โดย: Tonvet

10 เหตุผลที่ไม่ควรเอาหมาไปปล่อยวัด

มาดูผลที่ตามมา หากใครคิดเอาหมาไปปล่อย (วัด)

2 เมษายน 2561 · ชอบ  (0) · แสดงความคิดเห็น (1) · อ่าน (6,160)
1,022

SHARES


1,022 shares
  • การนำสัตว์เลี้ยง (สุนัข) ไปปล่อยหรือละทิ้งให้พ้นภาระจากการถูกเลี้ยงดูไม่ว่าจะในรูปแบบใดหรือจะเป็นสถานที่ใด ๆ ก็ตาม มีความผิดตามกฎหมายและต้องได้รับโทษ
     

 

  • การนำสุนัขไปปล่อย จะทำให้สุนัขไปรับผลกระทบทั้งทางร่างกายและจิตใจ เช่น ถูกสุนัขเจ้าถิ่นรุมทำร้าย ไร้ที่พึ่งพิงและอาหาร ซ้ำยังอาจติดโรคร้ายจนถึงแก่ความตาย
     

 

  • การนำสัตว์เลี้ยงไปปล่อยเป็นการผลักภาระให้สังคม มีผลต่อผู้คนและสัตว์อื่น ๆ รอบข้าง เป็นต้นกำเนิดของปัญหาสัตว์จรจัดและปัญหาสังคมตามมา ซึ่งเป็นสิ่งที่คนไม่ควรทำตามหลักมนุษยธรรม


Dogilike.com :: 10 เหตุผลที่ไม่ควรเอาหมาไปปล่อยวัด


 

     สำนวน "ตัดหางปล่อยวัด" เป็นสำนวนที่เราเคยได้ยินมาตั้งแต่เด็ก ๆ หมายถึง การตัดขาดไม่เกี่ยวข้อง ไม่เอาเป็นธุระอีกต่อไป แม้สำนวนนี้จะมีที่มาจากการตัดหางไก่ ไม่ใช่หางของสุนัขอย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่ก็สะท้อนถึงพฤติกรรมของคนไทยในอดีตได้ ที่เมื่อไม่ต้องการอะไรแล้ว ก็จะนำไปให้วัด ไม่ว่าจะเป็นข้าวของเครื่องใช้ หรือแม้กระทั้งสิ่งที่มีชีวิต เพราะเชื่อว่าวัดเป็นสถานที่เข้าถึงง่ายและพึ่งได้ ในวัดมีอาหารหรือข้าวก้นบาตร มีคนมาทำบุญอยู่ตลอด สัตว์ไม่น่าจะอดตายถ้าหากได้มาอยู่ และน่าจะเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยเนื่องจากวัดส่วนใหญ่ก็เป็นเขตอภัยทาน แต่ความจริงแล้วการนำสุนัขไปปล่อยวัดนั้น ไม่ได้สวยหรูอย่างที่เราเข้าใจเลยแม้แต่น้อย การปล่อยสัตว์ในวัดหรือสถานที่ใดใดเป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำเพราะอะไร ? เรามาดูเหตุผลกันครับว่า ทำไมถึงไม่ควรเอาสุนัขไปปล่อย (วัด) 
 
 
 

1 ผิดกฎหมาย

 
     การนำสัตว์เลี้ยงไปปล่อยหรือละทิ้งให้พ้นภาระจากการถูกเลี้ยงดูไม่ว่าจะในรูปแบบใดหรือจะเป็นสถานที่ใด ๆ ก็ตาม มีความผิดตามกฎหมายหลายฉบับ ไม่ว่าจะเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติการป้องกันการทารุณกรรมสัตว์และการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 ซึ่งวางหลักไว้ว่า ห้ามมิให้เจ้าของสัตว์ปล่อย ละทิ้ง หรือกระทำการใด ๆ ให้พ้นจากการดูแลของตนโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ผู้กระทำผิดจะต้องโทษปรับไม่เกิน 40,000 บาท นอกจากนี้ยังอาจเข้าข่ายกระทำการอันเป็นการทารุณกรรมสัตว์ด้วย เพราะทำให้สัตว์ได้รับความทุกข์ทรมานไม่ว่าทางร่างกายและจิตใจ ได้รับความเจ็บปวด ความเจ็บป่วย ทุพพลภาพ หรืออาจทำให้สัตว์นั้นตาย (ซึ่งจะได้กล่าวถึงผลทั้งหลายเหล่านี้ในข้อถัดไป) ผู้กระทำผิดต้องได้รับโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งเจ้าของควรจะต้องจัดการสวัสดิภาพสัตว์ เลี้ยงและดูแลให้สัตว์มีชีวิตความเป็นอยู่ในสภาวะที่เหมาะสม มีสุขภาพอนามัยที่ดี มีที่อยู่ อาหาร และน้ำอย่างเพียงพอ นอกจาากนี้ยังอาจผิดพระราชบัญญัติ รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 ว่าด้วยการ ห้ามมิให้ผู้ใดปล่อยสัตว์ นำสัตว์ หรือจูงสัตว์ เข้าไปในบริเวณที่เจ้าพนักงานท้องถิ้นได้ประกาศห้ามไว้ ซึ่งการนำสัตว์เลี้ยงไปปล่อยจึงถือเป็นความผิดตามกฎหมายและต้องได้รับโทษ
 
 
 

2 ผิดศีลธรรมอันดี

 
     มีคำถามที่หลายคนมักตั้งขึ้นมาว่า เอาหมาไปปล่อยจะบาปหรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องของนามธรรม ที่คนเราคิดขึ้นเองในใจ บางคนอาจจะมีเหตุผลสนับสนุนจนทำให้ตัวเองรู้สึกสบายใจที่ได้นำสัตว์ไปปล่อย จนกลายเป็นความคิดเข้าข้างว่าตัวเองนั้นไม่บาป (หรือไม่เกรงกลัวต่อบาป) เพราะเรื่องของบาปหรือบุญนั้นเป็นเรื่องของจิตใจล้วน ๆ อาจแตกต่างไปตามหลักความเชื่อและหลักคำสอนที่แต่ละคนยึดเหนี่ยว แต่ที่แน่นอนก็คือว่า การนำสัตว์ไปปล่อย ย่อมเป็นการโยนภาระให้คนอื่นและสังคม ซึ่งไม่ใช่หน้าที่ที่บุคคลเหล่านั้นจะต้องมารับภาระเช่นนี้ พระไม่ได้มีหน้าที่ต้องเลี้ยงสัตว์ ให้อาหาร หรือเก็บกวาดอุจจาระ ที่ท่านต้องรับเลี้ยงเพราะมีความเมตตาต่อสัตว์ แต่หากเจ้าของสัตว์ไม่นำไปปล่อย พระก็คงไม่ต้องมารับผิดชอบในหน้าที่เหล่านี้ เรื่องเช่นนี้เป็นจะเป็นความสบายใจหรือเป็นบาปนั้น ก็ต้องมาพิจารณากันว่า ตัวสัตว์ที่นำมาปล่อยมีคุณภาพชีวิตดีขึ้นหรือไม่ และผู้ที่ต้องมารับไปเลี้ยงนั้นมีความสุขกับภาระที่ได้รับหรือไม่ แต่ถ้าใช้การคิดวิเคราะห์ด้วยเหตุผลแล้ว การนำสัตว์เลี้ยงไปปล่อยนั้น คนที่มีจิตสำนึกพื้นฐานของความเป็นมนุษย์...เขาจะไม่ทำกัน
 
 
 

3 ถูกสัตว์เจ้าถิ่นไล่ทำร้าย

 
     สุนัขเป็นสัตว์สังคมมีการรวมกลุ่ม มีการจัดลำดับสมาชิก และมีความหวงแหนที่อยู่อาศัย การที่มีสัตว์แปลกหน้าเข้ามาในถิ่น ถือเป็นการบุกรุกที่ไม่ได้รับอนุญาตและท้าทายเจ้าถิ่น ซึ่งสุนัขจ่าฝูงก็จะเป็นผู้นำในการจู่โจม โดยทั่วไปแล้วสุนัขที่ถูกนำมาปล่อยก็มักจะเกิดความกลัว ซึ่งความกลัวนี้เองที่เป็นจุดอ่อนให้สุนัขเจ้าถิ่นประเมินถึงความอ่อนแอและเข้าทำร้าย เพื่อหวังขับไล่หรือกำจัดสุนัขแปลกหน้านั้นออกไป ท้ายที่สุดสุนัขอาจได้รับบาดเจ็บหรือต้องตายไปจากถูกทำร้าย เมื่อปีที่แล้ว (พ.ศ. 2560) มีการเผยแพร่คลิปคนที่เอาสุนัขมาปล่อย และนี่คือผลที่เกิดขึ้นกับหมาตัวนั้นครับ
 

 


 
 

4 ถูกคนทำร้าย

 
     อย่าว่าแต่ถูกสัตว์เจ้าถิ่นทำร้ายเลย บางครั้งมนุษย์สัตว์ประเสริฐก็จ้องจะทำร้ายสุนัขเช่นกัน ไม่ใช่คนทุกคนจะชอบสุนัข บางคนเฉย ๆ คือ ไม่ได้ชอบและไม่ได้รังเกียจ แต่หากสุนัขเหล่านั้นมาก่อปัญหา ไม่ว่าจะความสกปรกหรือส่งเสียงดังรบกวนก็ดี ก็อาจใช้เป็นเหตุให้คนเหล่านั้น บันดาลโทสะเข้ามาทำร้ายสัตว์ได้ ไม่ว่าจะเป็นการทุบตี ใช้มีดฟัด หรือวางยาเบื่อ อย่างที่เราได้พบเห็นข่าวสุนัขถูกทำร้ายกันอยู่เป็นประจำ แม้จะมีกฎหมายป้องกันการทารุณกรรมสัตว์ฯ แล้วก็ตาม แต่นั้นไม่ได้ช่วยให้คนเรายับยั้งชั่งใจได้เลย ยิ่งเป็นสุนัขที่ถูกนำมาปล่อยไม่มีเจ้าของ ก็ไม่มีใครไปเรียกร้องความยุติธรรมให้ บางตัวถูกทำร้ายแล้วตายไปโดยที่ไม่มีใครเหลียวแล เพราะเห็นว่าเป็นเพียงแค่สัตว์ตัวหนึ่งเท่านั้น และไม่มีหลักฐานที่จะไปเรียกร้องเอาความผิดกับใครได้เลย
 
 
 

5 เกิดอุบัติเหตุ

 
     สัตว์ที่เคยได้รับการเลี้ยงดูมีที่อยู่เป็นของตัวเอง ไม่เคยออกไปไหนนอกบ้าน ไม่คุ้นชินกับรถราที่วิ่งขวักไขว่ สัตว์พวกนี้พอถูกนำมาปล่อยก็จะไปไหนไม่ถูก วิ่งเตลิดออกไปอย่างไร้ทิศทาง บ้างวิ่งหนีสัตว์เจ้าถิ่นออกมากลางถนน ก็มาประสบอุบัติเหตุถูกรถชนบ้าง ถูกรถทับบ้าง บางตัววิ่งตามรถเจ้าของที่นำมาปล่อยโดยไม่ทันระวังมองดูรถรอบข้าง ก็ถูกรถชนได้รับบาดเจ็บและตายไป ซึ่งนอกจากจะส่งผลกับตัวสุนัขเองแล้ว ยังส่งผลต่อผู้ใช้รถใช้ถนนท่านอีก บางคนขับรถมาดี ๆ เห็นสุนัขวิ่งมาตัดหน้า หักหลบไม่ทันไปชนสุนัขหรือไปชนคนอื่น ๆ ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต หรือมีทรัพย์สินได้รับความเสียหาย พอเกิดเรื่องขึ้นมาเช่นนี้ ก็ไม่สามารถไปเรียกร้องกับใครได้ เพราะสุนัขที่นำมาปล่อยนั้นไม่มีเจ้าของ หากไม่ได้ทำประกันชั้นที่หนึ่งไว้ ก็ต้องรับผิดชอบค่าเสียหายเอาเอง
 
 
 

6 ติดโรคร้าย

 
     โรคติดต่อในสุนัขนั้นมีหลายโรค อย่างโรคที่มีความสำคัญทางสาธารณสุขที่สุดเลย ก็คือโรคเรบีส์ (พิษสุนัขบ้า) นอกจากนี้ยังมีโรคติดต่อที่สำคัญระหว่างสุนัขกับสุนัข หรือสุนัขกับสัตว์อื่น ๆ อีกมากมาย เช่น โรคไวรัสลำไส้อักเสบติดต่อ โรคไข้หัดสุนัข โรคฉี่หนู โรคมะเร็งที่อวัยวะเพศ โรคไรขี้เรื้อนแห้ง ฯลฯ และยังรวมถึงโรคที่ติดต่อผ่านปรสิตต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโรคพยาธิในเม็ดเลือดที่ติดต่อผ่านเห็บ หรือโรคพยาธิหนอนหัวใจที่ติดต่อผ่านยุงก็ตาม โรคร้ายทั้งหลายเหล่านี้พบได้บ่อยในสุนัขจรจัด ซึ่งสุนัขที่นำมาปล่อย เมื่อไปรวมฝูงหรือคลุกคลีกับสุนัขที่ป่วย ก็สามารถติดต่อโรคร้ายเหล่านี้มาได้ เราอาจจะเห็นข่าวสุนัขที่อยู่รวมกันตามวัด ตามโรงเรียนกันเป็นฝูง เสียชีวิตจากโรคติดต่อกันแบบยกฝูงอยู่บ่อย ๆ พอเห็นหมาตายจำนวนมากคนก็ตื่นตระหนกหวาดกลัวกันไปอีก เพราะก็กลัวว่าโรคพวกนี้จะมาติดคน เมื่อหมาป่วยเป็นโรคแล้ว ก็ไม่มีใครพาไปดูแลรักษา สุดท้ายถ้าร่างกายไม่แข็งแรงหรือได้รับเชื้อที่รุนแรงร่างกายสู้ไม่ได้ก็ต้องจบชีวิตลงไปในที่สุด

Dogilike.com :: 10 เหตุผลที่ไม่ควรเอาหมาไปปล่อยวัด


 

7 ไม่มีอาหารให้กิน

 
     สัตว์ที่เคยใช้ชีวิตมีคนเลี้ยงดูมาก่อน จะขาดทักษะในการเอาตัวรอดและการหาอาหาร หรือแม้จะอยู่ในวัดหรือเขตชุมชนที่มีคนแอบให้อาหารอยู่ก็ตาม แต่ก็อาจจะถูกสัตว์เจ้าถิ่นขับไล่ไม่ให้เข้ามากินอาหารนั้นได้ นานวันเข้าร่างกายก็ผอมแห้งจนหนังติดกระดูก กลายเป็นโรคขาดสารอาหาร ซึ่งผลพวงของการนำสุนัขไปปล่อยจนถึงต้องขาดอาหารเช่นนี้ ถือเป็นการทารุณกรรมสัตว์ด้วยเช่นกัน เพราะสุนัขไม่ได้รับอาหารอย่างเพียงพอตามหลักสวัสดิภาพสัตว์ สุนัขที่โชคดีอาจมีคนมาพบเห็นแล้วให้อาหาร แต่ส่วนมากไม่เป็นเช่นนั้น บางตัวอดอาหารจนต้องตายไปโดยที่ไม่มีใครรับรู้หรือสนใจเลย
 
 
 

8 ไม่มีที่อยู่

 
     หลายคนคิดว่าการนำสัตว์ไปปล่อยตามวัดหรือโรงเรียนนั้น อย่างน้อยมันก็จะมีอาหารและมีที่อยู่เพื่อใช้หลบแดดหลบฝนได้ แต่เชื่อหรือไม่ว่าปัจจุบันประเทศเรามีสุนัขเร่ร่อนที่ใช้ชีวิตอยู่ตามท้องถนน ใต้ทางด่วน หรือตามชุมชนต่าง ๆ นับเป็นล้านตัว ซึ่งสุนัขเหล่านี้ก็เริ่มจากการที่มีคนนำมาปล่อย แล้วมันไม่รู้จะไปไหน อยู่ในวัดหรือในโรงเรียนก็ไม่ได้ เพราะมีสัตว์เจ้าถิ่นหรือมีคนไม่ดีจ้องทำร้ายอยู่ สุดท้ายก็ต้องหนีเอาชีวิตรอด ออกมาใช้ชีวิตเร่ร่อนอยู่ตามท้องถนน ฝนตกก็ไม่มีที่หลบ ต้องนอนบนพื้นที่สกปรก เปียกชื้นและหนาวเย็น พอจะเข้ามาแอบหลบฝนหลบแดด คนที่ไม่ชอบหรือรังเกียจก็ขับไล่เพราะเนื้อตัวสกปรก เหม็น และกลัวว่าจะนำโรคมาติดต่อคน เป็นเรื่องที่น่าเศร้า
 
 
 

9 ใช้ชีวิตอย่างหวาดกลัว

 
     สุนัขที่ถูกนำมาปล่อย สิ่งแรกที่จะต้องเผชิญคือ ความไม่คุ้นชินกับสถานที่และสิ่งแวดล้อมรอบข้าง ทั้งงงและทั้งกลัว บางตัววิ่งหนีเตลิด บางตัววิ่งหนีไปซ่อนตัวไม่ยอมให้ใครเข้ามาใกล้ แม้คนที่เอาอาหารไปให้กิน บางทีสุนัขก็ไม่ยอมเข้ามาหา หรือมากินอาหาร ต้องรอให้คนคนนั้นออกไปก่อนถึงจะแอบมากินภายหลัง สิ่งเหล่านี้เป็นพฤิกรรมตามธรรมชาติเพื่อความอยู่รอดของสัตว์ สุนัขที่ปกติจะกลัวในช่วงแรก ๆ จากนั้นจะปรับตัวได้ แต่บางตัวก็สงวนท่าทีในการปฏิสัมพันธ์กับผู้คนต่อไป เพราะอาจไม่ไว้วางใจ และมีประสบการณ์ที่ไม่ดีมาก่อน สุนัขที่ได้รับสิ่งกระตุ้นให้เกิดความหวาดกลัวอยู่ตลอดเวลา เช่น จากสุนัขเจ้าถิ่น จากคนที่มาทำร้าย อยู่ในสถานที่ที่มีเสียงดัง เสียงฟ้าร้อง เสียงพลุ ฯลฯ อาจกลายเป็นพฤติกรรมฝังใจและทำให้สุนัขเกิดความกลัว กระวนกระวาย หรือตื่นตกใจ (panic) จนกลายเป็นปัญหาพฤติกรรมที่จะติดตัวไปในที่สุดได้ 
 
Dogilike.com :: 10 เหตุผลที่ไม่ควรเอาหมาไปปล่อยวัด

 
 

10 คิดถึงเจ้าของ

 
     สุนัขเป็นสัตว์ที่ต้องการความรักและการดูแลเอาใจใส่ แต่เมื่อถูกเจ้าของทอดทิ้ง สิ่งแรกที่สุนัขส่วนมากพยายามทำคือ การหาทางกลับบ้านไปหาเจ้าของ ซึ่งก็ขึ้นกับทักษะการใช้ชีวิตของสุนัขแต่ละตัว แต่ส่วนมากก็มักจะกลับบ้านตัวเองไม่ถูก คนที่เคยรับเลี้ยงสุนัขที่ถูกนำมาปล่อยหลายคนเล่าว่า "สุนัขบางตัวมันคิดถึงเจ้าของ มันไม่ยอมกินอะไรเลย ไม่กี่วันต่อมาก็ล้มป่วย แล้วสุดท้ายมันก็ตาย" เพราะเรื่องของจิตใจมีผลกระทบต่อร่างกายเสมอ สุนัขที่มีความผูกพันธ์กับเจ้าของมาก ๆ จะปรับตัวให้ใช้ชีวิตอยู่ต่อไปได้ยาก เช่นเดียวกับสุนัขที่ถูกทิ้งให้อยู่ตามลำพังภายในบ้าน ก็จะเกิดความเครียดและเกิดภาวะวิตกกังวลจากการถูกแยก หรือ Separation Anxiety ได้เช่นกัน สุนัขพวกนี้ก็จะแสดงออกด้วยการเห่า กัดแทะ ทำลายข้าวของ ซึมเศร้า ไม่กินอาหารจนกว่าเจ้าของจะกลับมา หรือแม้กระทั้งทำร้ายตัวเอง (self trauma) มักพบในกรณีที่สุนัขพลัดพรากจากเจ้าของโดยที่สุนัขไม่ได้เตรียมใจมาก่อน
 
 
     แม้จะเห็นวัดขึ้นป้ายเตือนสติคนที่เอาสัตว์ไปทิ้งแล้ว แต่ก็จะมีคนที่ยังแอบเอามาปล่อยอยู่ บางคนก็เข้ามาวิจารณ์พระว่าไม่มีเมตตาบ้างเลย เรื่องนี้อยากให้คิดถึงใจเขาใจเรานะครับ เพราะสัตว์ที่ถูกนำมาทิ้งนอกจากจะไม่มีความสุขแล้ว ยังจะได้รับผลกระทบตามมาอีกมากมายตามที่ได้กล่าวไป อีกทั้งยังสร้างปัญหาให้พระและคนที่อยู่ในวัด สัตว์เหล่านี้เมื่อเข้ามาอยู่แล้วก็มีการเพิ่มจำนวน เป็นปัญหากับชาวบ้านที่มาทำบุญ หรือคนอื่น ๆ ในชุมชนรอบข้างอีก เรียกว่าไม่มีใครมีความสุขเลยจากการกระทำดังกล่าว แม้กระทั้งตัวคนที่นำไปปล่อยเอง ก็จะเป็นตราบาปในใจติดตัวไปจนวันตาย


 

บทความโดย: Dogilike.com
http://www.dogilike.com/

ภาพประกอบจาก :

https://obs.line-scdn.net/0hF4Z3BkbMGRtnSjXPxMNmTF0cGnRUJgoYA3xIGDskRy8aKVwdD3kCdURNT3sdcl5FDi1UekVNAipMLgkYX34C/w644
https://www.youtube.com/watch?v=Z3QPHbIfeJ0&feature=share
http://www.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180326/image_big_5ab8fe09a28e9.jpg
http://news.tlcthai.com/wp-content/uploads/2016/11/12.1-11-14-59.jpg