โดย: Tonvet

ตามติดชีวิตหนาวสุดขั้วของน้องหมาลากเลื่อน

มาดูชีวิตความเป็นอยู่ของเหล่าสุนัขลากเลื่อนกัน

13 พฤศจิกายน 2560 · ชอบ  (0) · แสดงความคิดเห็น (0) · อ่าน (3,615)
319

SHARES


319 shares

Dogilike.com :: ตามติดชีวิตหนาวสุดขั้วของน้องหมาลากเลื่อน

 

     สุนัขลากเลื่อน (Sled dogs) เป็นพาหนะสำคัญที่ใช้ในดินแดนหิมะมาช้านาน ย้อนอดีตไปราว 10,000 ปี มนุษย์นำสุนัขป่ามาฝึกเอาไว้ใช้งานต่าง ๆ จากสุนัขป่ากลายมาเป็นสุนัขบ้าน คัดสรรพันธุ์กันมารุ่นแล้วรุ่นเล่า จนในที่สุดมนุษย์ก็ได้สุนัขลากเลื่อนเอาไว้ใช้งาน สุนัขลากเลื่อนมีบทบาทสำคัญในหลาย ๆ ด้าน นอกจากจะใช้เป็นยานพาหนะแล้ว ครั้งหนึ่งยังเคยได้ช่วยชีวิตชาวเมืองให้รอดตายจากโรคร้ายที่ระบาดมาแล้ว ในฤดูหนาวปี ค.ศ. 1925 เกิดโรคระบาดหนักผู้คนทะยอยล้มตายราวกับใบไม้ร่วงในเมือง Nome รัฐอลาสก้า หนทางที่จะนำยาและวัคซีนมาช่วยคนในเมืองถูกตัดขาดหมด ทางรถไฟมาถึงแค่เมืองที่ใกล้ที่สุด ก็ยังอยู่ห่างออกไปอีกราว 1,000 กิโลเมตร (หรือราว 600 ไมล์) เมื่อไม่มีทางเลือก หนทางเดียวที่จะช่วยชีวิตผู้คนในเมืองให้รอด คือ การเดินทางด้วยสุนัขลากเลื่อน โดยมีสุนัขที่ชื่อ Balto เป็นจ่าฝูง ใช้เวลาเดินทางกล่า  5 วัน จนในที่สุดก็มาถึงและช่วยชีวิตผู้คนในเมือง วีรกรรมครั้งนี้ถูกเล่าขานและจดจำเป็นอย่างดี เพื่อเป็นการรำลึกถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้น จึงได้มีการจัดการแข่งขันสุนัขลากเลื่อนขึ้นทุกปี วันนี้เราจะมาตามติดชีวิตของน้องหมาลากเลื่อนเหล่านั้นกันครับ
 
 
 

กว่าจะมาเป็นสุนัขลากเลื่อน

 
 
     สุนัขลากเลื่อนนั้น จะคัดเลือกกันมาตั้งแต่วัยเด็กส่วนใหญ่จะเป็นสุนัขพันธุ์อลาสกัน มาลามิวและไซบีเรียน ฮัสกี้ เนื่องจากเป็นสุนัขที่มีถิ่นกำเนิดในแถบนี้ มีขนหนาสองชั้น สามารถปรับตัวและทนทานต่อสภาพอากาศที่หนาวเย็นยะเยือกได้ดี ทั้งยังช่วยรักษาอุณหภูมิของร่างกายเอาไว้ได้อีกด้วย มีฝ่าเท้าที่หนาและแข็งแรงทนต่อหิมะและน้ำแข็งที่หนาวเย็นได้ อีกทั้งยังมีโครงสร้างร่างกายที่ใหญ่ สามารถใช้ลากจูงสิ่งของที่มีน้ำหนักได้ มีกล้ามเนื้อขาที่แข็งแรงทรงสมรรถนะวิ่งได้เร็วและนานกว่าสุนัขบ้านธรรมดา ทำให้วิ่งได้ไกลต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน ๆ ได้ 


     โดยเริ่มฝึกกันตั้งแต่อายุ 6 สัปดาห์ จะมีการทดสอบทักษะการลากเลื่อนของลูกสุนัข มองหาสุนัขที่มีภาวะความเป็นผู้นำทีม เพื่อที่จะนำมาฝึก ทั้งยังต้องเป็นสุนัขที่มีนิสัยที่ดี เข้ากับมนุษย์และเพื่อนสุนัขในฝูงได้ โดยเริ่มฝึกอย่างจริงจังเมื่อลูกสุนัขมีอายุ 12 สัปดาห์ สุนัขลากเลื่อนจะมีกันหลายตัวเราเรียกเป็น ทีมสุนัขลากเลื่อน ตำแหน่งหน้าสุดเป็นสุนัขที่มีความสำคัญที่สุด เพราะเป็นสุนัขนำทีม ซึ่งจะต้องมีความเป็นจ่าฝูงนำสุนัขตัวอื่น ๆ คอยฟังคำสั่งจากเจ้าของ (มนุษย์) และนำพาสุนัขตัวอื่น ๆ ไปในทางที่ปลอดภัย ถัดมาคือ สุนัขทีมคุมเส้นทาง คอยบอกทางให้สุนัขในทีมที่ตามหลังมา เดินตามเส้นทางที่สุนัขผู้นำกำหนด ถัดมาตำแหน่งที่ 3 เป็นสุนัขทีมกองกำลัง ซึ่งมีความแข็งแรง คอยช่วยดึงเลื่อนให้วิ่งไปข้างหน้า และสุดท้าย คือ ทีมคุมเลื่อน เป็นทีมท้ายสุด สุนัขทีมนี้จะอยู่หน้าเลื่อนใกล้กับเจ้าของ ช่วยเสริมแรงในการลากเลื่อนให้เดินไปข้างหน้าได้อย่างคล่องตัวไม่ติดขัด 


 

Dogilike.com :: ตามติดชีวิตหนาวสุดขั้วของน้องหมาลากเลื่อน
 


 

ที่สำหรับนอนพักผ่อน

 
 
     อย่างที่บอกไปว่าสุนัขลากเลื่อนนั้นเป็นสุนัขที่ทนทานต่อสภาพอากาศที่หนาวได้เป็นอย่างดี ขนที่หนาช่วยให้สุนัข อยู่รอดในอากาศที่หนาวเย็นติดลบหลายสิบองศาเซลเซียสได้เป็นอย่างดี เมื่ออยู่ในที่พักเจ้าของจะนำไม้มาสร้างเป็นกล่องทรงสีเหลี่ยมมีทางเข้า-ออก คล้ายกับบ้านสุนัขขนาดเล็ก ๆ พอดีตัว สำหรับให้สุนัขหลบเข้าไปอยู่ได้ในยามค่ำคืนที่หนาวเหน็บ  หากต้องอยู่ระหว่างการเดินทางท่ามกลางหิมะ เจ้าของก็อาจขุดกองหิมะเป็นหลุมเล็ก ๆ พอดีตัวให้สุนัขได้นอนซุกตัวอยู่ในนั้น แล้วเอาฟางมากลบเพื่อให้ความอบอุ่นอีกที คล้ายกับเอาผ้านวมมาห่มแค่นี้น้องหมาก็นอนหลับได้อย่างสบาย ๆ แล้ว
 

 


Dogilike.com :: ตามติดชีวิตหนาวสุดขั้วของน้องหมาลากเลื่อน


 
 

อาหารการกิน

 
 
     สุนัขลากเลื่อนจะต้องใช้พลังงานมหาศาลไม่เพียงแต่ใช้สำหรับลากเลื่อนเท่านั้น ยังต้องการพลังงานเพื่อสำหรับสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกายด้วย โดยในแค่ละวันสุนัขลากเลื่อนจะต้องได้รับอาหารที่มีพลังงานสูงมากกว่า 5,000-10,000 กิโลแคลอรีต่อตัวต่อวัน ซึ่งประกอบด้วยเนื้อสัตว์เป็นหลัก และมีไขมันหรือน้ำมัน เพื่อเพิ่มพลังงาน ร่วมกับอาหารแห้งสำหรับสุนัขและวิตามินเสริมตามที่จำเป็น สุนัขแต่ละตัวอาจต้องกินเนื้อสัตว์อย่างน้อย 0.5-1 กิโลกรัม โดยเฉพาะในขณะที่ลากเลื่อนต้องได้อาหารพลังงานสูงมากกว่าช่วงปกติราว 2-5 เท่าเลยทีเดียว 


 
 
Dogilike.com :: ตามติดชีวิตหนาวสุดขั้วของน้องหมาลากเลื่อน
 


 

โรคสำคัญที่ต้องระวัง

 

 
     เนื่องจากต้องเดินทางท่ามกลางหิมะเป็นเวลานาน ๆ โรคสำคัญที่หลีกเลี่ยงได้ยาก คือ หิมะกัดเท้า ถึงแม้ว่าสุนัขลากเลื่อนนั้นจะมีฝ่าเท้าที่หนาสามารถทนทางได้เป็นอย่างดีแล้วก็ตาม แต่การที่ต้องเดินหรือยืนบนน้ำแข็งหรือหิมะเป็นเวลานาน ๆ ก็อาจทำให้ฝ่าเท้าได้รับการบาดเจ็บ เกิดแผล อีกทั้งอุณหภูมิที่หนาวเย็นอาจทำให้เส้นเลือดที่ผ่าเท้าหดตัว ขาดเลือดมาเลี้ยง ฝ่าเท้าขาดความชุ่มชื้นก็ทำให้เกิดการผิวหนังแตกและหลุดลอกตามมาได้  เจ้าของก็อาจจำเป็นต้องอาศัยการทาครีมเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผ่าเท้า อาจเป็นครีมที่ประกอบจากไขมันที่ปลอดภัยต่อตัวสุนัข หรือสวมถุงเท้าป้องกันหิมะให้ แต่กรณีหลังนี้ อาจทำให้สุนัขนั้นเดินไม่สะดวกเพราะไม่เป็นธรรมชาติ และอาจนำมาซึ่งการบาดเจ็บได้


 

Dogilike.com :: ตามติดชีวิตหนาวสุดขั้วของน้องหมาลากเลื่อน
 

 
     แม้ปัจจุบันบทบาทของสุนัขลากเลื่อนจะลดน้อยลงไป เนื่องจากมียานพาหนะอื่น ๆ อย่าง snowmobile มาแทนที่ แต่มนต์สเน่ห์ของการลากเลื่อนก็ยังมีให้เห็นกันอยู่ไม่ได้หายไปไหน กลับพัฒนากลายเป็นสิ่งบันเทิงในกิจกรรมต้อนรับนักท่องเที่ยว หรือใช้เป็นการแข่งขันกีฬาแทน ในชุมชนอันห่างไกลก็ยังมีคนใช้สุนัขลากเลื่อนกันอยู่ เช่น อลาสก้า ไซบีเรีย ทางตอนเหนือของจีนและญี่ปุ่น รวมถึงบางประเทศในยุโรปด้วยเช่นกัน เพื่อน ๆ ที่อยากสัมผัสและเปิดประสบการณ์เกี่ยวกับสุนัขลากเลื่อน หน้าหนาวปีนี้ก็สามารถเดินทางไปหาน้องหมาเหล่านี้กันได้ ผมไปมาแล้วเมื่อปีก่อน มีรูปมาฝากเพื่อน ๆ ด้วยครับ..


 
Dogilike.com :: ตามติดชีวิตหนาวสุดขั้วของน้องหมาลากเลื่อน



Dogilike.com :: ตามติดชีวิตหนาวสุดขั้วของน้องหมาลากเลื่อน



Dogilike.com :: ตามติดชีวิตหนาวสุดขั้วของน้องหมาลากเลื่อน




บทความโดย : Dogilike.com

ภาพประกอบ :
http://www.thedogfiles.com/wp-content/uploads/2011/05/sled_dogs-whistler.jpg
https://iditarodoutsider.files.wordpress.com/2013/02/sledog_feed.jpg
https://qzprod.files.wordpress.com/2012/10/norwegian-sled-dog.jpg?quality=80&strip=all&w=2400
http://i.dailymail.co.uk/i/pix/2013/03/06/article-2288840-1870A106000005DC-740_634x392.jpg
http://frontierscientists.com/wp-content/uploads/2014/03/Weather_SledDogs.jpg