โดย: Tonvet

ความผิดปกติของแม่สุนัขหลังคลอด

ความผิดปกติของแม่หมาหลังคลอดมีอะไรบ้าง จะสังเกตอาการได้อย่างไรมาดูกัน

29 สิงหาคม 2555 · ชอบ  (6)
  • 12Dogs
  • fangsamer
  • < I Love Doggy >
  • iOnz
  • LOVER
  • และเพื่อน ๆ อีก 1 คน ชอบสิ่งนี้
· แสดงความคิดเห็น (14) · อ่าน (151,417)
366

SHARES


366 shares

 

Dogilike.com :: ความผิดปกติของแม่สุนัขหลังคลอด


       ภายหลังจากแม่หมาคลอดลูกแล้ว  เจ้าของหลายคนต่างมุ่งให้ความสนใจกับสมาชิกใหม่อย่างลูกหมา จนลืมไปว่า แม่หมาก็ต้องการการดูแลเอาใส่ใจไม่แพ้กัน  การดูแลแม่หมาหลังคลอดจึงถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะความผิดปกติของแม่หมาส่วนใหญ่นั้น จะตามมาให้เห็นภายหลังคลอด 
 
       ความผิดปกติภายหลังการคลอด มีด้วยกันหลายสาเหตุ เพื่อให้ง่ายต่อความเข้าใจ มุมหมอหมา จะขอแยกความผิดปกติออกเป็นส่วนๆ ดังนี้ครับ 
 

1. ความผิดปกติของมดลูกในแม่สุนัขหลังคลอด
 

       ในแม่หมาปกติภายหลังคลอด จะมีของเหลวไหลออกมาจากช่องคลอด เราเรียกว่า “น้ำคาวปลา (Lochia)” ซึ่งมีลักษณะเป็นของเหลวสีแดงเข้มหรือเขียวคล้ำ ไม่มีกลิ่น อาจพบได้ตั้งแต่ภายหลังคลอดไปจนถึง 4-6 สัปดาห์หลังคลอด โดยของเหลวที่ว่านี้ จะไหลออกมามากในช่วง 5-7 วันแรก จากนั้นจะค่อยๆ ลดลง จนมีสีใสและหนืดมากขึ้น 

Dogilike.com :: ความผิดปกติของแม่สุนัขหลังคลอด

     
       ตัวมดลูกที่ขยายจะกลับเข้าสู่ขนาดเดิม ที่เราเรียกว่า “มดลูกเข้าอู่” ซึ่งเป็นการซ่อมแซมผนังมดลูกที่เสียหายจากการลอกหลุดของรก โดยตำแหน่งที่ลอกหลุดจะมีเลือดออก ร่างกายจึงมีกระบวนการซ่อมแซมผนังของมดลูก เพื่อห้ามเลือดที่ออก จากนั้นมดลูกก็จะกลับสู่ขนาดเดิมและตำแหน่งเดิม ภายใน 2-3 เดือนหลังจากคลอด
 
       เราสามารถสังเกตความผิดปกติของมดลูก อย่างง่ายๆ ได้จากการสังเกตความผิดปกติของน้ำคาวปลา ดังนี้ครับ

"หากน้ำคาวปลามีสีเขียวคล้ำหรือน้ำตาลคล้ำ ไหลออกมาปริมาณมากผิดปกติ 
ภายหลังจา
กที่แม่สุนัขคลอดลูกไปแล้ว ต่อเนื่องกันยาวนานมากกว่า 48 ชั่งโมง 
อาจเป็นสัญญ
าณที่บ่งบอกว่า แม่หมาอาจเกิด ภาวะรกค้าง (Retained placenta)”  

       
       ภาวะรกค้าง (Retained placenta)
 

 
       ภาวะรกค้าง เกิดจากการที่แม่หมาเบ่งคลอดนานๆ หรือเกิดจากภาวะคลอดยาก โดยปกติแล้วรกมักถูกขับออกมาหลังจากที่คลอดลูกประมาณ 5-15 นาที โดยที่ลูกแต่ละตัวจะมีรกเป็นของตัวเอง ส่วนใหญ่แม่หมาจะกัดกินรกเข้าไป ซึ่งเป็นสัญชาติญาณตามธรรมชาติ ทำให้เราไม่สามารถนับได้ว่า จำนวนลูกที่คลอดออกมากับจำนวนรกมีจำนวนเท่ากันหรือไม่ แม่หมาที่เกิดภาวะรกค้างบางตัวอาจยังคงร่าเริงดี และสามารถเลี้ยงลูกได้ตามปกติ
  

Dogilike.com :: ความผิดปกติของแม่สุนัขหลังคลอด
 

       หากเราสังเกตเห็นรกที่ค้างอยู่บริเวณปากช่องคลอด เจ้าของสามารถใช้มือที่สะอาดหรือใช้ตัวคีบช่วยดึงออกมา หากไม่พบรกค้างที่ปากช่องคลอด จะต้องพาไปพบคุณหมอ เพื่อให้ยาช่วยในการบีบตัวของมดลูก ช่วยเร่งการขับรกทิ้ง รกที่ค้างอยู่จะทำให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งจะกลายเป็นมดลูกอักเสบตามมาได้

"หากน้ำคาวปลามีกลิ่นเหม็นและมีสีผิดปกติ มีหนองปน 
และแม่หมามีอาการซึม เบื่ออาหาร มีไข้สูง 103-105 องศาฟาเรนไฮต์ 
อาจเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่า แม่หมาอาจเป็น มดลูกอักเสบ (Metritis)”

   
       มดลูกอักเสบ (Metritis)
 
       มดลูกอักเสบ เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย โดยอาจเป็นเชื้อที่ปนเปื้อนตามสิ่งแวดล้อม อุปกรณ์ สิ่งปูรองตอนคลอด หรือมือของผู้ช่วยทำคลอด มักเกิดตามมาจากแม่หมาที่มีภาวะแท้ง คลอดยาก รกค้าง ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวนี้ ทำให้แม่หมาเสี่ยงในการติดเชื้อมากขึ้น

Dogilike.com :: ความผิดปกติของแม่สุนัขหลังคลอด

       
       การวินิจฉัยจะต้องทำการตรวจเลือดดูค่าความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด เพื่อดูการติดเชื้อร่วมกับการถ่ายภาพรังสี (เอ็กซเรย์) หรืออัลตร้าซาวด์เพื่อดูโครงสร้างของมดลูก ส่วนการรักษานอกจากให้ยาฆ่าเชื้อแล้ว อาจจำเป็นต้องผ่าตัดนำมดลูกและรังไข่ออก (เช่นเดียวกับการผ่าตัดทำหมัน) ซึ่งเป็นการรักษาที่ดีที่สุด และอาจจำเป็นต้องแยกเลี้ยงลูก เพื่อป้องกันการติดเชื้อจากแม่

"หากน้ำคาวปลามีสีแดงใส หรือมีเลือดไหลปนออกมา นานมากกว่า 6-12 สัปดาห์ อาจเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่า แม่หมาอาจเกิด ภาวะมดลูกไม่เข้าอู่ (Sub involution of placental sites; SIPS)”

       
       ภาวะมดลูกไม่เข้าอู่ (Sub involution of placental sites; SIPS)
 
       ภาวะมดลูกไม่เข้าอู่ เกิดจากกระบวนการซ่อมแซมผนังของมดลูกเสียไป เส้นเลือดในชั้นมดลูกถูกทำลายโดยเซลล์ที่ชื่อว่า trophoblast-like cells หรือ decidua-like cells โดยเซลล์นี้จะรุกรากเข้าไปยังชั้นในของมดลูกและไปทำลายเส้นเลือด ทำให้เกิดเลือดออกในมดลูก เราจึงเห็นแม่หมามีเลือดสีแดงใสออกจากช่องคลอด
 
       ซึ่งมักพบในแม่หมาท้องแรกที่อายุน้อยกว่า 3 ปี แม่หมายังคงแข็งแรง ร่าเริงเป็นปกติ แต่มีเลือดสีแดงใสออกจากช่องคลอด หากไม่ได้รับการรักษา แม่หมาจะเริ่มมีอาการอ่อนแรง เนื่องจากภาวะโลหิตจาง ปวดท้อง และอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้

Dogilike.com :: ความผิดปกติของแม่สุนัขหลังคลอด

       
       การวินิจฉัยต้องทำการเก็บตัวอย่างเซลล์จากช่องคลอด (vaginal smear) เพื่อตรวจหาเซลล์ decidua-like cells ส่วนการรักษา จะใช้การฉีดฮอร์โมน Prostaglandins เพื่อปรับสภาพมดลูก ร่วมกับการรักษาไปตามอาการต่างๆ แต่วิธีการรักษาที่ดีที่สุด คือ การทำหมันครับ
 

2. ความผิดปกติของเต้านมในแม่สุนัขหลังคลอด
 

       ในแม่หมาที่ปกติเต้านมจะเกิดการเปลี่ยนแปลงชัดเจนมากขึ้นตั้งแต่ช่วงท้ายๆ ของการตั้งท้อง โดยจะพบว่า เต้านมจะขยายใหญ่ เต่ง ผิวเป็นสีชมพู เนื่องจากมีเลือดมาเลี้ยงมากขึ้น ซึ่งเราจะพบว่า เต้านมคู่ท้ายมีขนาดใหญ่และเต่งกว่าคู่อื่นๆ น้ำนมที่ปกติจะมีสีขาวใส ยกเว้น นมน้ำเหลืองหรือน้ำนมเหลือง (Colostrum) ที่จะมีสีออกเหลืองๆ ตามชื่อ ซึ่งเป็นน้ำนมที่มีประโยชน์ต่อลูกมาก จะไหลออกมาภายใน 24-48 ชั่วโมงแรกหลังคลอด
 
       เราสามารถสังเกตความผิดปกติของเต้านม อย่างง่ายๆ ได้จากการสังเกตความผิดปกติของรูปร่าง ขนาด และโครงสร้างของเต้านม รวมถึงลักษณะและสีของน้ำนมที่สร้างออกมา ดังนี้ครับ
 

"หากพบว่าแม่หมาไม่มีน้ำนมเลี้ยงลูก ทั้งๆ ที่รูปร่าง ขนาด และโครงสร้างของเต้านมก็มีขนาดปกติ อาจเกิดจากความผิดปกติ 2 กรณี ได้แก่ ภาวะน้ำนมแห้งและภาวะน้ำนมคั่ง"
 

       ภาวะน้ำนมแห้ง (Agalactia) 
 
       ภาวะน้ำนมแห้ง เกิดจากความผิดปกติในการสร้างน้ำนม เกิดได้ตั้งแต่ในช่วงท้ายของการตั้งท้อง สาเหตุเกิดจากพันธุกรรม หรือการที่แม่หมาได้รับสารอาหารไม่เพียงพอขณะตั้งท้อง พบได้ในรายที่ผ่าคลอดหรือคลอดก่อนกำหนด การรักษาค่อนข้างยากในรายที่เกิดจากสาเหตุทางพันธุกรรม อาจต้องแยกเลี้ยงลูก หรือฉีดยาเพื่อเพิ่มการหลั่งฮอร์โมน prolactin เพื่อกระตุ้นการสร้างน้ำนม ตลอดจนการเสริมอาหารให้เพียงพอต่อความต้องการของแม่หมา

Dogilike.com :: ความผิดปกติของแม่สุนัขหลังคลอด

       
       ภาวะน้ำนมคั่ง (Galactostasis)
 
       ภาวะนี้อาการจะคล้ายกับภาวะน้ำนมแห้ง แต่ต่างตรงที่ภาวะนี้สามารถสร้างน้ำนมได้ แต่ไม่สามารถหลั่งออกมาได้ ซึ่งอาจเกิดจากความเครียด ความกลัว การที่แม่เลี้ยงลูกไม่เป็น ไม่มีประสบการณ์ในการเลี้ยงลูก หรือการที่ไม่มีลูกมาดูดนม ทำให้ฮอร์โมน oxytocin ไม่หลั่ง  น้ำนมก็เลยไม่ไหล จนทำให้น้ำนมคั่งค้างอยู่ในเต้านม เกิดการคัดเต้าขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคเต้านมอักเสบตามมาได้ บางครั้งเราสามารถพบภาวะนี้ในรายที่ป่วยเนื่องจากภาวะท้องเทียมด้วย (ภาวะท้องเทียม..คลิก)

       เจ้าของอาจช่วยรักษา โดยทำการนวดกระตุ้นบริเวณเต้านม หรือจับลูกมาดูดนมเพื่อช่วยกระตุ้นการหลั่ง หากมีการคัดเต้าอาจช่วยด้วยการประคบอุ่น จำกัดปริมาณอาหารเพื่อลดการผลิตน้ำนมมากเกินไป หรือรักษาโดยการฉีดฮอร์โมน oxytocin เพื่อกระตุ้นให้น้ำนมหลั่ง 

"หากพบว่าเต้านมของแม่หมามีรูปร่างและขนาดผิดปกติ รวมทั้งน้ำนมก็มีลักษณะและสีผิดปกติด้วย เช่น มีตะกอน มีหนอง หรือมีเลือดปน อาจบ่งบอกว่า แม่อาจเป็น “โรคเต้านมอักเสบ (Mastitis)”

     
       โรคเต้านมอักเสบ (Mastitis)
 
       โรคเต้านมอักเสบ เกิดจากการตืดเชื้อบริเวณเต้านม ทำให้เต้านมบวม แดง ร้อน คลำแล้วรู้สึกเจ็บปวด น้ำนมอาจมีสีปกติหรือเปลี่ยนไปก็ได้ แม่หมาอาจจะป่วย ซึม มีไข้ ลูกที่ดูดนมจากเต้านมที่อักเสบเข้าไปอาจจะป่วย อาเจียน ท้องเสีย ไปถึงขั้นเสียชีวิตได้ การรักษาจะใช้การรักษาทางยา เช่น ยาฆ่าเชื้อ ยาแก้อักเสบ ในรายที่เป็นรุนแรงจนเกิดเป็นฝีหรือเนื้อตาย อาจจำเป็นต้องรักษาโดยการผ่าตัด เพื่อนๆ สามารถเข้าไปอ่านรายละเอียดได้ใน (โรคเต้านมอักเสบ...คลิก) 

Dogilike.com :: ความผิดปกติของแม่สุนัขหลังคลอด

       
       การสังเกตว่าแม่มีความผิดปกติในการสร้างหรือหลั่งน้ำนมหรือไม่นั้น บางทีอาจต้องสังเกตอาการของลูกประกอบด้วย เพราะแม่หมาบางตัวทำท่าเลี้ยงลูกให้ดูดนม แต่ความจริงไม่มีนมไหลก็มี ดังนั้นเราควรสังเกตจากตัวลูก ว่าลูกร้องตลอดเวลาหรือไม่ ดูน้ำหนักตัวลูกว่าเพิ่มขึ้นตามสัดส่วนทีเหมาะสมหรือไม่ ซึ่งโดยปกติลูกหมาจะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นวันละ 10% ของน้ำหนักแรกคลอดโดยเฉลี่ย
 

3. ความผิดปกติอื่นๆ ในแม่สุนัขหลังคลอด
 

       ภาวะไข้น้ำนม (Eclampsia)
 
       ภาวะไข้น้ำนม คือ ภาวะที่ร่างกายของแม่สุนัขมีระดับของแคลเซียมในกระแสเลือดต่ำ พบได้บ่อยในช่วง 2 -3 สัปดาห์หลังคลอด อาการของแม่หมาเป็นไข้น้ำนม จะเริ่มจากตัวสั่น เดินเซ ทรงตัวไม่ได้ อ่อนแรง หอบ และมีอาการชักกระตุก ที่สำคัญคือ มีไข้สูง อุณหภูมิมากกว่า 105 องศาฟาเรนไฮต์ ซึ่งจัดว่าเป็น "ภาวะฉุกเฉิน" ที่ต้องรีบช่วยเหลือโดยเร่งด่วน เพื่อนๆ สามารถเข้าไปอ่านรายละเอียดได้ใน (ภาวะไข้น้ำนม...คลิก)

Dogilike.com :: ความผิดปกติของแม่สุนัขหลังคลอด

     
       
ความผิดปกติของแม่สุนัขหลังคลอดนี้ ถึงแม้ว่าจะพบได้ไม่บ่อย แต่ถ้าเกิดขึ้นแล้ว ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบแต่เพียงตัวแม่หมาเท่านั้น ยังส่งผลไปถึงตัวลูกด้วย เพราะแม่หมาอาจไม่สามารถเลี้ยงดูลูกต่อไปได้ เราในฐานะเจ้าของ ต้องหมั่นสังเกตอาการความผิดปกติของแม่หมาหลังคลอดอย่างสม่ำเสมอ หากพบความผิดปกติเกิดขึ้น จะได้แก้ไขได้อย่างทันท่วงที "เพราะถ้าแม่แข็งแรง ลูกก็ย่อมแข็งแรงด้วย...ฉันใด(ก็)ฉันนั้น"
 

 
บทความโดย: หมอต้น Dogilike.com
น.สพ.ธีรภาพ มุสิกานนท์
 
รูปภาพประกอบ:
www.seeingeye.org
www.homesteadingtoday.com
www.dogbreedinfo.com
www.hpathy.com
www.uoguelph.ca
www.dogbreedinfo.com
www.mastitissymptoms.net
www.charmchat.com