โดย: Tonvet

โรคสุดแปลกของสุนัข ที่หลายคนอาจยังไม่เคยรู้จัก

มาทำความรู้จักกับโรคสุดแปลกในสุนัข ที่หลายคนอาจยังไม่เคยรู้ ว่าโรคอย่างนี้ก็มีด้วย

5 ธันวาคม 2555 · · อ่าน (47,881)
434

SHARES


434 shares

Dogilike.com :: โรคสุดแปลกของสุนัข ที่หลายคนอาจยังไม่เคยรู้จัก


      สุนัขเป็นสัตว์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความแปลกและความเป็นที่สุด สุนัขที่ใหญ่ที่สุดอาจมีน้ำหนักมากกว่าสุนัขตัวเล็กที่สุดถึง 80-100 เท่า สุนัขมีจมูกที่ยอดเยี่ยมจึงไม่แปลกที่จะได้รับตำแหน่งนักสะกดรอยที่ดีที่สุด เรื่องความแปลกก็ไม่แพ้ใคร เราคงเคยเห็นสุนัขพันธุ์แปลกๆ มากมาย หลายตัวมีหน้าตาสุดประหลาดไม่เหมือนใคร แต่ใช่ว่าความแปลกจะมีแค่หน้าตาเท่านั้น แม้แต่เรื่องสุขภาพก็ยังไม่วายต้องมี "โรคสุดแปลก" กับเค้าเหมือนกัน
 
     โรคหรือกลุ่มอาการต่อไปนี้ เป็นความผิดปกติที่พบได้ค่อนข้างยาก ส่วนใหญ่จะเป็นผลมาจากพันธุกรรม และเนื่องด้วยมีสุนัขน้อยตัวนักที่เป็น ทำให้หลายคนอาจยังไม่เคยเห็นโรคหรือกลุ่มอาการเหล่านี้มาก่อน หรือบางครั้งอาจจะเคยเห็นสุนัขแสดงอาการเหล่านี้ แต่ไม่ทราบว่าสุนัขกำลังเป็นโรคนี้อยู่ ว่าแต่โรคสุดแปลกของน้องหมามีโรคอะไรบ้าง ... เรามาดูกันครับ  
 

Fly Snapping Syndrome  

 
     กลุ่มอาการไล่งับ (ตะครุบ) แมลง เรียกชื่ออีกอย่างหนึ่งว่า Fly biting หรือ Jaw snapping syndrome สุนัขที่เป็นจะแสดงอาการจ้องมองบางสิ่งแล้วไล่งับหรือไล่งับทันที โดยสิ่งที่จ้องหรืองับนั้นไม่มีอยู่จริง ความผิดปกติดังกล่าว เกิดจากความผิดปกติของสมอง จัดเป็น complex partial seizures เป็นหนึ่งในประเภทของอาการชัก ทำให้สุนัขเกิดอาการประสาทหลอน มองเห็นวัตถุ (แมลง) ที่ไม่มีอยู่จริง  สุนัขบางตัวอาจเลียขาและเท้าหน้าขณะที่กำลังแสดงอาการดังกล่าว 
 



Rage Syndrome

 
     เป็นกลุ่มอาการที่พบได้ไม่บ่อยและพบได้สุนัขบางพันธุ์ ได้แก่ English Cocker Spaniels จึงเรียกอีกชื่อว่า “Cocker Rage หรือ Springer Spaniel Rage” และยังสามารถพบได้ในพันธุ์ Bernese Mountain Dogs, Bull Terriers, Golden Retrievers, Lhaso Apso และ Yorkshire Terriers ได้ด้วย  สุนัขที่เป็นจะแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวโดยที่เราไม่สามารถคาดการณ์หรือควบคุมได้ อยู่ดีๆ ก็ก้าวร้าวขึ้นมา ระหว่างแสดงอาการ จะพบว่าตาแดงและรูม่านตาขยาย หลังจากนั้นไม่กี่นาทีก็สงบลงแล้วก็กลับมาเป็นปกติ พบในสุนัขช่วงอายุ 6 เดือนถึง 3 ปี คาดว่าอาจมีส่วนเกี่ยวกับโรคลมชัก ที่มีผลต่ออารมณ์ความรู้สึกส่วนที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของสมอง หรืออาจเป็นผลมาจากการที่สุนัขมีระดับเซโรโทนินที่ต่ำอันเนื่องมาจากความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ หรืออาจเป็นความผิดปกติที่ถ่ายทอดจากพันธุกรรม ซึ่งพบได้บ่อยในสุนัขพันธุ์ English Cocker Spaniels ที่มีขนสีแดง-ทองและขนสีดำครับ

Dogilike.com :: โรคสุดแปลกของสุนัข ที่หลายคนอาจยังไม่เคยรู้จัก


Lafora Disease 

 
     โรคนี้ตั้งชื่อตามคุณหมอผู้ค้นพบ เป็นความผิดปกติทางพันธุกรรม ที่เกิดจากการกลายพันธุ์ (mutation) ของยีน EPM2A หรือ EPM2B (NHLRC1) ทำให้สุนัขแสดงอาการกล้ามเนื้อกระตุก โดยเฉพาะเมื่อถูกกระตุ้นโดยแสง เสียงและวัตถุเคลื่อนไหวในระยะใกล้ และอาจพบการชักได้ในสุนัขบางตัว รวมถึงอาการอื่นๆ เช่น เซื่องซึม อ่อนแรง เดินเซ ตาบอด และสมองเสื่อม ฯลฯ 

     ความผิดปกตินี้เกิดขึ้นเองและค่อยๆ ดำเนินไปอย่างช้าๆ มักแสดงอาการเมื่อสุนัขอายุ 5-7 ปี โดยเฉพาะในพันธุ์  Miniature wire-haired dachshund, Bassett hound และ Beagle ซึ่งพบได้บ่อย รวมถึงเคยมีรายงานพบในพันธุ์ Miniature Poodle, Pointer, Standard Poodle และ Corgi ด้วย

     ในสุนัขพันธุ์เสี่ยงแนะนำให้ปรับมากินอาหารสูตรป้องกันโรคสมองเสื่อม หรืออาหารสำหรับสุนัขสูงวัยที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ และหลีกเลี่ยงอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรท (แป้ง) เพื่อป้องกันการสะสมของ toxic starch-like material (polyglucosan) หรือ Lafora bodies ภายในเซลล์ของกล้ามเนื้อ ตับ และเซลล์ประสาทครับ
 

 

Alexander Disease

 
     โรคนี้ตั้งชื่อตามคุณหมอผู้ค้นพบเช่นกัน เกิดจากการสูญเสียไมอีลินในสมองและไขสันหลังอย่างรวดเร็ว ไมอีลิน (Myelin) คือ ชั้นไขมันที่หุ้มเซลล์ประสาท ช่วยในการเหนี่ยวนำกระแสประสาท โรคนี้มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า Fibrinoid leukodystrophy หรือ Fibrinoid encephalomyelopathy เป็นความผิดปกติของยีน GFAP (glial fibrillary acidic protein) ทำให้เกิดอาการเดินเซ ก้าวย่างไม่สัมพันธ์กัน บางจังหวะก้าวยาวมากกว่าปกติ อ่อนแรง บางรายไม่สามารถลุกยืนได้ และกลายเป็นอัมพาตตั้งแต่ยังเด็ก โดยโรคดำเนินไปค่อนข้างไว และอาจเสียชีวิตได้ในระยะเวลาอันสั้น พบในลูกสุนัขอายุตั้งแต่ 3-6 เดือน พันธุ์ที่พบได้บ่อย ได้แก่ Rottweiler, Dalmatian, Miniature poodle, Jack Russell, Afghan hounds, Labrador retrievers และ Bernese mountain dogs ครับ

Dogilike.com :: โรคสุดแปลกของสุนัข ที่หลายคนอาจยังไม่เคยรู้จัก


White Shaker Syndrome

 
     ความผิดปกตินี้มักพบในสุนัขพันธุ์เล็กขนสีขาว ได้แก่ Maltese และ West Highland white terrier จึงเป็นที่มาของชื่อกลุ่มอาการ ตลอดจนมีรายงานการพบในสุนัขพันธุ์  Bichon frise, Poodle, Beagle และ Yorkshire terrier ด้วย โดยสุนัขจะแสดงอาการตัวหรือกล้ามเนื้อสั่น ยืนลำบาก เดินลำบาก หัวเอียง ตากระตุก โดยที่สุนัขยังร่าเริงและยังรับรู้ต่อสิ่งเร้าได้อยู่ มักแสดงอาการเมื่อตื่นเต้นหรือพยายามจะทำอะไรบางอย่าง เรียกว่า Intention tremor แต่อาการจะลดลงหรือไม่แสดงอาการ เมื่ออยู่ในช่วงพักหรือกำลังผ่อนคลาย 
 
     สามารถพบความผิดปกตินี้ได้ตั้งแต่อายุ 6 เดือนถึง 3 ปี สาเหตุยังไม่ทราบแน่ชัด บางทฤษฎีอ้างว่า เป็นการอักเสบของสมอง โรคติดเชื้อ หรืออาจเกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย จึงมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Idiopathic steroid responsive shaker syndrome อย่างไรก็ดีสุนัขที่เข้าข่ายและแสดงอาการดังกล่าว ควรได้รับการตรวจสมองและระบบประสาทอย่างละเอียด เพื่อแยกออกจากความผิดปกติทางระบบประสาทอื่นๆ เจ้าของไม่ควรให้สุนัขเครียดหรือตื่นเต้นมากเกินไป 



Narcolepsy

 
     สุนัขที่เป็นจะแสดงอาการหลับผิดปกติ โดยพบอาการหลับแบบกะทันหันหรือฉับพลัน (Sleep attacks) ในขณะที่กำลังทำกิจกรรมอะไรบางอย่าง เช่น กำลังเล่น กำลังกิน ฯลฯ โดยที่ไม่สามารถควบคุมร่างกายให้ไม่หลับได้ หรือเป็นการหมดแรงแบบฉับพลัน (Cataptexy) ซึ่งอาจทรุดตัวลงและหลับไปเพียงไม่กี่วินาทีหรืออาจนานหลายนาทีก็ได้ คล้ายกับอาการเป็นลมหน้ามืดแต่มีสาเหตุแตกต่างกัน อาการอย่างนี้สามารถพบได้เช่นเดียวกับในคน เราอาจเรียกชื่อได้ว่า “โรคลมหลับ” ซึ่งจะเป็นอันตรายมากหากในขณะหลับหัวหรือตัวไปฟาดหรือกระแทกกับวัตถุสิ่งของใดๆ 
 
     เชื่อว่าความผิดปกตินี้อาจถูกถ่ายทอดมาจากพันธุกรรม โดยที่มีปัจจัยเสริมบางอย่าง เช่น โรคอ้วน ขาดการออกกำลังกาย มักพบในสุนัขพันธุ์ Doberman pinscher, Labrador retriever, Dachshund, Saint Bernard, Beagle, Afghan hound, Airedale terrier, Welsh corgi terrier, Alaska malamute, Springer spaniel, Standard poodle, Wire-haired griffon, Australian shepherd, Giant Schnauzer และ Rottweiler พบได้ตั้งแต่อายุ 6 เดือนขึ้นไป สาเหตุเกิดจากการที่สมองขาดสารสื่อประสาทอย่างเช่น hypocretin หรือ orexin ทำให้การควบคุมการหลับผิดปกติไป การลดความตื่นเต้นให้กับสุนัข สามารถช่วยลดอาการดังกล่าวได้ ตลอดจนกิจกรรมที่ให้สุนัขทำต้องคำนึงถึงความปลอดภัยหากเกิดอาการดังกล่าวขึ้นด้วย
 


 

Limber tail syndrome

 
     เป็นความผิดปกติของกล้ามเนื้อหาง พบได้บ่อยในสุนัขพันธุ์ใช้งาน ได้แก่ Labrador Retrievers, English Setters, English Pointers, Foxhounds, Weimaraners, Jack Russell และ Beagles พบในช่วงอายุ 6 เดือนถึง 5 ปี สาเหตุที่แท้จริงยังไม่แน่ชัด คาดว่าเกิดจากการได้รับบาดเจ็บบริเวณใกล้โคนหางจากการออกกำลังกายหนักๆ ว่ายในน้ำที่เย็นจัดหรือร้อนเกินไป สภาพอากาศแปรเปลี่ยน (ในต่างประเทศที่มีหิมะตก) กลุ่มอาการนี้ มีชื่อเรียกต่างๆ ได้แก่ Cold Water Tail, Broken Tail, Dead Tail หรือ Broken Wag สุนัขจะแสดงอาการหางตก ไม่ส่ายหาง ขนที่บริเวณโคนหางตั้งขึ้น อาจเจ็บปวดเมื่อถูกสัมผัส อาการจะดีขึ้นเองภายใน 1 วันถึง 1 สัปดาห์ แต่บางครั้งอาจต้องได้รับยาแก้ปวดและช่วยประคบอุ่นที่หางร่วมด้วย
 

 
     ต้องขอบคุณความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ ตลอดจนพัฒนาการของวิทยาการใหม่ๆ ที่ทำให้เราเข้าใจความผิดปกติของโรคเหล่านี้มากขึ้น จากอาการที่เจ้าของหลายคนอาจมองข้ามไป หรือบ้างคนมองว่าเป็นเรื่องน่าขัน เวลาที่เห็นสุนัขของตัวเองไล่งับแมลงที่ไม่มีอยู่จริงหรือหลับหน้าคะมำคาชามข้าว บัดนี้ได้ถูกเฉลยให้เราได้รู้จักและเข้าใจแล้ว เพื่อนๆ คนไหนที่มีน้องหมาแสดงอาการแปลกๆ เหล่านี้ ก็อย่าปล่อยปะละเลยทิ้งไว้นะครับ ควรพาสุนัขเข้ารับการตรวจและรักษา เพื่อที่จะได้ช่วยเยียวยาอาการดังกล่าวไม่ให้ลุกลามบานปลายมากไปกว่าที่เป็นอยู่ 
 
 
 
 
บทความโดย: หมอต้น Dogilike.com
น.สพ.ธีรภาพ มุสิกานนท์
 
รูปภาพประกอบ:
www.youtube.com
www.foundanimals.org
www.bigbrownbearbear.blogspot.com
www.caninegeneticdiseases.net