คัมภีร์สยบหมาดื้อ ... ดื้อแค่ไหนก็เอาอยู่

ดื้อแค่ไหนก็เอาอยู่ถ้ารู้เทคนิคจัดการปัญหา

23 มีนาคม 2560 · ชอบ  (0) · แสดงความคิดเห็น (0) · อ่าน (21,087)
748

SHARES


748 shares

Dogilike.com :: คัมภีร์สยบหมาดื้อ ... ดื้อแค่ไหนก็เอาอยู่


     "เบื่อจังเลย ดื้อแบบนี้เอาไปปล่อยวัดซะดีไหมเนี่ย!" ... ประโยคสุดฮิตของคนเลี้ยงน้องหมาเมื่อต้องเจออิทธิฤทธิ์ของเหล่าเจ้าตัวแสบที่สร้างเรื่องให้ปวดหัวได้ไม่เว้นแต่ละวัน บางคนบอกว่าเลี้ยงน้องหมามาหลายตัวก็นิสัยดี ทำไมมาเจอตัวนี้ถึงได้ดื้อกว่าตัวที่ผ่าน ๆ มา ... จริง ๆ แล้วน้องหมาก็เหมือนคนค่ะ มีนิสัยเฉพาะตัว ถึงจะเป็นสายพันธุ์เดียวกันแต่นิสัยอาจไม่ได้เหมือนกันไปทุกอย่าง น้องหมาบางตัวพื้นฐานนิสัยดี แม้เจ้าของไม่ได้ฝึกอะไรมากมายแต่พวกเขาก็ไม่สร้างปัญหาให้วุ่นวายใจ แต่กับน้องหมาบางตัวที่มีความเป็นจ่าฝูงสูง พลังงานล้นเหลือ แถมยังมีความเป็นตัวของตัวเองแบบสุด ๆ เจอของจริงแบบนี้เข้า เจ้าของน้องหมาบางคนอาจจะมึนไปเลยค่ะว่าจะจัดการยังไงดี และพอหาทางจัดการไม่ได้ ทีนี้ก็เริ่ม 'หาคนผิด' ซึ่งก็แน่นอนค่ะว่าคนผิดก็คงหนีไม่พ้นน้องหมาแน่นอน

     แต่เดี๋ยวก่อนค่ะ!!! ถ้าจะโยนความผิดทั้งหมดให้น้องหมาก็ดูเหมือนจะใจร้ายเกินไปหน่อยนะคะ เพราะจริง ๆ แล้วน้องหมาก็เหมือนกระจกสะท้อนตัวของเจ้าของ คุณมีสภาวะอารมณ์แบบไหน น้องหมาก็จะสามารถรับรู้และสะท้อนกลับด้วยพฤติกรรมในลักษณะเดียวกัน ดังนั้น ถ้าคุณเป็นผู้เลี้ยงที่มีสภาวะอารมณ์ไม่มั่นคง เดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลง ไม่มีระเบียบ อย่าแปลกใจค่ะที่น้องหมาจะมีปัญหาพฤติกรรมไม่มั่นคงทางอารมณ์ ไม่ฟังคำสั่งเจ้าของ ...

     ดังนั้น ถ้าอยากจะจัดการกับความดื้อของน้องหมาให้ได้ผล ต้องเริ่มจากเปลี่ยนที่ตัวของเราซึงเป็นผู้เลี้ยงก่อนค่ะ!! ... และเพื่อให้การจัดการปัญหาหมาดื้อของทุกคนเป็นไปอย่างง่ายดาย Dogilike ก็เลยทำ "คัมภีร์สยบหมาดื้อ ... ดื้อแค่ไหนก็เอาอยู่!" ไว้ให้ทุกคนซะเลย

 

Step 1 : คิดการ(แก้ปัญหา)ใหญ่ ใจต้องนิ่ง


     อย่างที่บอกไปแล้วค่ะว่าน้องหมาเหมือนกระจกที่สะท้อนตัวตนและสภาวะอารมณ์ของผู้เลี้ยง ดังนั้นก่อนที่จะแก้ปัญหาพฤติกรรมน้องหมาให้เพื่อน ๆ ลองสำรวจพฤติกรรมและอารมณ์ความรู้สึก ณ ขณะนั้นก่อนค่ะอยู่ในสภาวะแบบไหน ถ้าหากกำลังรู้สึกหงุดหงิด เครียด รำคาญใจ หรือทุกข์ใจ แนะนำว่าให้หาวิธีผ่อนคลายตัวเองให้อยู่ในสภาวะอารมณ์ที่ดีและสงบนิ่งเสียก่อน เพราะถ้าหากเราเข้าใกล้น้องหมาด้วยสภาวะอารมณ์ที่ไม่ดี นั่นก็อาจทำให้เราแสดงพฤติกรรมที่ไม่ดีต่อน้องหมาได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม

     Tip ... ท่องจำเอาไว้นะคะว่า อารมณ์ที่เหมาะกับการฝึกน้องหมา หรือควบคุมให้อยู่ใต้คำสั่งคือ "อารมณ์สงบ นิ่ง สุขุม มั่นคง จริงจัง" อารมณ์ที่นอกเหนือจากนี้จะไม่ใช่สภาวะอารมณ์ของจ่าฝูง ถ้านำมาใช้น้องหมาจะไม่เคารพ ไม่เชื่อฟัง และอาจแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวตอบโต้ได้

 

Step 2 : สตรองในความเป็นจ่าฝูง หมาต้องกลัวเรา ไม่ใช่เรากลัวหมา!


     เวลาน้องหมาเห่า หรือทำท่าขู่กัด ผู้เลี้ยงบางคนตกใจกลัว ไม่กล้าเข้าใกล้น้องหมา(ทั้ง ๆ ที่เป็นหมาของเราเอง!!) จะบอกให้นะคะว่า ปัญหานี้ไม่ได้อยู่ที่ตัวน้องหมาหรอกค่ะ แต่อยู่ที่ตัวผู้เลี้ยงเองต่างหาก!!! ... รู้ไหมคะว่า ความกลัว ทำให้เราโดนน้องหมากัดได้ง่าย ๆ เพราะสภาวะอารมณ์หวาดกลัว ถ้าอธิบายกันตามหลักจิตวิทยาสัตว์ นั่นคือสภาวะของเหยื่อ ลองนึกภาพถึงกระต่ายตัวเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยความอ่อนแอ ตื่นเต้น หวาดกลัว สิคะ เมื่อน้องหมารู้สึกว่าเจอเหยื่อสัญชาตญาณนักล่าของพวกเขาจะทำงานทันที ยิ่งถ้าเจ้าของเข้าหาพวกเขาแบบไม่ถูกจังหวะ ก็ยิ่งเสี่ยงทำให้ถูกกัดได้ง่าย ๆ ดังนั้น อย่ากังกวลหรือกลัวกับการหาน้องหมาค่ะ มั่นใจเข้าไว้ ท่องให้ขึ้นใจ "เราคือจ่าฝูง"

     Tip ... ถ้าสังเกตว่าน้องหมาเริ่มมีพฤติกรรมก้าวร้าว เช่น เห่าขู่ ผู้เลี้ยงควรตั้งสติ ทำใจให้สงบ อย่าตื่นเต้น และออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า "หยุด" อย่าพยายามเข้าไปแตะตัวน้องหมาเด็ดขาด ถ้ายังไม่หยุดให้ใช้คำสั่งเดิมซ้ำ รอจนกว่าน้องหมาจะสงบจึงค่อยเข้าไปหาน้องหมาค่ะ

 

Step 3 : ห้าม เหวี่ยง โมโห หงุดหงิด เวลาปรับพฤติกรรมน้องหมาเด็ดขาด


     อารมณ์ฉุนเฉียว เหวี่ยงวีน โมโห ต่าง ๆ นานา ถือว่าเป็นสภาวะอารมณ์ที่อ่อนแอขาดสติ ไม่ควรเป็นอย่างยิ่งที่จะเข้าหาน้องหมาในเวลานี้ ไม่แค่นั้นการที่เราเข้าหาน้องหมาในขณะที่มีอารมณ์โมโหน้องหมาจะรับรู้ถึงอารมณ์นี้และรู้สึกว่าเจ้าของกำลังท้าทายเขาอยู่ และเมื่อน้องหมารู้สึกแบบนั้นพวกเขาก็จะเริ่มก้าวร้าวใส่เราทันที

     Tip ... ใช้ความนิ่งสงบ สยบความดื้อของน้องหมา แสดงความเป็นจ่าฝูงผ่านสภาวะอารมณ์ที่นิ่ง แต่ถ้ารู้ตัวว่าสภาวะอารมณ์ของตัวเองยังไม่นิ่ง ควรแยกจากน้องหมาโดยสิ้นเชิง ไม่มองหน้า ไม่พูดคุย ไม่เล่น จนกว่าสภาวะอารมณ์จะนิ่งถึงจะเข้าหาน้องหมาอีกครั้งค่ะ


Dogilike.com :: คัมภีร์สยบหมาดื้อ ... ดื้อแค่ไหนก็เอาอยู่

 

Step 4 : สร้างสมดุลให้น้องหมาได้ใช้ชีวิตตามสัญชาตญาณ


     อย่างที่บอกไปตอนต้นแล้วว่า น้องหมาก็เหมือนคนถึงแม้จะสายพันธุ์เดียวกันแต่บางครั้งนิสัยก็ต่างกัน ดังนั้นจึงต้องย้อนไปหาสาเหตุกันก่อนเลยค่ะว่า การที่น้องหมาดื้อนั้นอาจเกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง เช่น
     - มีประสบการณ์ที่ไม่ดี เคยถูกทำร้าย หรือใช้ความรุนแรง หรือถูกทิ้งมาก่อน
     - เป็นน้องหมาสายพันธุ์พลังงานสูง เช่น บีเกิ้ล , แจ็ค รัสเซล , พิตบูล เทอร์เรีย แต่เจ้าของไม่ค่อยได้พาไปออกกำลังกายปลดปล่อยพลังงาน
     - เจ้าของไม่เคยฝึกให้ทำตามคำสั่ง เลี้ยงปล่อยให้อิสระเต็มที่
     - เจ้าของไม่ค่อยได้อยู่บ้าน ไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์กับน้องหมา
     - ปฏิบัติกับน้องหมาด้วยพฤติกรรมผิด ๆ เช่น เมื่อน้องหมาทำผิดลงโทษด้วยความรุนแรง , ชอบแหย่ชอบแกล้งให้น้องหมาหงุดหงิด , ใช้น้องหมาเป็นที่ระบายอารมณ์

     สังเกตไหมคะว่า สาเหตุเหล่านี้หลัก ๆ แล้วมาจากการที่น้องหมาขาดความสมดุลทั้งนั้น บางคนตามใจให้ความรักสปอยล์กันเหมือนลูกน้อย บางคนก็ไม่เอาใจใส่เลยจนน้องหมาขาดความรัก ผู้เลี้ยงอย่างเราควรหาจุดสมดุลให้กับน้องหมา เราสามารถมอบความรักและการเอาใจใส่น้องหมาได้อย่างเต็มที่ แต่ต้องไม่ใช่รูปแบบของการตามใจจนเสียนิสัย แต่เราสามารถแสดงความรักกับพวกเขาด้วยการฝึกให้อยู่ในกฏระเบียบของบ้านอยู่เสมอ แบ่งเวลาพาเขาออกไปเดินเล่นนอกบ้านบ้าง ทำกิจกรรมสนุก ๆ ร่วมกันเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นประจำทุกวัน และปล่อยให้น้องหมาได้มีเวลาอิสระพักผ่อน หรือวิ่งเล่นตามสัญชาตญาณบ้าง เพียงแค่นี้ชีวิตของพวกเขาก็จะเกิดสมดุลแล้วล่ะค่ะ เลี้ยงหมาให้เป็นหมา อย่าตามใจพวกเขาเหมือนเด็กนะคะ

     Tip ... กิจกรรมหลักที่เจ้าของและน้องหมาควรทำร่วมกันคือ ได้เดินนอกบ้านทุกวัน ทุกเช้า (อาจเพิ่มช่วงเย็นด้วยก็ได้นะคะ) ประมาณวันละครึ่งชั่วโมง เป็นการพาน้องหมาออกกำลังกาย การเดินหรือวิ่งพร้อมน้องหมาจะช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดี ถ่ายทอดพลังงานที่ดีหากันและกัน น้องหมาได้ปลดปล่อยพลังงานส่วนเกินทำให้ร่างกายมีความสมดุล ซึ่งมีต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจของน้องหมาค่ะ


     ใครกำลังเจอปัญหาน้องหมาดื้อจนปวดหัวลองเอา 4 Step จากคัมภีร์สยบหมาดื้อ ไปใช้กันดูนะคะ ช่วงแรก ๆ อาจจะต้องใช้ความพยายามมากหน่อย แต่ในที่สุดแล้วก็จะสามารถจัดการปัญหาได้แน่นอนค่ะ ... อย่าลืมนะคะย้ำกันอีกที "อยากแก้ปัญหาพฤติกรรมน้องหมา ให้เริ่มแก้ที่เจ้าของก่อน" นะคะ :)


 

บทความโดย : Dogilike.com
www.dogilike.com

รูปภาพจาก :
https://www.cuteness.com/blog/content/why-are-some-dogs-so-stubborn
https://www.pets4homes.co.uk/pet-advice/are-you-a-well-trained-dog-owner.html
http://snowandmist.blogspot.com/