขัดฟันและบริหารฟันให้น้องหมา เช่น ของเล่นที่ทำจากเชือกผ้าที่ออกแบบมาเพื่อช่วยขัดฟัน ขูดลอกเอาคราบแบคทีเรียออก ซึ่งเป็นการป้องกันคราบหินปูนสะสม รวมถึงควรให้อาหารสุนัขแบบเม็ดกับน้องหมาเพื่อช่วยลดปัญหาการสะสมแบคทีเรีย หรืออาจจะหาขมขบเคี้ยว เช่น ขนมผลิตจากเนื้อปลาฉลามผสมกระดูกปลาป่น ที่มีคุณสมบัติช่วยขัดฟันมาให้น้องหมากินเล่นอีกทางหนึ่งก็จะช่วยได้ดีเลยล่ะค่ะ


ก้นของหมาปั๊ก

 

Dogilike.com :: เทคนิคสยบปัญหา 5 จุดเหม็นในน้องหมาปั๊ก


     สำหรับปัญหาก้นเหม็นนี้ถือเป็นปัญหาใหญ่ของผู้เลี้ยงน้องหมาปั๊กเลยก็ว่าได้ค่ะ ซึ่งสาเหตุของปัญหาน้องหมาก้นเหม็นของน้องหมาปั๊กก็มักเกิดจากการอุดตันของต่อมเหม็นข้างก้น ที่มีรูปร่างรีเป็นถุง 2 ข้าง ในตำแหน่ง 9 นาฬิกาและ 3 นาฬิกา บริเวณใต้ผิวหนังข้างรูทวารหนักที่ไม่สามารถมองเห็นจากภายนอกได้ ... ต่อมก้นของน้องหมาจะมีหน้าที่เก็บของเหลวที่มีลักษณะเหนียวข้น สีเหลืออ่อนไปจนถึงสีน้ำตาลเข้มออกดำ และมีกลิ่นเหม็นคาวฉุนเอาไว้ หากน้องหมาเกิดความกลัว ตกใจหรือในเวลาที่น้องหมาต้องเผชิญหน้ากับอันตรายต่าง ๆ ต่อมก้นก็จะทำงานโดยขับของเหลวที่อยู่ภายในออกมา แต่ในน้องหมาหลาย ๆ ตัว ก็ไม่สามารถขับของเหลวที่อยู่ในต่อมเหม็นนี้ออกมาได้ เนื่องจากถูกเลี้ยงให้อาศัยอยู่ภายในบ้านที่สงบ ปลอดภัย ไม่ค่อยอยู่ในภาวะกดดัน หรือเจอเหตุการณ์ตื่นเต้น ต่อมเหม็นจึงไม่ปล่อยของเหลว ทำให้เกิดการสะสมของของเหลวมากเกินไป  (Anal Sac Impaction)  จึงอาจทำให้เกิดการอุดตัน ส่งกลิ่นเหม็น และอาจเกิดการอักเสบที่ต่อมก้น  (Anal Sacabscess) ซึ่งอาจทำให้เกิดฝี และถ้าหากเป็นมาก ๆ ฝีก็อาจแตกออกเป็นแผลข้างก้นได้

     โดยอาการเริ่มแรกของความผิดปกติของต่อมก้นที่น้องหมาจะแสดงออก ผู้เลี้ยงสามารถสังเกตได้ง่าย ๆ คือ เมื่อต่อมก้นน้องหมาเริ่มเกิดการอุดตัน น้องหมามักจะไม่ถ่ายอุจจาระเพราะเกิดอาการท้องผูก ทำให้อุจจาระแข็ง ซึ่งก้อนอุจจาระอาจจะไปบาดบริเวณรูเปิดของต่อมข้างก้นจนทำให้เกิดการอักเสบติดเชื้อได้ น้องหมามีพฤติกรรมเอาก้นไถไปที่พื้นเหมือนพยายามเช็ดก้น พยายามเลียก้นตัวเองบ่อยผิดปกติ มีของเหลวหรือเมือกกลิ่นเหม็นไหลออกจากก้น

การดูแล
 

Dogilike.com :: เทคนิคสยบปัญหา 5 จุดเหม็นในน้องหมาปั๊ก


     หากน้องหมาของผู้เลี้ยงมีพฤติกรรมดังที่กล่าวไปในข้างต้น ผู้เลี้ยงสามารถช่วยเอาของเหลวที่อุดตันอยู่ภายในออกมาได้โดยการสำรวจความผิดปกติ และบีบต่อมก้นให้น้องหมาอย่างน้อยเดือนละ 1-2 ครั้ง เพื่อลดโอกาสเสี่ยงของต่อมก้นไม่ให้เกิดการอักเสบ ส่วนสำหรับผู้เลี้ยงที่มักจะพาน้องหมาไปเข้ารับบริการอาบน้ำตัดขนในร้านกรูมมิ่งน้องหมา พนักงานก็มักจะบีบต่อมก้นให้กับน้องหมาทุกครั้งอยู่แล้ว ซึ่งถ้าบีบด้วยแรงที่เหมาะสมและถูกตำแหน่งก็มักจะไม่มีไม่มีปัญหาอะไร  แต่ถ้าบีบโดยใช้แรงมากเกินไปก็อาจทำให้เกิดการระคายเคืองและอักเสบตามมาได้  (อ่านเพิ่มเติม รู้จักต่อมเหม็นข้างก้นและวิธีการบีบต่อมเหม็นอย่างละเอียด)

     แต่ถ้าหากหมาของผู้เลี้ยงที่ต่อมก้นมีเมือกหรือของเหลวออกมามากผิดปกติ เกิดการอักเสบ หรือเป็นฝีจนแตก แนะนำให้พาน้องหมาไปพบสัตวแพทย์ตรวจดูอาการ เพื่อทำการรักษา ซึ่งสัตวแพทย์อาจจะทำการบีบเอาของเหลว หนอง เลือดที่อยู่ภายในต่อมข้างก้นออกมา ในกรณีมีการติดเชื้อ อักเสบเป็นหนอง อาจควบคุมการติดเชื้อด้วยยาปฏิชีวนะที่สามารถออกฤทธิ์เข้าไปในต่อมข้างก้น เช่น Vibravet , Marbocyl , Marbocyl , Marbocyl โดยสัตวแพทย์จะให้ยาตามน้ำหนักตัวของน้องหมา พร้อมกับให้กลุ่มยาบรรเทาตามอาการ เช่น ยาแก้ปวดลดอักเสบ ยาลดบวม แต่ในรายที่ไม่สามารถรักษาให้หายได้ด้วยการให้ยา  สัตวแพทย์อาจจะพิจารณาการผ่าตัดเอาต่อมข้างก้นออก  ซึ่งจากการศึกษาพบว่า หากน้องหมาถูกผ่าตัดเอาต่อมก้นออกไป น้องหมาก็สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ตามปกติ โดยไม่มีอุปสรรคค่ะ  (อ่านเพิ่มเติม เทคนิคง่าย ๆ กับการบีบต่อมก้นให้สุนัข)
 

Dogilike.com :: เทคนิคสยบปัญหา 5 จุดเหม็นในน้องหมาปั๊ก

 

     ... ทีนี้เพื่อน ๆ ก็รู้กันแล้วใช่ไหมคะว่า ที่น้องหมาปั๊กตัวเหม็นเกิดจากอะไร และมีวิธีป้องกันและแก้ไขอย่างไร เพียงแค่เพื่อน ๆ ป้องกันปัญหาให้ตรงจุดคือ ใส่ใจรักษาความสะอาดให้น้องหมา หมั่นตรวจเช็คร่างกายของน้องหมาอย่างสม่ำเสมอ เท่านี้น้องหมาปั๊กของเพื่อน ๆ ก็จะหมดปัญหาตัวเหม็นกันแล้วล่ะค่ะ ยังไงก็อย่าลืมเอาวิธีที่ปังปอนด์แนะนำไปลองทำกันด้วยนะคะ ได้ผลอย่างไร หรือมีปัญหาอยากสอบถามก็สามารถเข้ามาร่วมพูดคุยกันได้เลยนะคะ ^______^

 

บทความโดย : Dogilike.com
ภาพประกอบ:
http://www.wired.co.uk/news/archive/2013-02/21/pug-insurance-bought-by-many
http://www.fanpop.com/clubs/pugs/images/13728022/title/beautiful-pug-photo
http://www.deviantart.com/journals/?order=9&q=pug
http://www.smscs.com/photo/pug_wallpaper_hd/2.html#.UiydIDYvk4g
http://wallpapersfor.me/cute-pug/
http://500px.com/photo/9109827