โดย: Tonvet

9 วิธีการประหยัดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของสุนัขอย่างมืออาชีพ

มาดูกลเม็ดเคล็ด (ไม่) ลับวิธีการประหยัดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของสุนัขอย่างมืออาชีพกัน

30 มกราคม 2556 · ชอบ  (5)
  • LittleDog...Title
  • 12Dogs
  • พริกขี้หนู
  • iOnz
  • cooky
  • ชอบสิ่งนี้
· แสดงความคิดเห็น (7) · อ่าน (29,559)
296

SHARES


296 shares

Dogilike.com :: 9 วิธีการประหยัดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของสุนัขอย่างมืออาชีพ

  
     ทุกวันนี้อะไรๆ ก็ดูจะแพงขึ้นไปเสียหมดเลยนะครับ ทั้งค่าอยู่ ค่ากิน ค่าเดินทาง ค่าสารพัดจิปาถะ คนรักหมาอย่างเรา ตรงไหนที่พอจะประหยัดได้ก็จำเป็นต้องทำ อย่างเรื่องสุขภาพของน้องหมา ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญและจำเป็นที่จะต้องพาไปรักษา เมื่อน้องหมาเกิดอาการเจ็บป่วย โดยค่าในจ่ายในส่วนนี้ หลายคนรู้สึกว่ามีราคาค่อนข้างสูง ถ้ามีวิธีประหยัดเงินตรงจุดนี้เสียหน่อยก็คงจะดีไม่น้อยเลยว่าไหมครับ 

     และเพื่อเป็นการช่วยลดค่าใช้จ่ายในด้านสุขภาพของน้องหมา วันนี้ มุมหมอหมา มี 9 วิธีประหยัดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของสุนัข ที่น้องหมายังคงได้ประโยชน์และสบายกระเป๋าเจ้าของมืออาชีพอย่างเรามานำเสนอครับ มีอะไรบ้างมาดูกัน  

     1. ดูแลน้องหมาให้มีสุขภาพที่ดีอยู่เสมอ น้องหมาควรได้รับอาหารสำหรับสุนัขคุณภาพดีตรงความต้องการตามช่วงอายุและพันธุ์ (เช่น เล็ก กลาง หรือใหญ่) ออกกำลังกายอย่างเป็นประจำทุกวัน ฉีดกระตุ้นวัคซีนเป็นประจำทุกปี ถ่ายพยาธิทุก 3-6 เดือน ป้องกันพยาธิหนอนหัวใจและเห็บ-หมัดสม่ำเสมอไม่ขาด อาบน้ำและเช็คหูทุก 1-2 สัปดาห์ ตัดเล็บและบีบต่อมก้นทุก 1-2 เดือน ฯลฯ ทุกอย่างต้องเริ่มที่ตัวเราก่อนครับ ผมมักจะเน้นย้ำเสมอว่า “การป้องกันสำคัญกว่าการรักษา” การดูแลสุขภาพน้องหมาให้ดีนั้น ทำได้ง่ายไม่มีอะไรยาก แม้เราจะต้องเสียค่าใช้จ่ายตรงจุดนี้ แต่ก็คุ้มกว่าเงินที่ต้องเสียหากน้องหมาเกิดเจ็บป่วยขึ้นมานะครับ
 

Dogilike.com :: 9 วิธีการประหยัดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของสุนัขอย่างมืออาชีพ

     2. เลี้ยงน้องหมาไม่ให้อ้วน ปัจจุบันสุนัขกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ มีปัญหาน้ำหนักเกินและเข้าข่ายเป็นโรคอ้วน โรคอ้วนเป็นบ่อเกิดของโรคต่างๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น โรคหลอดลมตีบ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคตับอ่อนอักเสบ โรคกระดูกและข้อต่ออักเสบ ฯลฯ หากน้องหมาป่วยด้วยโรคเหล่านี้ เจ้าของจะต้องเสียเงินอีกจำนวนมากในการรักษา โรคบางโรคต้องใช้ระยะเวลาการรักษายาวนาน หรืออาจต้องรักษากันไปตลอดชีวิตเลยก็มี เพื่อตัดไฟแต่ต้นลมเราควรหันมาใส่ใจและเลี้ยงน้องหมาไม่ให้อ้วนกันดีกว่าครับ ที่สำคัญน้องหมาที่ผอมกว่าจะประหยัดรายจ่ายค่ายาได้มากกว่า เพราะขนาดยาคำนวณตามน้ำหนักตัวของน้องหมาครับ (ศึกษาข้อมูลการจัดการโรคอ้วนในสุนัข ..คลิก)
 
     3. ทำหมันตั้งแต่อายุยังน้อย การทำหมันนอกจะช่วยคุมกำเนิดได้แล้ว ยังช่วยในเรื่องสุขภาพได้ด้วย เพราะช่วยลดอุบัติการณ์ของโรคทางระบบสืบพันธุ์ เช่น โรคมดลูกอักเสบติดเชื้อ โรคมะเร็งเต้านมในสุนัขเพศเมีย โรคต่อมลูกหมากโตในสุนัขเพศผู้ ฯลฯ ทั้งยังช่วยส่งเสริมให้น้องหมามีสุขภาพดีขึ้นได้ด้วย เราสามารถพาน้องหมาไปทำหมันได้ตั้งแต่อายุ 4-6 เดือนขึ้นไป ซึ่งการทำหมันตั้งแต่อายุยังน้อย ขณะที่น้ำหนักตัวยังไม่มาก จะเสียค่าผ่าตัดทำหมันและค่าวางยาสลบถูกกว่าครับ (ศึกษาข้อมูลการทำหมันในสุนัข ... คลิก)
 

Dogilike.com :: 9 วิธีการประหยัดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของสุนัขอย่างมืออาชีพ

     4. วางโปรแกรมตรวจสุขภาพให้สุนัข ร่างกายที่ถูกใช้งานมายาวนาน ถึงเวลาก็ควรต้องเข้ารับการตรวจสภาพกันบ้าง การที่น้องหมายังคงร่าเริงดี กินอาหารได้ ขับถ่ายปกติ ไม่ได้หมายความว่า ภายในร่างกายของเค้าจะแข็งแรงสมบูรณ์เสมอไป ร่างกายต้องมีการเสื่อมถอยไปตามกาลเวลา และการที่เรารู้ถึงความผิดปกติได้ก่อน ย่อมทำให้เราสามารถรับมือได้ง่ายกว่า ที่สำคัญยังประหยัดค่าใช้จ่ายกว่าเพราะได้รักษาแต่เนิ่นๆ เจ้าของจึงควรพาสุนัขไปตรวจสุขภาพเป็นประจำอย่างน้อยทุก 6 เดือน ซึ่งอาจใช้โปรแกรมตรวจสุขภาพที่ทางโรงพยาบาลมี โดยเลือกตามความเหมาะสมของน้องหมา จะประหยัดเงินกว่าการตรวจแยกทีละรายการครับ
 
     5. พาสุนัขไปบริจาคเลือด นอกจากการบริจาคเลือดจะได้บุญแล้ว เรายังสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในการตรวจสุขภาพได้ด้วย เพราะสุนัขที่ไปบริจาคเลือดจะได้รับการตรวจสุขภาพอย่างละเอียดโดยที่ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ บางโรงพยาบาลสัตว์อาจมีการฉีดวัคซีนประจำปีให้ฟรีอีกด้วย จึงช่วยให้เจ้าของสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้ไม่น้อยเลยครับ (ศึกษาข้อมูลการบริจาคเลือดในสุนัข ... คลิก)

Dogilike.com :: 9 วิธีการประหยัดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของสุนัขอย่างมืออาชีพ

     6. ทำประกันให้น้องหมา แม้เราจะป้องกันได้ดีเพียงใด แต่บางครั้งภัยที่คาดไม่ถึงก็อาจมาเยือนเราได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุหรือโรคภัยเจ็บไข้ต่างๆ ในเมืองนอกเจ้าของให้ความสนใจทำประกันให้กับสัตว์เลี้ยงกันมาก เพราะค่าใช้จ่ายในการรักษาสัตว์เลี้ยงบ้านเค้าค่อนข้างสูง การทำประกันจึงช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายตรงจุดนี้ไปได้มาก บ้านเราก็มีเหมือนกันครับ บางบริษัทออกกรมธรรม์ประกันภัยสุนัขที่คุ้มครองเรื่องของอุบัติเหตุ ค่ารักษาพยาบาล และความรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอกอันเนื่องมาจากสัตว์เลี้ยง โดยจ่ายเบี้ยประกันเป็นรายปีในราคาที่ไม่แพง แต่ก่อนจะทำควรศึกษาข้อมูลกรมธรรม์ให้ดี รวมถึงเงื่อนไข ข้อยกเว้นต่างๆ ให้ละเอียดถี่ถ้วนก่อนครับ (ศึกษาข้อมูลการทำประกันชีวิตในสุนัข...คลิก) 
 
     7. อย่าลืมสอบถามเรื่องสิทธิประโยชน์ที่อาจได้รับ แต่ละสถานพยาบาลจะมีนโยบายเรื่องสิทธิประโยชน์แตกต่างกันไป ดังนั้นก่อนเข้าใช้บริการ เราควรสอบถามทางเจ้าหน้าที่ว่า เราสามารถใช้สิทธิประโยชน์อะไรได้บ้าง เช่น บางแห่งมีนโยบายลดค่ารักษาให้บุคลากรหรือนักศึกษาภายในมหาวิทยาลัย บางแห่งอาจมีกองทุนสงเคราะห์สัตว์สำหรับช่วยเหลือเจ้าของสุนัขที่มีความเดือดร้อน บางแห่งอาจจัดโครงการพิเศษให้บริการหรือช่วยเหลือสัตว์ เช่น ตรวจสุขภาพฟรี ฉีดวัคซีนฟรี ผ่าตัดทำหมันฟรี ฯลฯ หรือบางแห่งอาจให้สิทธิประโยชน์กับลูกค้าหากเราสมัครเป็นสมาชิก ฯลฯ อย่างไรก็ดีแต่ละสิทธิประโยชน์อาจมีเงื่อนไขแตกต่างกันไป เราต้องศึกษาให้ละเอียดก่อนใช้สิทธิประโยชน์ดังกล่าว เช่น บางโครงการอาจผ่าตัดทำหมันฟรี แต่ไม่ฟรีค่าตรวจเลือดหรือค่าฝากดูแล เป็นต้น 
 

Dogilike.com :: 9 วิธีการประหยัดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของสุนัขอย่างมืออาชีพ

     8. ใช้บริการจากหน่วยงานสาธารณะและสัตวแพทย์อาสา แม้บ้านเรายังไม่มีหลักประกันสุขภาพสุนัข หรือนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรคให้กับสุนัข  แต่ก็ยังดีที่มีกลุ่มคนใจดีมีจิตอาสาออกมาให้บริการประชาชนคนรักษาสุนัขตามแหล่งชุมชนต่างๆ ทั้งบรรดาหน่วยงานของภาครัฐและภาคเอกชน บางหน่วยงานทำเป็นประจำ บางหน่วยงานทำเป็นแบบเฉพาะกิจหรืออาสา ซึ่งเราสามารถพาน้องหมาเข้ารับบริการได้ฟรีหรือเสียค่าบริการที่ไม่แพง เช่น ผ่าตัดทำหมัน ฉีดวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้า ตรวจรักษาโรคเบื้องต้น ฯลฯ อันได้แก่ โครงการสัตวแพทย์พระราชทานฯ หน่วยสัตวแพทย์อาสาจุฬาภรณ์ คลินิกสัตวแพทย์กรุงเทพมหานครทั้ง 7 แห่ง หน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่ของกรุงเทพมหานคร หน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่ของส่วนบำบัดรักษาโรคสัตว์ กรมปศุสัตว์  โครงการสัตวแพทย์อาสา จส.100 โครงการสัตวแพทย์ติดปีก หรือสัตวแพทย์อาสาจากหน่วยงานต่างๆ ฯลฯ โครงการเหล่านี้มีช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้กับเจ้าของ ทั้งยังช่วยให้น้องหมาที่ขาดโอกาส ได้มีโอกาสเข้าถึงบริการของสัตวแพทย์ได้อย่างทั่วถึงด้วยครับ
 
     9. ใช้เทคโนโลยีที่มีให้เป็นประโยชน์ เทคโนโลยีปัจจุบันทำให้โลกแคบลง นั้นหมายความว่าเราสามารถพบสัตวแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญได้ทั่วโลกโดยที่ไม่ต้องเดินทางไปหา ช่วยให้ประหยัดเงินค่าเดินทาง ประหยัดเวลา แถมไม่ต้องเสียค่าตรวจหรือค่าธรรมเนียมสัตวแพทย์อีกด้วย เพื่อนๆ สามารถบันทึกข้อสงสัยหรือความผิดปกติของน้องหมาทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวลงในมือถือแล้วส่งข้อมูลมาให้คุณหมอ หรือสนทนาผ่านเฟสไทม์หรือแอพพลิเคชั่นต่างๆ ในแบบเรียลไทม์ ทำให้เห็นหน้ากันทั้งสองฝ่าย ช่วยให้ทราบถึงปัญหาได้อย่างทันเวลา ทำให้คุณหมอสามารถวินิจฉัยและให้คำแนะนำการช่วยเหลือในเบื้องต้นได้ แต่หากรายไหนที่คุณหมอต้องการตรวจเพิ่มเติมหรือต้องได้รับการรักษาที่จำเพาะ ก็จะนัดให้พามาพบต่อไปครับ
 

Dogilike.com :: 9 วิธีการประหยัดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของสุนัขอย่างมืออาชีพ

     เพราะโลกเปลี่ยนโรคก็เลยเปลี่ยนตาม อดีตเราเลี้ยงน้องหมาแบบบ้านๆ ไม่ต้องพาไปหาคุณหมอสุขภาพก็แข็งแรงได้ไม่เจ็บไม่ป่วย แต่ทุกวันนี้วิถีชีวิตเปลี่ยน สภาพแวดล้อมเปลี่ยน โรคภัยไข้เจ็บก็พัฒนาความรุนแรงมากขึ้น คราวใดที่น้องหมาเจ็บป่วยขึ้นมา เจ้าของหลายคนถึงกับต้องเงยหน้าปาดเหงื่อ เพราะต้องเสียทั้งค่ารักษา เสียทั้งเวลา ที่สำคัญยังเสียอารมณ์เป็นทุกข์แทนสัตว์เลี้ยงแสนรักไปด้วย คงจะดีไม่น้อยที่มีวิธีแบ่งเบาภาระตรงจุดนี้ไปได้ ลองนำวิธีเหล่านี้ไปใช้ดูครับ หวังว่าจะช่วยเพื่อนๆ ประหยัดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของสุนัขไปได้ไม่น้อย

     แล้วเพื่อนๆ ล่ะครับมีวิธีประหยัดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของสุนัขแบบมืออาชีพที่ไม่ซ้ำแบบใครอย่างไรกันบ้าง ลองเสนอความคิดเห็นและแชร์ประสบการณ์ด้านล่างนี้ได้เลยครับ ไอเดียคนไหนโดนใจรับของที่ระลึกจาก หมอต้น ด็อกไอไลค์ ส่งตรงถึงบ้านกันฟรีๆ เลย 1 รางวัลครับ (หมดเขต 28 ก.พ. 2556) 
 
 
บทความโดย: หมอต้น ด็อกไอไลค์
น.สพ.ธีรภาพ มุสิกานนท์
 
รูปภาพประกอบ:
www.gigabite-the-chihuahua.blogspot.com
www.bestbullysticks.com
www.dogblogpedia.com
www.dreamstime.com
www.dld.go.th
www.whatisthebestdoginsurance.com