โดย: uumeume

LIFE IN THE DOGHOUSE (บ้านนี้มีแต่หมา) ส่งต่อแรงบันดาลใจให้คนรักน้องหมา ได้เข้าใจ ได้รอยยิ้ม ได้น้ำตา

สารคดีที่ถ่ายทอดชีวิตของผู้ที่เป็นที่พักพิงเดียวของน้องหมาที่สิ้นหวังและถูกมองว่าไร้ค่า

5 สิงหาคม 2562 · ชอบ  (0) · แสดงความคิดเห็น (0) · อ่าน (701)
22

SHARES


22 shares
     

     ถ้าให้พูดถึง “ศูนย์พักพิงที่ไม่มีการกักขัง ไม่มีคอกกั้น น้องหมาแต่ละตัวใช้ชีวิตอิสระ มีที่นอนนุ่มๆให้นอน มีสนามหญ้าที่วิ่งได้อย่างอิสระ” ก็คงไม่มีใครนึกออกแน่ๆ ว่าจะมีศูนย์พักพิงแบบนี้อยู่จริง ... แต่ถึงแม้นั่นจะดูเป็นเรื่องที่ไม่น่าเกิดขึ้นได้ แต่มันก็เกิดขึ้นแล้วจริง ๆ ค่ะ!

     
วันนี้เราจะพาทุกคนไปติดตามภาพยนตร์สารคดีเรื่อง “LIFE IN THE DOGHOUSE” ที่จะเล่าถึงความเป็นอยู่ของชาย 2 คนที่มอบทั้งชีวิตเพื่อน้องหมาให้น้องหมาที่ไร้บ้าน ไร้เจ้าของได้มีชีวิตใหม่ที่มีความสุข


Dogilike.com :: LIFE IN THE DOGHOUSE (บ้านนี้มีแต่หมา)  ส่งต่อแรงบันดาลใจให้คนรักน้องหมา ได้เข้าใจ ได้รอยยิ้ม ได้น้ำตา
 


 

   บ้านพักพิงสัตว์ของแดนนี่และรอนตั้งอยู่ที่เมืองแคมเดน รัฐเซาท์แคโรไลนา ที่นี่เป็นที่พักพิงให้กับน้องหมาโดยน้องหมาที่อาศัยอยู่ที่นี่จะได้ใช้ชีวิตแบบอิสระและได้รับความรักอย่างเต็มที่ ถึงแม้จะต้องเจอกับปัญหาต่าง ๆ มากมายแต่พวกเขาก็พยายามหาทางออกให้กับปัญหาเพื่อที่จะทำตามความฝันในการดูแลน้องหมาที่อยู่ในบ้านพักพิงของพวกเขาต่อไป


 

ผมไม่เคยคิดฝันเลยว่า เราจะมีบ้านพักพิงสัตว์ 

และไม่เคยคิดเลยว่าเราจะมีบ้านพักพิงสัตว์ที่ใหญ่ขนาดนี้ 

ที่ยึดทั้งบ้านและชีวิตของเรา

รอนกล่าว


 

จุดเริ่มต้นที่ไม่มีวันที่สิ้นสุดของ แดนนี่และรอน 

 


     ย้อนกลับไปช่วงเดือนสิงหาคม ในปี 2005 เกิดพายุแคทรีนา เฮอริเคน ทุกคนต่างหวาดกลัวต่างกันพาเอาตัวรอด ร้อยละ 80 ของบ้านเรือนจมอยู่ในน้ำ เป็นภัยธรรมชาติที่รุนแรงที่สุดในอเมริกา สัญชาตญาณแรกของแดนนี่และรอน คืออยากช่วยเหลือผู้คนและทั้งคู่ได้เข้าไปช่วยเหลือซื้อของใช้ที่จำเป็นเท่าที่นึกได้ แต่แล้วพวกเขาได้สะดุดตากับรูปน้องหมา ทำให้ฉุดคิดได้ว่าน้องหมาที่เจอพายุล่ะ จะอยู่ยังไงกัน
 

     หลังจากพายุสงบ น้องหมาตัวที่รอดก็ถูกจับใส่กรง ส่งไปเก็บไว้ตามโกดัง น้องหมาบางตัวไม่เคยได้ออกมาจากกรงเลย ต้องนอนอยู่กับอึและฉี่ของตัวเอง เพราะไม่มีพนักงานดูแล แดนนี่และรอนตัดสินใจที่ช่วยเหลือน้องหมาเหล่านี้ โดยให้รถบรรทุกที่เอาไว้ขนม้าไปรับตัวน้องหมามา พร้อมเตรียมเสบียงอาหาร สายจูง ปลอกคอให้พร้อม 
 

    ช่วงแรกที่ช่วยเหลือน้องหมาจากเหตุการณ์พายุพัดถล่ม พวกเขาใช้โรงนาที่มีอยู่จากเคยที่มีคอกม้า ก็เก็บคอกม้าออกไป จัดแจงให้เป็นที่อยู่ของน้องหมา และทำทุกอย่างที่ช่วยน้องหมาได้ทั้งในเรื่องสุขภาพความสะอาด การช่วยเหลือของแดนนี่และรอนครั้งนี้ทำให้น้องหมาได้มีบ้านที่อบอุ่นทั้งหมด 600 ตัว ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่จริงจังของแดนนี่และรอนที่จะช่วยเหลือน้องหมา

 

Dogilike.com :: LIFE IN THE DOGHOUSE (บ้านนี้มีแต่หมา)  ส่งต่อแรงบันดาลใจให้คนรักน้องหมา ได้เข้าใจ ได้รอยยิ้ม ได้น้ำตา



 

ชีวิตประจำวันของแดนนี่และรอนในบ้านขนาด 4,400 ตารางฟุต และน้องหมา 71 ตัว

 


     ในวัน ๆ หนึ่งจะเริ่มต้นตอนหกโมงเช้า พนักงานคนแรกจะมาเวลา 7 โมงครึ่ง และขั้นตอนการทำความสะอาดก็เริ่มขึ้น เก็บชามอาหารน้องหมาเข้าเครื่องล้างจานเพื่อสุขภาพอนามัยที่ดี เปลี่ยนน้ำในชามวันละ 2 ครั้ง เก็บกวาด ถูพื้น ดูดฝุ่นห้องทุกห้อง ที่นอนจะถูกทำความสะอาดด้วยเครื่องซักผ้าอุตสาหกรรม ในหนึ่งวันจะซักประมาณ 18 รอบ ใช้น้ำยาซักผ้าสิบแกลอน กระดาษชำระ 56 ม้วน ปริมาณอาหารเม็ดใช้ 30 กิโลกรัม ต่อสัปดาห์ และอาหารกระป๋อง 56 กระป๋องต่อสัปดาห์เช่นกัน
 

Dogilike.com :: LIFE IN THE DOGHOUSE (บ้านนี้มีแต่หมา)  ส่งต่อแรงบันดาลใจให้คนรักน้องหมา ได้เข้าใจ ได้รอยยิ้ม ได้น้ำตา
 

ตั้งแต่เด็กจนโต แม่พูดเสมอว่า

อย่าซื้อหมา ไปช่วยหมากัน

แดนนี่กล่าว


 

บ้านนี้มีแต่หมา


 

 “เราไม่มองว่าพวกเราเป็นบ้านพักพิง เรามองว่าเราเป็นผู้ให้พักพิง แดนนี่กล่าว

 

     ไม่มีบ้านไหนที่ยอมในน้องหมาอาศัยอยู่ในบ้านอย่างพวกเขาแน่นอน คนส่วนใหญ่ที่ช่วยก็จะทำคอกที่แยกออกจากตัวบ้าน ที่พวกเขายอมให้น้องหมาอยู่ในบ้านด้วยเพราะ การที่ช่วยเหลือน้องหมาจากการถูกทำร้าย และไม่รู้เสมอไปว่าต้องเจอกับอะไร ดังนั้นการที่ได้อยู่ด้วยกันสักพักให้อบอุ่นใจจึงสำคัญมาก เพราะพวกเขาต้องแน่ใจต้องรับรู้อะไรบางอย่าง ก่อนที่จะให้คนอุปการะต่อไป

 

 

รหัสแดง = การุณยฆาต

 


ในแต่ละปีจะมีสัตว์ประมาณ 4 ล้านตัวถูกการุณยฆาตในอเมริกาทุกปี
 

     พวกเขาได้รับอีเมล์จากบ้านพักพิงอื่นๆ วันละ 20 แห่ง เป็นอีเมล์กว่าร้อยฉบับ เพื่อขอร้องให้พวกเขาช่วยชีวิตน้องหมาไม่ให้โดนการุณยฆาต เกือบทุกอันจะเน้นตัวหนังสือสีแดง เขียนว่า วันสุดท้าย สำคัญมาก หรือ น้องหมาจะถูกการุณยฆาตวันนี้

 

Dogilike.com :: LIFE IN THE DOGHOUSE (บ้านนี้มีแต่หมา)  ส่งต่อแรงบันดาลใจให้คนรักน้องหมา ได้เข้าใจ ได้รอยยิ้ม ได้น้ำตา

 

ชีวิต การงาน การเงินของแดนนี่และรอน

 


     ฟาร์มบีเวอร์ ริเวอร์ เป็นฟาร์มของรอนและแดนนี่ อาชีพฝึกม้าเป็นอาชีพหลักที่จะทำให้พวกเขามีรายได้เข้ามา แดนนี่และรอนเจอกันครั้งแรกที่งานประกวดม้า ปี 1980 พวกเขาฝ่าฟันอุปสรรคกับความหลากหลายทางเพศที่ผู้คนในยุค 80 นั้นยังไม่ยอมรับกัน จับมือก้าวข้ามมาจนถึงปัจจุบัน
 

     เดือนธันวาคมเป็นเดือนที่ดีที่สุดสำหรับพวกเขา เพราะเงินบริจาคจะเข้ามาเป็นจำนวนมากช่วงนั้น เพราะคนส่วนใหญ่จะเอาไปลดหย่อนภาษีกัน บ้านพักพิงสัตว์ของแดนนี่และรอน อยู่ได้เพราะเงินบริจาคและเงินส่วนตัวของพวกเขา
 

     “หยุดได้แล้วนะ คุณไม่มีเงินเกษียณแล้ว นักบัญชีบอกกับรอน บ้านพักพิงสัตว์ของแดนนี่และรอน เป็นองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร พวกเขามีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายที่จะนำมาใช้ในบ้านพักพิงสัตว์ ทำให้พวกเขานอนไม่หลับเพราะกังวลว่าจะหาเงินมาจากไหนให้เพียงพอต่อพนักงาน ค่าอาหาร ค่าจิปาถะสำหรับน้องหมาอีก จนถึงสิ้นเดือน การประคับประคองเป็นไปได้ยาก แต่เป็นไปได้ 


 

Dogilike.com :: LIFE IN THE DOGHOUSE (บ้านนี้มีแต่หมา)  ส่งต่อแรงบันดาลใจให้คนรักน้องหมา ได้เข้าใจ ได้รอยยิ้ม ได้น้ำตา

 

     แดนนี่และรอนมีแค่น้องหมาและม้าที่รักที่สุดในชีวิต พวกเขาใช้ชีวิตแบบไหน พวกเขาต่อสู้ด้วยความรัก ความเข้าใจ พวกเขาพร้อมที่ก้าวข้ามปัญหาทุกอย่างไป ตามไปดูกันได้เลยนะคะ สารคดีน่ารักๆ น้องหมาน่ารักเรื่องนี้สามารถดูได้ที่ Netflix เท่านั้นค่ะ 


 








 

ภาพประกอบ : 

http://www.lifeinthedoghousemovie.com

http://www.wearemovingstories.com/we-are-moving-stories-films/2018/7/2/frameline-42-life-in-the-doghouse

https://www.theadvocate.com/gambit/new_orleans/news/the_latest/article_86dde140-99db-11e9-84ba-4f77f8410c18.html

https://www.facebook.com/LifeInTheDoghouseMovie