จัดการปัญหา น้องหมาได้ยินเสียงกริ่งแล้วเห่าจนบ้านแทบแตก

ชอบเห่ากรรโชก ขู่ กระโจนใส่รั้วเวลามีแขกมากดกริ่ง ใครกำลังเจอปัญหานี้ เรามีทางแก้มาฝากค่ะ

3 มกราคม 2563 · ชอบ  (0) · แสดงความคิดเห็น (0) · อ่าน (5,245)
58

SHARES


58 shares
  • คนส่วนใหญ่มองว่าการที่มีคนมากดกริ่งหน้าบ้านแล้วน้องหมารีบวิ่งไปกระโจนเห่าที่ประตูนั้นเป็นเรื่องปกติ เป็นสิ่งที่น้องหมาทำแล้วไม่น่าจะก่อให้เกิดความเดือดร้อนอะไร
 
  • จริง ๆ แล้วการที่น้องหมาวิ่งตรงไปยังประตูโดยที่ไม่ได้สนใจเจ้าของเลยนั้น เป็นสัญญาณที่กำลังบอกว่าน้องหมาเริ่มไม่เห็นคุณเป็นจ่าฝูง
 
  • เมื่อน้องหมามีพฤติกรรมมองข้ามเจ้าของแบบนี้ เจ้าของจำเป็นต้องดัดนิสัยโดยด่วน อาจเริ่มจากการฝึกให้น้องหมารู้จักถอยออกจากประตูเมื่อเจ้าของมาถึง เป็นต้น


     เชื่อว่ามีพฤติกรรมหนึ่งที่น้องหมาหลาย ๆ บ้านมักจะเป็นเหมือนกันก็คือ พอได้ยินเสียงกริ่งประตูหน้าบ้านดังปุ๊บ! เราซึ่งเป็นเจ้าของบ้านยังไม่ทันจะขยับตัวไปดูเลยว่าใครมา แต่น้องหมาทั้งเห่าแล้วก็รีบพุ่งตรงไปที่ประตูก่อนใคร แน่นอนค่ะว่า เราไม่มีทางวิ่งทันน้องหมาแน่ ๆ  พอเจ้าตัวแสบวิ่งไปถึงประตูก็ทำท่าตะกุย ๆ พยายามเปิดประตูด้วยสองเท้า บางตัวก็กระโดดโถมใส่ประตูพร้อมทั้งเห่าเสียงดัง ทีนี้พอแขกที่มาบ้านเห็นน้องหมาเห่าก็เกรงใจอยากให้เจ้าของบ้านรีบมาเปิดประตูก็ยิ่งกดกริ่งรัว ๆ ซ้ำ ๆ นั่นก็ยิ่งเป็นการกระตุ้นให้น้องหมาตื่นตัวเข้าไปอีก ทีนี้ล่ะค่ะน้องหมายิ่งเห่าบ้านแตกหนักกว่าเดิม พอเราเดินถึงประตูจะเปิดประตูให้แขกเข้าบ้าน น้องหมาก็จะพยายามแทรกตัวลอดได้ขาเราเพื่อที่จะพุ่งออกไปนอกบ้าน ทำเอาแขกที่มาบ้านตกใจหลบแทบไม่ทัน งานนี้แขกที่มาบ้านอาจจะจำฝังใจว่า "บ้านนี้หมาดุ"


Dogilike.com :: จัดการปัญหา น้องหมาได้ยินเสียงกริ่งแล้วเห่าจนบ้านแทบแตก


     หลายคนอาจจะมองว่าพฤติกรรมนี้ของน้องหมาไม่เป็นปัญหา แต่ในระยะยาวแล้วรู้ไหมคะว่า หากปล่อยให้น้องหมาทำพฤติกรรมแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ อาจจะทำให้ตัวเจ้าของ "ขาดความเป็นจ่าฝูงไปโดยไม่รู้ตัว" ก็เป็นได้ ... รู้แบบนี้แล้วก็ต้องรีบหาวิธีจัดการแล้วล่ะค่ะ
 

>> การปล่อยน้องหมาวิ่งนำ ทำให้เจ้าของขาดความเป็นจ่าฝูง


     ต้องมาทำความเข้าใจกันก่อนนะคะว่า โดยธรรมชาติของน้องหมาเวลาที่อยู่รวมกันเป็นฝูง ผู้นำหรือจ่าฝูงจะเป็นผู้เริ่มทำสิ่งต่าง ๆ ก่อนตัวอื่น ๆ เสมอ ดังนั้นการที่เวลามีแขกมาบ้านแล้วเราปล่อยให้น้องหมาวิ่งพุ่งนำหน้าเราไปที่ประตูก่อนย่อมเป็นการส่งเสริมให้น้องหมารู้สึกว่าตนเองนั้นมีความเป็นจ่าฝูงมากกว่าเจ้าของ หลายคนอาจจะแย้งว่า ทำยังไงเราก็ไม่มีทางวิ่งทันน้องหมาอยู่แล้ว ยังไงน้องหมาก็ถึงประตูก่อนเรา วิธีแก้ไขง่าย ๆ ก็คือ เมื่อเราเดินไปถึงประตูแล้ว แม้ว่าน้องหมาจะยืนเห่าพร้อมกระโจนใส่ประตูอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อส่งสัญญาณว่าพร้อมจะออกไปจัดการกับคนแปลกหน้าที่มาป้วนเปี้ยนอยู่หน้าประตู ให้เจ้าของเดินอย่างมั่นใจแสดงถึงความมีอำนาจ เดินไปอยู่ที่ด้านหน้าของน้องหมา ในจังหวะนี้ให้เจ้าของแสดงภาวะความเป็นจ่าฝูงโดยการสั่งให้น้องหมา "ถอย" ควรสั่งด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ หนักแน่น อาจจะใช้ภาษามือร่วมกับคำสั่งไปด้วย วิธีนี้จะช่วยดึงสติให้น้องหมารู้ว่าใครกันแน่คือจ่าฝูง


Dogilike.com :: จัดการปัญหา น้องหมาได้ยินเสียงกริ่งแล้วเห่าจนบ้านแทบแตก

 



>> สอนให้น้องหมารู้จัก "ถอย" และ "นั่ง-คอย"


     สเตปต่อมา การสั่งให้น้องหมาถอยนั้นควรให้น้องหมาอยู่ห่างจากระยะประตูประมาณ 1 เมตร และก่อนเปิดประตูให้กันมาจ้องตาน้องหมาและสั่งให้ "นั่ง" หรือ "คอย" (ใช้คำสั่งใดคำสั่งหนึ่งเท่านั้นป้องกันน้องหมาสับสน) ด้วยน้ำเสียงสั้นและหนักแน่น การที่เจ้าของทำแบบนี้จะเป็นการตอกย้ำการมีอำนาจและแสดงความเป็นจ่าฝูง เมื่อน้องหมายอมถอยไปนั่งอยู่ในท่าทีที่สงบแล้วจึงค่อยเปิดประตูให้แขกเข้ามาในบ้าน

     สิ่งสำคัญการการใช้เทคนิคการฝึกแบบนี้คือ ทุกคนในบ้านจะต้องใช้วิธีปฏิบัติแบบเดียวกันทุกครั้งที่มีแขกมาบ้าน อาจจะเริ่มต้นฝึกง่าย ๆ จากการสร้างสถานการณ์สมมุติ ให้สมาชิกคนใดคนหนึ่งของบ้านรับบทเป็นแขกที่มาบ้าน กดกริ่งที่หน้าประตู จากนั้นก็เริ่มฝึกตามขั้นตอนด้านบนได้เลยค่ะ หรือถ้าน้องหมามีท่าทีตื่นตัวจนควบคุมตัวเองยาก ก็ให้ใส่สายจูงไว้ตลอดเวลาการฝึกเพื่อให้ง่ายต่อการควบคุมและออกคำสั่งต่าง ๆ ค่ะ


Dogilike.com :: จัดการปัญหา น้องหมาได้ยินเสียงกริ่งแล้วเห่าจนบ้านแทบแตก

 



>> "การตะโกน" คือข้อห้ามระหว่างการฝึก

    
     จำไว้นะคะว่า การตะโกนหรือดุด่า ไม่ให้ผลดีทั้งกับตัวของเจ้าของเองและตัวของน้องหมา สภาวะจิตใจที่พร้อมของเจ้าของเป็นสิ่งสำคัญ ต้องใจเย็น มีสมาธินิ่ง มีความสงบ แต่ต้องเด็ดขาด อดทนที่จะสั่งสอนซ้ำ ๆ อยู่ตลอดเวลา อาจต้องใช้เวลาสักพัก แต่หากแก้พฤติกรรมของน้องหมาได้ ก็จะเป็นผลดีในระยะยาวค่ะ


     บ้านไหนที่กำลังเจอปัญหาแบบนี้ก็ลองเอาเทคนิคที่แนะนำไปใช้ดูนะคะ แล้วก็อย่าลืมมาแชร์กันนะว่าได้ผลดีแค่ไหน

 

บทความโดย : Dogilike.com
www.dogilike.com