โดย: Tonvet

4 พันธุ์สุนัขที่ดูเหมือนจะแข็งแรง แต่มีโรคประจำพันธุ์เยอะไม่ใช่เล่น!

มาดูสิว่ามีสุนัขพันธุ์ไหนบ้างที่เราคิดว่าภายนอกดูแข็งแรง แต่ความจริงแล้ว..มีโรคประจำพันธุ์เยอะไม่น้อย

10 ตุลาคม 2559 · ชอบ  (0) · แสดงความคิดเห็น (0) · อ่าน (9,296)
698

SHARES


698 shares

Dogilike.com :: 4 พันธุ์สุนัขที่ดูเหมือนจะแข็งแรง แต่มีโรคประจำพันธุ์เยอะไม่ใช่เล่น!



 
     เวลาเพื่อน ๆ ตัดสินใจรับสุนัขมาเลี้ยงสักตัว เรามีข้อพิจารณาจากอะไรบ้างครับ บางคนอาจจะดูจากจุดประสงค์ของการใช้งาน เช่น เฝ้าบ้าน เลี้ยงเป็นเพื่อน อารักขา ฯลฯ บางคนเลือกจากความน่ารักและลักษณะภายนอก สุนัขบางพันธุ์เมื่อดูจากภายนอกแล้ว มีความแข็งแรง น่าเกรงขาม แต่กลับมีโรคประจำพันธุ์เยอะไม่น้อยเลยนะครับ เรามาดูกันว่าจะมีสุนัขพันธุ์อะไรบ้าง... 
 

 
 

1 ไซบีเรียน ฮัสกี้
 

Dogilike.com :: 4 พันธุ์สุนัขที่ดูเหมือนจะแข็งแรง แต่มีโรคประจำพันธุ์เยอะไม่ใช่เล่น!

 
     ไซบีเรียน ฮัสกี้ (Siberian Husky) สุนัขที่มีขนหนา รูปร่างหน้าตาคล้ายกับสุนัขป่า มองจากภายนอกแลดูน่าเกรงขามมาก แต่ความจริงแล้วเป็นสุนัขที่ขี้เล่นและมีความเป็นตัวของตัวเองสูง สุนัขพันธุ์นี้ก็มีโรคประจำพันธุ์มากไม่แพ้กัน ทั้งโรคผิวหนัง โรคข้อกระดูก โรคตา และโรคลมชัก
 
     อย่างโรคผิวหนังที่สุนัขพันธุ์นี้เป็นกันมาก ก็คงเป็นภาวะ Zinc-responsive dermatosis ที่เกิดจากการที่ร่างกายดูดซึมแร่ธาตุสังกะสี (Zinc) ไปใช้ได้น้อยกว่าปกติ ทำให้ร่างกายขาด น้องหมาก็จะแสดงอาการจะมีขนร่วง ผิวหนังอักเสบ ขนหยาบ มีสะเก็ด รังแค และผิวหนังหนาตัว บริเวณรอบตา รอบจมูก รอบปาก ขา ข้อศอก อวัยวะเพศ และอุ้งเท้า สุนัขบางตัวอาจจะมีอาการคันร่วมด้วย หากมีการติดเชื้อแทรกซ้อน ส่วนโรคข้อกระดูกที่พบบ่อยก็ เช่น โรคข้อสะโพกเสื่อม ทำให้น้องหมามีปัญหาการยืน การเดิน และการวิ่ง มักจะปวด บางรายพบได้ตั้งแต่อายุยังไม่ถึง  1 ปีก็มีครับ
 
     โรคตาที่พบได้บ่อยในไซบีเรียน ก็อย่างเช่น โรคต้อกระจก ที่ทำให้เลนส์ตาของน้องหมาจะขุ่นขาวขึ้นจนน้องหมามองเห็นภาพไม่ชัด และอีกโรคก็คือ โรคต้อหิน เป็นความผิดปกติของการไหลเวียนน้ำในช่องม่านตา ทำให้ความดันภายในลูกตาเพิ่มสูงขึ้น น้องหมาก็จะมีอาการเจ็บปวดตาตามมาได้ และสุดท้ายที่อยากจะกล่าวถึงในบทความนี้ก็คือ โรคลมชัก ซึ่งเป็นความผิดปกติของการนำกระแสไฟฟ้าในสมองส่วน cerebral cortex ทำให้ resting membrane potential ลดต่ำลงกว่าปกติ จึงถูกกระตุ้นได้ง่าย ผลคือ กล้ามเนื้อเกิดการหดตัวเป็นชุดอย่างต่อเนื่อง จนล้มตัวลงนอนชัก ขาเหยียดเกร็ง ทำท่าเหมือนว่ายน้ำหรือปั่นจักรยานอากาศ กัดฟัน ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้
 
     แต่นอกจากที่กล่าวมาแล้ว น้องหมาพันธุ์นี้ ยังมีโรคที่พบได้อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น โรคอ้วน โรค Follicular dysplasia ที่เป็นความผิดปกติของการพัฒนาของรูขุมขน ภาวะฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำผิดปกติ (Hypothyroidism) โรค Von Willebrand's disease (vWD) ซึ่งเกิดจากการที่ร่างกายขาด von Willebrand factor ทำให้มีปัญหาในการแข็งของเลือด หากมีบาดแผลเลือดจะหยุดยาก ตลอดจนโรคเนื้องอกและมะเร็งที่พบได้บ่อยในสุนัขพันธุ์ไซบีเรียน ฮัสกี้ เช่น เนื้องอกที่ลูกอัณฑะ (Testicular neoplasia) มะเร็งกระดูก (Osteosarcoma) มะเร็งของหลอดเลือด ( Hemangiosarcoma ) เป็นต้นครับ
 

 

2 อิงลิช บลูด็อก

 

Dogilike.com :: 4 พันธุ์สุนัขที่ดูเหมือนจะแข็งแรง แต่มีโรคประจำพันธุ์เยอะไม่ใช่เล่น!

 
     อิงลิช บลูด็อก (English bulldog) เป็นสุนัขพันธุ์หน้าสั้น หนังย่น รูปร่างใหญ่ปานกลาง สุนัขพันธุ์นี้เป็นหนึ่งในกลุ่มสุนัขพันธุ์หน้าสั้น (Brachycephalic dogs) ซึ่งเป็นสุนัขที่มีส่วนจมูกและปาก (Muzzle) สั้น หน้าแบน ทำให้เบ้าตาตื้นกว่าปกติ กรามบนสั้นกว่ากรามล่าง ทำให้ฟันล่างยื่น ฟันจึงไม่สบกัน เกิดเป็นฟันซ้อน บางรายอาจมีปัญหาซี่ฟันห่างกันด้วย บริเวณใบหน้าก็มีร่องจมูกใต้ตาลามมารอบปาก มีรอยพับหรือรอยย่นที่ใบหน้า และบางตัวอาจพบหนังตาผิดปกติได้
 
     สำหรับโรคที่พบบ่อยในสุนัขพันธุ์นี้ ก็ได้แก่ ภาวะน้ำคั่งในโพรงสมอง (hydrocephalus) ปัญหาระบบทางเดินหายใจในสุนัขพันธุ์หน้าสั้น ทั้งรูจมูกแคบ (Stenotic nares) เพดานอ่อนของช่องปากยื่นยาว (Elongate soft palate) จนไปปิดกั้นทางเดินหายใจ ปัญหาเรื่องผิวหนัง เนื่องจากมีรอยพับย่นจึงเป็นแหล่งที่หมักหมมสิ่งสกปรกได้ง่าย ประกอบกับมีน้ำลายที่ไหลมาก หากไม่ดูแลให้ดีก็จะทำให้มีกลิ่นเหม็น และเกิดโรคผิวหนังอักเสบตามมาได้ นอกจากนี้รอยย่นบริเวณจมูกที่อยู่ใกล้ชิดกับขอบตา อาจจะทำให้ขนบริเวณนั้น (Nasal fold trichiasis) มาทำความระคายเคืองกับกระจกตาได้ และบางรายก็อาจมีปัญหาตาแฉะอยู่บ่อยๆ เลยครับ
 
      ปัญหาสุดท้ายเลยที่พบได้บ่อยในสุนัขพันธุ์นี้ คือ ภาวะคลอดยาก  เนื่องจากปัญหาความใหญ่โตของหัวและไหล่ของลูก ประกอบกับสะโพกของแม่หมาพันธุ์เหล่านี้ มีเชิงกรานแคบ จึงทำให้สุนัขพันธุ์นี้คลอดเองตามธรรมชาติไม่ได้ จึงต้องช่วยทำการผ่าคลอด  เราเรียกว่าปัญหานี้ว่า Cephalopelvic disproportion ในแม่สุนัขครับ

 
 

3 โกลเด้น รีทรีฟเวอร์

 

Dogilike.com :: 4 พันธุ์สุนัขที่ดูเหมือนจะแข็งแรง แต่มีโรคประจำพันธุ์เยอะไม่ใช่เล่น!
 

     โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ (Golden Retriever) สุนัขพันธุ์ใหญ่ใจดีที่มีขนยาวสีเหลืองทอง เห็นร่างกายดูแข็งแรงแบบนี้ แต่แอบมีปัญหาสุขภาพเยอะไม่น้อยเลยนะครับ ทั้งโรคมะเร็ง โรคกระดูกและข้อต่อ และโรคผิวหนัง สำหรับโรคมะเร็งที่พบบ่อยในสุนัขพันธุ์นี้นั้น คือ มะเร็งในหลอดเลือด (Hemangiosarcoma) มะเร็งต่อมน้ำเหลือง (Lymphosarcoma) มะเร็งผิวหนังชนิด Mast cell tumor และมะเร็งกระดูกชนิด osteosarcoma ซึ่งเป็นสาเหตุการตายลำดับต้น ๆ เลยทีเดียว
 
     ส่วนโรคผิวหนังที่พบบ่อย เนื่องจากสภาพแวดล้อมในบ้านเราที่มีอากาศร้อนชื้นประกอบกับเป็นสุนัขที่ขนยาวจึงพบความผิดปกตินี้ได้ง่าย  ซึ่งความผิดปกติของผิวหนังที่พบได้บ่อยในน้องหมาพันธุ์นี้ เช่น hot spots ทำให้ผิวหนังอักเสบ โรคช่องหูอักเสบ ส่วนหนึ่งเกิดจากสาเหตุที่เป็นโรคผิวหนังอักเสบจากภูมิแพ้ (atopic dermatitis) อยู่แล้วครับ
 
     นอกจากนี้ก็ยังมีโรคข้อสะโพกเสื่อม โรคข้อศอกเสื่อม ภาวะฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำ โรคต้อกระจก และโรค Golden Retriever uveitis ซึ่งเป็นโรคตาที่สำคัญที่ The American College of Veterinary Ophthalmologists (ACVO) ได้ประกาศให้เป็นโรคทางพันธุกรรมของน้องหมาพันธุ์นี้มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2001 เลยครับ


 

4 ร็อตไวเลอร์

 

Dogilike.com :: 4 พันธุ์สุนัขที่ดูเหมือนจะแข็งแรง แต่มีโรคประจำพันธุ์เยอะไม่ใช่เล่น!

 
     ร็อตไวเลอร์ (Rottweiler) สุนัขขนสั้นพันธุ์ใหญ่ หน้าตาหน้าเกรงขาม แถมมีกล้ามเนื้อที่บึกบึนแข็งแรง เหมาะแก่การเป็นสุนัขอารักขาได้เป็นอย่างดี  แต่สุนัขพันธุ์นี้ก็มีโรคประจำพันธุ์ไม่น้อยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นโรคข้อต่ออักเสบ โรคข้อศอกเสื่อม โรคข้อสะโพกเสือม ซึ่งน้องหมาที่เป็นโรคจะแสดงอาการเจ็บปวดขาหลังเวลาเดิน ไม่อยากใช้ขา ไม่ค่อยอยากลุกยืน เวลาลุกยืนจะให้เวลานานกว่าปกติ ก้าวเดินลำบาก โดยเฉพาะในเวลาขึ้นลงทางชันหรือบันได บางรายอาจพบลักษณะของขาหลังผิดรูป เดินท่าผิดปกติตามมาได้ และโรค มักเกิดในรายที่มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว แล้วได้รับสารอาหารไม่เหมาะสมกับการเจริญของร่างกาย
 
     อีกโรคที่สำคัญและพบบ่อยก็คือ โรคมะเร็งกระดูก มักเป็นตำแหน่งกระดูกระยางค์ (ขา) ทำให้มีการสลาย และ/หรือสร้างกระดูกมากไป จนเนื้อเยื่อรอบข้างเกิดการบวม ซึ่งทำให้น้องเจ็บปวดทรมานและอาจทำให้กระดูกเกิดการหักตามมาได้ ที่สำคัญมะเร็งกระดูกยังสามารถแพร่กระจาย โดยผ่านกระแสเลือดไปยัง ปอด ไต ตับ ม้าม ฯลฯ ได้ด้วย นอกจากนี้ร็อตไวเลอร์ก็ยังพบเป็นโรคเบาหวานได้ด้วยนะครับ

 
     โรคประจำพันธุ์เหล่านี้เป็นสิ่งที่ผู้เลี้ยงต้องคำนึงถึงเมื่อเวลาจะตัดสินใจรับสุนัขมาเลี้ยง เพราะเป็นสิ่งที่สามารถพบตามมาได้ เพียงแต่จะพบเป็นมากหรือน้อย เป็นช้าหรือเร็วก็เท่านั้น สิ่งหนึ่งก็เพื่อที่เราจะได้ศึกษาเพื่อรับมือกับโรคต่าง ๆ ก่อนที่เราจะนำสุนัขมาเลี้ยง โรคบางโรคอาจรักษาไม่หายขาด ที่สำคัญยิ่งเป็นสุนัขตัวใหญ่ ก็จะมีค่าใช้จ่ายในการรักษามากกว่า เนื่องจากยาที่ใช้รักษาส่วนมากคำนวณตามน้ำหนักของร่างกาย คิดให้ดีก่อนตัวสินใจเลี้ยงนะครับ อย่ามองแต่เพียงลักษณะภายนอกที่ดูว่า น่าจะแข็งแรงทนทานเพียงเท่านั้น เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมาภายหลังได้ครับ



 
 
บทความโดย : Dogilike.com
https://www.dogilike.com
 
 
ภาพประกอบจาก :
http://www.catdumb.com/wp-content/uploads/2015/08/siberian-husky-dog-instagram-erica-tcogoeva-69.jpg
http://i33.tinypic.com/2ccxqmx.jpg
https://i.ytimg.com/vi/tI3oWYI68vk/maxresdefault.jpg
http://www.carolinelima.com/blog/wp-content/uploads/2012/07/golden_retriever_fayetteville_nc_014.jpg
https://s-media-cache-ak0.pinimg.com/originals/8e/c2/28/8ec22806680e01b5344407f72f2475ad.jpg