กว่าจะมาเป็น K9 น้องหมาฮีโร่สี่ขาผู้กล้าหาญ

ไปดูกันค่ะว่าเส้นทางของสี่ขาฮีโร่นั้นต้องผ่านอะไรมาบ้าง

25 ตุลาคม 2561 · ชอบ  (0) · แสดงความคิดเห็น (0) · อ่าน (4,232)
779

SHARES


779 shares

     ในหลาย ๆ ปฏิบัติการสำคัญระดับประเทศ นอกเหนือจากหน่วยรักษาความปลอดภัยแล้ว "สุนัข K9" คืออีกหนึ่งแรงสำคัญที่ช่วยให้ปฏิบัติการต่าง ๆ สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ... แต่การที่น้องหมาจะมาทำหน้าที่ สุนัข K9 ได้นั้นไม่ใช่ว่าน้องหมาตัวไหนก็สามารถทำได้ แต่จะต้องเป็นน้องหมาที่ถูกคัดเลือกและฝึกมาเป็นอย่างดีตั้งแต่เด็กจนโตค่ะ

     วันนี้เราจะพาทุกคนไปดูกันค่ะว่า กว่าจะมาเป็นสุนัข K9 ได้นั้น พวกเขาต้องผ่านอะไรมาบ้าง ไปตามไปดูกันเลยค่ะ


Dogilike.com :: กว่าจะมาเป็น K9 น้องหมาฮีโร่สี่ขาผู้กล้าหาญ


 

>>> K9 = Canine แปลว่า สัตว์ตระกูลสุนัข



     คำว่า K9 เป็นคำพ้องเสียงมาจากคำว่า Canine ที่แปลว่า สัตว์ตระกูลสุนัข โดยสาเหตุที่ต้องนำน้องหมาเข้ามาใช้ในงาน สืบค้น กอบกู้ สู้คนร้าย ก็เพราะว่าน้องหมามีประสาทสัมผัสที่พิเศษกว่ามนุษย์ซึ่งโดยทั่วไปเซลล์ในการรับกลิ่นของน้องหมาจะมากกว่าคนประมาณ 40 เท่า น้องหมาลาบราดอร์ และ เยอรมัน เชฟเฟิร์ด จะมีลักษณะของจมูกที่ยาว และมีทักษะดมกลิ่นมากกว่านน้องหมาสายพันธุ์อื่น โดยรับกลิ่นได้มากถึง 220 เซลล์ ทำให้พวกเขาสามารถรับรู้ถึงกลิ่นที่มีความผิดปกติและส่งสัญญาณเตือนได้อย่างรวดเร็วนั่นเอง
 


>>> ตามติดชีวิต K9 ตั้งแต่ยังเป็นลูกหมาตัวจิ๋ว

 


Dogilike.com :: กว่าจะมาเป็น K9 น้องหมาฮีโร่สี่ขาผู้กล้าหาญ


     โดยทั่วไปแล้วน้องหมาที่จะถูกนำมาฝึกให้เป็น K9 นั้น เริ่มแรกคือสำนักงานตำรวจแห่งชาติและศูนย์การสุนัขทหาร กรมการสัตว์ทหารบกเปิดให้มีการจัดซื้อจัดจ้างเปิดซองประมูลราคากันน้องหมา โดยจะต้องคัดเลือกน้องหมาตามคุณสมบัติที่กำหนดไว้ เช่น น้องหมาจะต้องเป็นตัวผู้เท่านั้น ถ้ามีตัวเมียจะทำให้เบี่ยงเบนความสนใจจากการทำงาน และจะต้องมีอายุ 4-6 เดือน นอกจากนี้ จะต้องฝึกทดสอบลักษณะนิสัยความว่องไวต่อสิ่งเร้า หากไม่ตรงตามคุณสมบัติก็จะส่งกลับไปเปลี่ยนเอาตัวอื่นมาแทน แต่ในปัจจุบันที่ศูนย์การสุนัขทหาร ที่อำเภอปากช่อง จังหวัดโคราช ได้เปิดแผนกผสมพันธุ์เพื่อผลิตน้องหมาทหารตัวน้อย ๆ โดยเฉพาะ ซึ่งหลังจากที่พ่อแม่พันธุ์ที่ส่งตรงจากประเทศต้นกำเนิดได้ทำการผสมพันธุ์กันจนให้ผลผลิตออกมาเป็นลูกหมาตัวน้อย ๆ ก็จะได้รับการดูแลเป็นพิเศษค่ะ

     โดยหลังจากที่แม่พันธุ์ได้คลอดลูกออกมาแล้ว ทั้งแม่และลูกจะถูกจัดให้อยู่ในคอกเฉพาะ คอกจะมีลักษณะปิดมิดชิด ภายในคอกจะมีกุดนอน เป็นคอกไม้สูงประมาณครึ่งฟุตให้แม่และลูกได้นอนพักผ่อน คอกแบบนี้จะช่วยให้ลูกหมาไม่คลานไปที่อื่น เพื่อที่จะได้อยู่ในบริเวณใต้กกไฟให้ความอบอุ่น และจะอยู่ในความดูแลของพนักงานเลี้ยงสัตว์ทางทหารตลอดเวลา เพื่อสังเกตว่าลูกหมาได้กินนมเพียงพอไหม ถ้าไม่พอก็จะต้องมีการให้นมเสริม นอกจากนี้ลูกหมาทุกตัวยังได้รับการทำการกระตุ้นประสาทสัมผัส (Bio sensor)เพื่อให้ประสาทสัมผัสได้ตื่นตัว จะเริ่มทำตั้งแต่ลูกหมาคลอดจากท้องแม่ได้ 3 วัน ทำไปเรื่อย ๆ จนลูกหมาอายุครบ 16 วัน เพื่อช่วยให้ลูกหมามีพัฒนาการและประสาทสัมผัสที่ดี โดยขั้นตอนในการกระตุ้นจะแบ่งออกเป็นดังนี้ค่ะ

     ขั้นที่ 1 พนังงานผู้ดูแลจะจับลูกหมาขึ้นมาทีละตัว แล้วใช้สำลีก้านเขี่ยที่ผ่าเท้าเพื่อช่วยเพิ่มแรงกระตุ้นที่ฝ่าเท้า
     ขั้นที่ 2 จับลูกหมาคว่ำหัวลงประมาณ 3-5 วินาที
     ขั้นที่ 3 จับลูกหมาหงายขึ้น 3-5 วินาที เพื่อเป็นการกระตุ้นระบบไหลเวียนของเลือดในร่างกาย
     ขั้นที่ 4 จับลูกหมานอนหงายเพื่อให้ลูกหมาได้ผ่อนคลายร่างกาย
     ขั้นที่ 5 ให้ลูกหมานอนบนผ้าเย็น 3-5 วินาที เพื่อให้ลูกหมาได้สัมผัสสภาพอุณหภูมิที่แตกต่างไปจากการอยู่กับแม่ เมื่อโตขึ้นไปขึ้นจะได้ปรับตัวได้ง่ายและตื่นตัวเมื่อเจอสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง

     สำหรับลูกหมาที่เกิดจากการเพาะพันธุ์ในแผนกนี้ทางกองทัพจะรับเข้าประจำการแบบไม่จำกัดเพศด้วยค่ะ ... เมื่อลูกหมาได้รับการดูแลไปจนถึงอายุ 3 เดือน ก็จะได้รับการตั้งชื่อและถ้ามีสุขภาพร่างกายแข็งแรงไม่เป็นโรคก็จะได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นสุนัขทหารค่ะ และในช่วงวัย 3 เดือนนี้ล่ะค่ะ คือจุดเริ่มต้นที่ลูกหมาจะได้เข้ารับการฝึกเป็น K9 โดยเริ่มต้นจากการฝึกในโปรแกรม Puppy Training Program

 

>>> Puppy Training Program เขาฝึกอะไรกันบ้าง

 


Dogilike.com :: กว่าจะมาเป็น K9 น้องหมาฮีโร่สี่ขาผู้กล้าหาญ


     ถ้าเปรียบกับคนก็เหมือนกับการส่งเด็ก ๆ ไปเข้าโรงเรียนอนุบาลนั่นเองค่ะ Puppy Training Program จะเป็นการฝึกที่ช่วยเตรียมความพร้อมให้ลูกหมาเรียนรู้จ่าฝูงใหม่ นั่นก็คือ "ผู้ฝึก" ในการฝึกก็จะเริ่มจากการใช้ของเล่นเป็นบอลที่มีเสียงในการฝึก เพื่อกระตุ้นให้ลูกหมาตื่นตัว ออกกำลังกาย และได้เรียนรู้สิ่งแวดล้อม ส่วนลูกหมาที่โตขึ้นไปจะทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยก็จะต้องใช้ของเล่นที่มีลักษณะเป็นของเล่นยางฝึกกัด เพื่อบริหารกราม สร้างกำลังร่างกายให้ลูกหมาค่ะ ... ในช่วงนี้การฝึกจะยังเป็นการฝึกแบบเป็นฝูงอยู่จนลูกหมาอายุได้ 6 เดือน ก็จะเข้าสู่บทเรียนแบบตัวต่อตัวกับครูฝึกค่ะ

 

>>> บทเรียนอันเข้มข้นของว่าที่ K9

 


Dogilike.com :: กว่าจะมาเป็น K9 น้องหมาฮีโร่สี่ขาผู้กล้าหาญ


     น้องหมาจะต้องเริ่มทำความรู้จักกับสายจูง ซึ่งถือเป็นอุปกรณ์สำคัญที่จะติดตัวเขาระหว่างอยู่ในหน้าที่ไปจนกว่าเขาจะหมดอายุราชการเลยทีเดียว โดยการฝึกสร้างความคุ้นเคยกับสายจูงนั้นก็จะเริ่มจากการพาเดินในสายจูงเป็นแถว ผ่านเส้นทางที่จำลองเสียงหรือเหตุการณ์ต่าง ๆ เช่น ระหว่างการฝึกเดินจะมีการจุดปะทัด เคาะกะละมังให้เกิดเสียง เพื่อให้น้องหมารู้สึกคุ้นเคยกับเสียงเมื่อต้องปฏิบัติงานจริง นอกจากนี้ ยังมีการฝึกให้น้องหมารู้จักการ คุ้ย คาบ เขี่ย โดยใช้ของเล่นเป็นตัวดึงความสนใจ (เช่น ผ้า , ลูกบอล , กระดูกปลอม) โดยผู้ฝึกจะไม่ให้น้องหมาได้เล่นของเล่นบ่อยนัก เพื่อเป็นการสร้างเงื่อนไขในการออกคำสั่ง (ถ้าอยากได้ของเล่นต้องทำตามคำสั่ง) และเรียนรู้ว่าเมื่อทำตามคำสั่งจะได้รางวัล โดยการฝึกจะเน้นให้น้องหมารู้สึกสนุก ตื่นเต้น และอยากที่จะทำตามคำสั่ง

     และในการฝึกนี้จะทำให้ผู้ฝึกสังเกตเห็นความสามารถจากการตอบสนองของน้องหมาด้วยว่าเหมาะจะนำไปใช้งานแบบไหน เช่น ถ้าน้องหมาสนใจและดมจะเหมาะกับใช้งานยุทธวิธีและน้องหมาหน้าที่พิเศษ ถ้าสนใจแล้วกัดทันทีจะเหมาะกับงานรักษาความปลอดภัย แต่ถ้าน้องหมาตัวไหนสนใจแล้วจ้องมองก็อาจจะนำไปใช้ในงานลาดตระเวนหรือสะกดรอยได้ค่ะ ... การฝึกจะดำเนินไปจนถึงช่วงที่น้องหมาอายุ 1 ปี ตัวที่ผ่านบททดสอบจะถูกส่งต่อไปยังโรงเรียนฝึกสุนัขทหารเพื่อเตรียมพร้อมการเป็นสุนัขทหารอย่างเต็มตัว

 

>>> เข้าสู่การเป็น K9 อย่างเต็มตัว

 


Dogilike.com :: กว่าจะมาเป็น K9 น้องหมาฮีโร่สี่ขาผู้กล้าหาญ


     น้องหมาที่เข้ามาฝึกที่โรงเรียนฝึกสุนัขทหารจะถูกแบ่งการฝึกออกไปตามหน้าที่ของน้องหมาแต่ละตัว โดยจะแบ่งออกเป็น  สุนัขยาม , ยามสายตรวจ , สุนัขตรวจค้นทุ่นระเบิด , สุนัขลาดตระเวน , สุนัขสะกดรอย , สุนัขตรวจค้นยาเสพติดให้โทษ และสุนัขตรวจค้นวัตถุระเบิด ... การฝึกจะดำเนินการในช่วงระยะเวลา 4 เดือน โดยจะเป็นการฝึกควบคู่ไปทั้งผู้บังคับน้องหมาและตัวน้องหมา จะแบ่งออกเป็น

     สัปดาห์ที่ 1-2 จะเป็นสัปดาห์ที่ฝึกความคุ้นเค้ยและฝึกเชื่อฟังคำสั่งพื้นฐาน ผู้บังคับจะต้องมีการเรียนภาคทฤษฎีในห้องเรียนควบคู่ไปกับการฝึกภาคสนาม
     สัปดาห์ที่ 3-12 จะเป็นการฝึกแยกตามประเภทหน้าที่
     สัปดาห์ที่ 13-16 จะเป็นการฝึกภาคสนามนอกสถานที่

     การฝึกในทุกวันตลอดระยะเวลา 4 เดือนจะเริ่มต้นตั้งแต่เช้ามืด เริ่มจากการออกกำลังกายร่วมกับผู้บังคับในช่วงเช้า เป็นการออกกำลังกายและฝึกคำสั่งพื้นฐาน "ชิด นั่ง คอย หมอบ" จากนั้นก็จะเริ่มเข้าสู่การฝึกแบบแยกประเภท เช่น น้องหมาที่ใช้งานในการเฝ้ายาม ที่จะดูแลเรื่องความปลอดภัย สิ่งที่ผู้ฝึกต้องสร้างให้น้องหมานั่นก็คือ ความดุ โดยผู้ฝึกจะต้องสร้างความกล้าให้กับน้องหมา ฝึกให้มีการกัดเศษกระสอบโดยครูฝึกจะใช้การยั่วยุ เพื่อให้น้องหมามีแรงขับ ให้น้องหมาแจ้งเตือนผู้บังคับ และจู่โจมเมื่อได้รับคำสั่ง เป็นต้น

     ส่วนในสุนัขที่ทำงานทางยุทธวิธีที่มีความสำคัญในทางทหารมาก ๆ จะประกอบไปด้วย สุนัขลาดตระเวน สุนัขสะกดรอย และสุนัขตรวจค้นทุ่นระเบิด จะใช้ประสาทสัมผัสในการดมกลิ่นเป็นหลัก โดยจะเริ่มฝึกจากการแยกกลิ่น ให้น้องหมาจดจำกลิ่นตัวเอง กลิ่นผู้บังคับ และกลิ่นผู้อื่น เมื่อแยกกลิ่นได้แล้วก็ต้องเรียนรู้กลิ่นแปลกปลอม กลิ่นวัตถุระเบิดที่ซ่อนผังได้ดิน น้องหมาสะกดรอยก็จะต้องเรียนรู้เส้นทางการหลบหนีของข้าศึก ส่วนน้องหมาลาดตระเวนก็ต้องเรียนรู้ตำแหน่งของข้าศึกและอุปกรณ์ซ่อนฝังต่าง ๆ ซึ่งในทุก ๆ การฝึก ผู้บังคับก็จะต้องเรียนรู้ภาษากายของน้องหมาเวลาแจ้งความผิดปกติไปด้วย เช่น เมื่อเจอสิ่งผิดปกติแล้วนั่งลง เป็นการสื่อสารแบบเงียบเพื่อความปลอดภัยของทั้งตัวผู้บังคับและตัวน้องหมา เป็นต้น

     น้องหมาทุกตัวเมื่อผ่านการฝึกทั้ง 4 เดือน และสอบผ่านทั้งน้องหมาและผู้บังคับ พวกเขาก็จะแยกย้ายกลับหน่วยของตัวเองเพื่อเตรียมพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่นั่นเองค่ะ ...


Dogilike.com :: กว่าจะมาเป็น K9 น้องหมาฮีโร่สี่ขาผู้กล้าหาญ


     กว่าจะมาเป็น K9 ได้ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เลยนะคะ และหลังจากการฝึกอย่างหนักแล้วพวกเขาก็ยังต้องไปปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่อันตรายต่าง ๆ เพื่อรักษาความสุขสงบปลอดภัยให้กับทุกคนในประเทศ ... เรียกได้ว่าเป็นหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่ และเสียสละมาก ๆ เลยทีเดียวล่ะค่ะ Dogilike ขอส่งกำลังใจไปให้ทั้งผู้บังคับและน้องหมา K9 ทุกตัวที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ด้วยนะคะ




 

บทความโดย: Dogilike.com
http://www.dogilike.com/


ข้อมูลบางส่วนและภาพประกอบ :
โรงเรียนสุนัขทหาร ศูนย์การสุนัขทหาร กรมการสัตว์ทหารบก