เทคนิคการลดความเครียดให้สุนัขจากกลิ่นบำบัด

กลิ่นมีอิทธิพลต่อสุนัข จึงเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการช่วยลด และรักษาความเครียด

4 ธันวาคม 2557 · ชอบ  (0) · แสดงความคิดเห็น (0) · อ่าน (8,321)
997

SHARES


997 shares


เทคนิคการลดความเครียดให้สุนัขจากกลิ่นบำบัด 
 

     
     ความเครียดของสุนัขสามารถเกิดขึ้นได้หลายสาเหตุ ไม่ว่าจะโดยตัวของพวกเขาเองที่มีความรู้สึกไม่มั่นคง หวาดกลัวกระวนกระวาย หรือความเครียดจากสิ่งแวดล้อม การถูกล่าม ถูกกักขัง และ มลภาวะต่าง ๆ รอบเมือง ดังนั้น การจัดการความเครียดจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้สุนัขมีสุขภาพจิตที่ดี ซึ่งโดยปกติแล้ววิธีการที่ใช้จัดการปัญหาความเครียดที่เกิดขึ้นในสุนัขนั้นจะเน้นไปที่การพาสุนัขไปออกกำลังกาย หรือหากิจกรรมสนุก ๆ ให้พวกเขาทำ รวมถึงฝึกวินัยอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้สุนัขมีจิตใจที่สงบและมั่นคง ... แต่เมื่อประมาณ 2 ปี ที่ผ่านมานี้ ก็ได้มีผู้คิดค้นวิธีการบำบัดความเครียดให้กับน้องหมาด้วยวิธีการใช้ “กลิ่นบำบัด” ขึ้น

     อย่างไรก็ตาม การใช้กลิ่นบำบัดความเครียดในสุนัขนั้นก็มีสิ่งที่ต้องคำนึงถึงหลายอย่าง เนื่องจากสุนัขมีประสาทสัมผัสการรับรู้กลิ่นที่ไวมาก หากกลิ่นที่ใช้บำบัดเป็นกลิ่นที่สุนัขไม่ยอมรับแล้ว สุนัขก็อาจต่อต้าน และทำให้เกิดความเครียดมากกว่าเดิม หรืออาจจะแย่ไปกว่านั้นถ้าหากกลิ่นเหล่านั้นก่อให้เกิดอันตรายต่อประสาทการรับรู้กลิ่นของสุนัขได้ ดังนั้น หากผู้เลี้ยงต้องการคลายเครียดให้สุนัขด้วยการใช้กลิ่นบำบัด ก็จำเป็นที่จะต้องหาข้อมูลก่อนว่า กลิ่นใดบ้างที่ช่วยผ่อนคลาย เป็นกลิ่นที่สุนัขยอมรับ และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของสุนัข เพื่อที่จะได้ช่วยรักษาสภาวะสมดุลให้พวกเขาทั้งสภาพจิตใจและสภาพร่างกาย 
 

 

ประสาทการดมกลิ่นของสุนัขมีความสำคัญอย่างไร 
 


Dogilike.com :: เทคนิคการลดความเครียดให้สุนัขจากกลิ่นบำบัด

 
 
      การดมกลิ่นเป็นสัญชาตญาณการรับรู้แรกของสุนัขตั้งแต่แรกเกิด พวกเขาจะใช้จมูกดมตามกลิ่นของแม่สุนัขและฝูง จากนั้นจึงค่อยรับรู้ด้วยการฟัง และการมองเห็นในท้ายที่สุด สุนัขใช้ประโยชน์จากการดมกลิ่นทั้งในเรื่องการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร การทำความรู้จัก ใช้ในการเตือนภัย การเฝ้าระวัง และใช้สำหรับการสืบพันธุ์ ภายในจมูกของสุนัขจะมีเซลล์รับกลิ่นที่เรียกว่า Olfactory cells อยู่จำนวนมากทำให้สามารถรับกลิ่นที่ลอยมาไกลได้ค่อนข้างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเซลล์เหล่านี้จะอยู่ตามผิวในโพรงจมูก โดยมีขนาดพื้นที่เฉลี่ยอยู่ที่ 125 – 150 ตารางเซนติเมตร ในขณะที่คนเรามีเพียง 4 – 5 ตารางเซนติเมตรเท่านั้น และด้วยเหตุนี้เอง สุนัขถึงมีประสาทสัมผัสมากกว่าคนถึง 10,000 – 100,000 เท่า ซึ่งกลิ่นต่าง ๆ ที่สุนัขได้รับในอากาศจะผ่านเนื้อเยื่อภายในจมูกส่งสัญญาณไปยังสมอง ดังนั้น ถ้ากลิ่นที่สุนัขได้รับเป็นกลิ่นที่หอม ผ่อนคลาย เป็นมิตรกับพวกเขา ก็จะสามารถช่วยบรรเทาความเครียด ความวิตกกังวลไปยังสมองให้แก่สุนัขได้นั่นเอง


 

การรักษาสุนัขด้วยกลิ่นบำบัด 


 
     ในต่างประเทศมีการนำกลิ่นบำบัดมาใช้ในการผ่อนคลายความเครียด จัดการพฤติกรรมไฮเปอร์ของสุนัขอย่างกว้างขวางมีการทดสอบว่ากลิ่นชนิดใดไม่มีพิษ ปลอดภัย และ สุนัขสงบลงเมื่อได้รับกลิ่นนั้น ๆ ซึ่งหนึ่งในกลิ่นที่ได้รับความนิยมสำหรับคลายความเครียดสุนัขก็คือ กลิ่นที่สกัดจากธรรมชาติ โดยเฉพาะกลิ่นหอมจากดอกไม้หรือเปลือกไม้ เพื่อให้สุนัขไม่รู้สึกต่อต้าน ระคายเคืองต่อประสาทรับกลิ่น อีกทั้งยังช่วยปรับสมดุลของอารมณ์สุนัขให้สงบลงเสมือนการกลับไปอยู่ร่วมกับธรรมชาติ
     
     การบำบัดความเครียดหรือบำบัดโรคด้วยกลิ่นหอมจากธรรมชาติ หรือที่เรารู้จักกันดีว่า “อโรมา เธอราปี” (Aromatherapy) เป็นการนำวิทยาศาสตร์กับศิลปะมาประยุกต์ใช้ในการคัดเลือกกลิ่นที่สกัดมาจากพืชที่มีคุณสมบัติในการปรับสมดุลของอารมณ์ โดยจะมีการนำส่วนต่าง ๆ ของพืชไม่ว่าจะเป็นดอก, เมล็ด, เปลือกไม้, ราก, ใบ มาสกัดเป็นน้ำมันหอมระเหยซึ่งพืชที่นำมาสกัดจะต้องเป็นพืชที่ไม่มีอันตรายต่อสุนัข และที่สำคัญอ่อนโยนไม่ระคายเคืองต่อผิวหนัง อย่างเช่น เปลือกของต้นซีดาร์, ดอกลาเวนเดอร์, ดอกคาโมไมล์, ดอกมะลิ, มะกรูด, มะพร้าว และดอกกุหลาบ เป็นต้น โดยผู้ที่ริเริ่มนำดอกไม้บำบัดมาใช้กับสุนัขนี้ก็คือกลุ่มสัตวแพทย์ที่สนใจการรักษาแบบองค์รวม เพื่อนำเอามาใช้ในเรื่องของการแก้ไขปัญหาพฤติกรรม และปัญหาความไม่มั่นคงทางจิตใจค่ะ
 

 

วิธีการบำบัดความเครียดสุนัขด้วยกลิ่น

 
 
Dogilike.com :: เทคนิคการลดความเครียดให้สุนัขจากกลิ่นบำบัด

 
     ประสาทการดมกลิ่นของสุนัขจะมีความคุ้นชินกับกลิ่นของฝูง ซึ่งในที่นี้หมายถึงเจ้าของพวกเขา สมาชิกในครอบครัว บ้านที่พวกเขาอยู่อาศัย ดังนั้น การใช้กลิ่นบำบัดอาจต้องเริ่มต้นจากเจ้าของ จากในบ้านของพวกเขา เพื่อให้พวกเขารู้สึกสงบมั่นคงเมื่อได้กลิ่น ขณะเราไม่อยู่บ้าน การมีกลิ่นหอมนั้นอยู่ก็จะช่วยให้น้องหมาไม่รู้สึกกระวนกระวายใจว่าถูกทิ้ง จนนำมาเป็นความเครียดและมีพฤติกรรมก้าวร้าวทำลายข้าวของ ซึ่งเจ้าของอาจจะมีการใช้กลิ่นที่คุ้นเคย เช่น กลิ่นแนวธรรมชาติของแอมบิเพอร์ อาร์คติกา บรีซ ที่ไม่เป็นอันตรายและไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองทั้งกับคนและสัตว์เลี้ยง ในส่วนของวิธีบำบัดสุนัขด้วยกลิ่นนั้นจะขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์ที่นำมาแปรรูปเพื่อใช้ในการบำบัดซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ 

 
     1. น้ำมันหอมระเหยสกัดเข้มข้น (Essential Oils) จะช่วยน้องหมาที่มีพฤติกรรมไฮเปอร์ กระวนกระวายให้สงบลงได้ แต่เนื่องจากน้ำมันที่ได้นี้ค่อนข้างเข้มข้น ใช้วัตถุดิบไม่ว่าจะเป็นราก, ใบ, เปลือกไม้, เมล็ด ในปริมาณมากเพื่อนำมาสกัด ซึ่งปกติสามารถใช้นวดตัวคนเราได้ แต่สำหรับผิวของน้องหมาค่อนข้างจะเปราะบาง อ่อนโยน จึงไม่เหมาะสำหรับการนำไปถูตัว สัมผัสผิว เพราะอาจจะทำให้เกิดการแพ้ ระคายเคืองต่อผิวหนังพวกเขา ผู้เลี้ยงจึงควรหยดน้ำมันหอมระเหยใส่สำลีสักเล็กน้อย แล้ววางไว้บนเบาะนอนของน้องหมา หรือแขวนติดไว้ที่ปลอกคอ หรือผสมน้ำและผ่านความร้อนด้วยเตาต้มน้ำมันหอมระเหยให้กลิ่นกระจายอยู่ในอากาศ 
 
     2. กลิ่นดอกไม้สำหรับบำบัดโรค (Flower Essences) เกิดจากการนำดอกไม้มาสกัดเพื่อคุณสมบัติในการบำบัดรักษาความเครียด อารมณ์ที่หดหู่ เศร้าหมอง และสร้างสมดุลให้แก่สภาวะจิตใจ ซึ่งส่วนมากในการจัดการดูแลปัญหาความเครียดของสุนัขหรือสัตว์จะใช้ผลิตภัณฑ์ชนิดนี้เพราะมีการสกัดมาแล้วในรูปของน้ำบรรจุอยู่ในขวดเล็กๆ ไม่เข้มข้นเท่าน้ำมันหอมระเหยสกัดเข้มข้น จึงสามารถหยดตามจุดที่ไม่มีขนบนร่างกายของสุนัข เช่น หู ฝ่าเท้า หรือสะดือ เพื่อทำให้เขาได้กลิ่น หรือจะถูกับขาสุนัขเพื่อช่วยบำรุงขนและผิวหนังก็สามารถทำได้ไม่ระคายเคือง นอกจากนี้ยังสามารถหยดลงน้ำที่พวกเขาดื่มประมาณ 4-5 หยดได้ โดยไม่เป็นอันตรายต่อสุนัข อย่างไรก็ตาม ควรเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองและดูแลภายใต้ผู้เชี่ยวชาญด้านกลิ่นบำบัดหรือสัตวแพทย์ เพื่อป้องกันอาการแพ้หรืออันตรายที่อาจเกิดขึ้นต่อสุนัขได้ค่ะ 
 
     และนอกจากการใช้กลิ่นบำบัดโดยการสัมผัสกับร่างกายสุนัขโดยตรงแล้ว ยังสามารถใช้กลิ่นในการสร้างบรรยากาศเพื่อคลายความเครียดให้สุนัขได้อีกด้วย อย่างในกรณีที่ผู้เลี้ยงไม่ได้อยู่บ้านตลอดเวลา แต่การที่มีกลิ่นหอมในบ้านก็ทำให้สุนัขรู้สึกสงบ มั่นคง จากกลิ่นที่คุ้นเคยเหมือนเจ้าของอยู่บ้านด้วย โดยผู้เลี้ยงอาจใช้ผลิตภัณฑ์ขจัดกลิ่นบนผ้าแอมบิเพอร์ กลิ่น บลอซซั่มแอนด์ บรีซ กับเฟอร์นิเจอร์ผ้า เช่น โซฟา ผ้าม่าน พรม หรือของใช้อื่นๆ ที่ทำจากผ้าภายในบ้าน ซึ่งวิธีนี้จะช่วยสร้างบรรยากาศภายในห้องให้มีกลิ่นหอมสดชื่นอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมทั้งยังมีส่วนช่วยให้สุนัขไม่เครียดอีกด้วยค่ะ ดังนั้น การมีกลิ่นหอมอยู่ในบ้านหรือในรถจึงไม่ใช่แค่การทำให้สถานที่น่าอยู่ ไร้กลิ่นกวนใจจากสุนัขของเรา แต่ยังเป็นการสร้างภูมิต้านทานทางจิตใจและอารมณ์ของสุนัขให้อยู่กับเราอย่างมีความสุขได้อีกด้วยค่ะ 

 
 
บทความโดย : Dogilike.com
http://www.dogilike.com