โดย: Tonvet

กระเพาะบิดในสุนัข ถึงเสี่ยง ... แต่เลี่ยงได้

มาเรียนรู้และเข้าใจ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเลี้ยงเสียใหม่ เพื่อทำให้น้องหมาห่างไกล โรคกระเพาะบิดกันเถอะ

12 มิถุนายน 2556 · ชอบ  (2)
  • MoMoRin
  • MooPuy
  • ชอบสิ่งนี้
· แสดงความคิดเห็น (0) · อ่าน (31,157)
270

SHARES


270 shares

Dogilike.com :: กระเพาะบิดในสุนัข ถึงเสี่ยง ... แต่เลี่ยงได้


     ภาวะกระเพาะอาหารขยายตัวและบิดหมุน (Gastric dilatation and volvulus) หรือที่เรามักจะคุ้นกันในชื่อว่า โรคกระเพาะบิด นั้น จัดเป็นภาวะฉุกเฉินที่พบได้บ่อยในน้องหมาพันธุ์ใหญ่และพันธุ์ใหญ่ยักษ์ ที่มีน้ำหนักมากกว่า 23 กิโลกรัมขึ้นไป โดยเฉพาะน้องหมาพันธุ์ใหญ่ที่มีโครงสร้างช่องอกลึกและแคบ มักจะเสี่ยงเกิดโรคนี้ได้ง่ายเป็นพิเศษ แม้ว่าอุบัติการณ์ของโรคนี้จะพบได้ไม่บ่อย แต่หากเกิดขึ้นกับน้องหมาตัวใดแล้ว ก็สร้างความเสียหายทั้งต่อร่างกายและชีวิตของน้องหมาได้ไม่น้อย
 

ที่มาของความเสี่ยง


    หากเปรียบกระเพาะอาหารเหมือนกับถุงสักใบที่อยู่ภายในช่องท้อง เมื่อมีอาหาร ของเหลว หรือแก๊สเข้าไปสะสม จะทำให้ถุงเกิดการพองขยายคล้ายลูกโป่ง ซึ่งบางทีก็อาจจะแค่พองขยายเฉย ๆ เรียกว่า Gastric dilatation หรือ  Bloat แต่เมื่อใดที่สุนัขมีการเคลื่อนไหวหรือกลิ้งตัวไปมา ก็อาจทำให้ถุงที่โป่งพองอยู่ในท้องนั้นเกิดการบิดหมุนได้
 

Dogilike.com :: กระเพาะบิดในสุนัข ถึงเสี่ยง ... แต่เลี่ยงได้


     ในทางตรงกันข้าม สุนัขบางรายที่มีเอ็นช่วยยึดในส่วนของตับกับกระเพาะอาหาร (hepatogastric ligament) ยืดยาวกว่าปกติ ก็อาจพบการบิดของกระเพาะอาหารเกิดขึ้นได้ก่อน แล้วไปปิดกั้นอุดตันหลอดอาหารและส่วนปลายของกระเพาะอาหาร จนเกิดการพองขยายเนื่องจากการหมักของสิ่งที่อยู่ในกระเพาะอาหารตามมา แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก่อนหรือหลัง ก็อันตรายกับตัวของน้องหมาด้วยกันทั้งนั้น
 

เสี่ยงอย่างไร


    การบิดตัวของกระเพาะอาหารมักจะหมุนตามทิศทางของเข็มนาฬิกา โดยหมุนได้ตั้งแต่ 90 องศา 180 องศา 270 องศา หรืออาจบิดหมุนไปจนถึง 360 องศาเลยก็มี ซึ่งผลที่ตามมานอกจากตัวกระเพาะอาหารจะอยู่ผิดตำแหน่งแล้ว อวัยวะต่าง ๆ ที่พ่วงอยู่ติดกัน ก็จะอยู่ผิดตำแหน่งตามไปด้วย ทำให้เกิดการคั่งของเลือดตามอวัยวะต่าง  ๆ เช่น ตับ ม้าม ไต และระบบทางเดินอาหาร จนปริมาณเลือดที่จะกลับเข้าสู่หัวใจลดน้อยลง เกิดความดันต่ำ อวัยวะขาดออกซิเจน เลือดเป็นกรด ส่งผลให้สุนัขเกิดภาวะช็อก (Hypovolemic shock) และเสียชีวิตได้อย่างรวดเร็ว ทั้ง ๆ ทีไม่เคยมีประวัติการป่วยใด ๆ มาก่อนเลย
 

Dogilike.com :: กระเพาะบิดในสุนัข ถึงเสี่ยง ... แต่เลี่ยงได้


 

ใครเสี่ยง


    อย่างที่ได้กล่าวไปว่า สุนัขกลุ่มเสี่ยงก็มักจะเป็นกลุ่มสุนัขพันธุ์ใหญ่ที่มีช่องอกลึกและแคบ อันได้แก่ Great Danes (มีความเสี่ยงสูงที่สุด) , German Shephards, Doberman pinchers, Akita, Bloodhound, Collie, Irish Setter, Irish Wolfhound, Newfoundland, Rottweiler, Saint Bernard, Standard Poodle, Labrador Retriever, Golden Retriever, Boxer และ Weimaraner แต่ก็มีสุนัขพันธุ์กลางบางพันธุ์ที่มีความเสี่ยงเกิดภาวะนี้ได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น Basset hound, Cocker Spaniel, Shar Pei, Chao Chao ฯลฯ ซึ่งจากประสบการณ์ส่วนตัวของผม ที่พบอยู่รายหนึ่งตอนสมัยเรียนสัตวแพทย์ก็เป็นสุนัขพันธุ์ Bulldog ครับ

    ซึ่งความเสี่ยงอาจจะยิ่งเพิ่มมากขึ้น หากสุนัขตัวนั้นเป็นสุนัขพันธุ์แท้ เป็นสุนัขที่มีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ เป็นสุนัขที่มีอายุมากกว่า 8 ปีขึ้นไป เพราะจะเกิดความหย่อนยานของ hepatogastric ligament มากขึ้น เป็นสุนัขเพศเมีย และเป็นสุนัขที่ยังไม่ได้ทำหมัน โดยจากการศึกษาของคุณหมอ Glickman และคณะ ในสุนัข 1,843 ตัว พบว่าเกิดในสุนัขเพศเมีย 54.1% ในสุนัขเพศผู้ 45.9% ส่วนในสุนัขที่ทำหมันแล้ว จะพบเป็นแค่เพียง 10.1% ในสุนัขเพศผู้ และ 16.5% ในสุนัขเพศเมียเท่านั้นครับ
 

Dogilike.com :: กระเพาะบิดในสุนัข ถึงเสี่ยง ... แต่เลี่ยงได้


    นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ อีก เช่น ผลจากความเข้มข้นของ gastrin ที่เพิ่มขึ้น ทำให้กระเพาะอาหารมีการบีบตัวลดลง จนเกิด Delayed gastric emptying ตามมา การผ่าตัดเอาม้ามออกในสุนัขบางราย การที่มีเนื้องอกอุดตันกระเพาะอาหารส่วน Pylorus  การกินสิ่งแปลกปลอมเข้าไปอุดตัน หรือแม้แต่การที่กล้ามเนื้อหูรูดมีปัญหา ล้วนแล้วแต่ส่งเสริมความเสี่ยงให้เกิดภาวะกระเพาะอาหารขยายตัวและบิดหมุนตามมาได้ทั้งนั้น
 

ความเสี่ยงที่ผู้เลี้ยงสามารถเลี่ยงได้


    จากปัจจัยเสี่ยงที่ มุมหมอหมา ได้กล่าวไปข้างต้น บางกรณีเราอาจหลีกเลี่ยงได้ยาก โดยเฉพาะหากเป็นความผิดปกติทางโครงสร้าง ที่ติดตัวน้องหมามาแต่กำเนิด ดังนั้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้เลี้ยงจึงมีความสำคัญ เพราะยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ที่อาจก่อให้เกิดภาวะกระเพาะอาหารขยายตัวและบิดหมุนได้ ซึ่งมักมีสาเหตุมาจากการเลี้ยงดูที่ไม่ถูกต้อง เพื่อน ๆ สามารถเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ได้ โดยปฏิบัติดังนี้ครับ 
 

Dogilike.com :: กระเพาะบิดในสุนัข ถึงเสี่ยง ... แต่เลี่ยงได้

  
    1 หลีกเลี่ยงการให้สุนัขกินอาหารมื้อใหญ่เพียงวันละมื้อเดียว ควรปรับมาให้กินอาหารวันละ 2-3 มื้อแทน โดยแบ่งให้กินอาหารปริมาณคราวละน้อย ๆ และฝึกให้น้องหมากินอาหารอย่างช้า ๆ

    2 หลีกเลี่ยงการให้สุนัขกินอาหารที่อาจก่อให้เกิดท้องอืดได้ง่าย เช่น น้ำอัดลม พืชตระกูลถั่ว ธัญพืชต่าง ๆ รวมทั้งอาหารเปียกหรืออาหารเม็ดแช่น้ำด้วย นอกจากนี้ยังควรลดอาหารที่มีไขมันและความชื่นสูง โดยเพิ่มอาหารที่มีไฟเบอร์แทน บางรายแนะนำว่า ไม่ควรให้น้องหมากินน้ำทันทีหลังอาหาร อาจรอไปก่อนประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วจึงค่อยให้กินน้ำ

    3 หลีกเลี่ยงการให้อาหารสุนัขรวมกันไว้ในบริเวณเดียวกัน เพราะหากมีน้องหมาหลายตัว จะเข้ามาแย้งและรีบกินอาหารอย่างรวดเร็ว เราควรแยกบริเวณให้อาหารกับสุนัขแต่ละตัวออกจากกันคนละมุม อย่าให้เห็นกันเลยได้ยิ่งดี โดยให้อาหารพร้อมกันจะได้ไม่มีใครมาแย้งอาหารของใคร  

     4 หลีกเลี่ยงการให้สุนัขออกกำลังกายหนัก ๆ กลิ้งตัวไปมาหลังกินอาหาร อย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง เพื่อให้อาหารบางส่วนที่ถ่วงอยู่ในกระเพาะได้ถูกย่อย แล้วส่งผ่านต่อไปยังลำไส้ จะไม่เกิดกระเพาะอาหารบิดหมุน
 

Dogilike.com :: กระเพาะบิดในสุนัข ถึงเสี่ยง ... แต่เลี่ยงได้


     5 หลีกเลี้ยงการเลี้ยงที่ทำให้สุนัขเกิดความกลัวหรือเครียด เพราะความเครียดจะส่งผลให้กระเพาะอาหารบีบตัวลดลง จึงไปเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดโรคมากขึ้น

     6 หลีกเลี่ยงการใช้สุนัขที่มีประวัติการป่วยเช่นนี้เป็นพ่อหรือแม่พันธุ์ เพื่อป้องกันการถ่ายทอดความผิดปกติทางพันธุกรรมส่งต่อไปยังรุ่นลูกรุ่นหลาน จึงควรให้ผ่าตัดทำหมันไปเลย ซึ่งสุนัขที่ทำหมันแล้วจะการเกิดภาวะกระเพาะอาหารขยายตัวและบิดหมุน น้อยกว่าสุนัขที่ยังไม่ได้ทำหมัน

     7 ในสุนัขบางรายที่มีความเสี่ยงสูง แนะนำให้ผ่าตัดเย็บตรึงกระเพาะไว้กับผนังช่องท้อง (Gastropexy) ไว้ก่อนเลย ตั้งแต่อายุยังน้อย จะได้ไม่เกิดการบิดของกระเพาะในอนาคต
 

เลี่ยงไม่ได้แล้ว จะทำอย่างไรดี


     น้องหมาที่เกิดภาวะกระเพาะอาหารขยายตัวและบิดหมุน มักจะเกิดตามมาหลังจากที่กินอาหาร โดยเป็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นมาอย่างกะทันหัน ทั้ง ๆ ที่น้องหมาตัวนั้นก็มีร่างกายแข็งแรงดี ร่าเริงดี แลดูไม่มีความผิดปกติอะไรมาก่อนหน้า แต่จู่ ๆ กลับก็มีอาการผิดปกติขึ้นมา โดยทำท่าจะอาเจียนแต่ไม่มีอะไรออกมา มีน้ำลายไหลมาก โก่งตัว ท้องกางขยายใหญ่ขึ้นอย่างเฉียบพลัน น้องหมาจะหอบ หายใจลำบาก เนื่องจากกระเพาะอาหารที่ขยายใหญ่ไปกดเบียดกล้ามเนื้อกระบังลม เหงือกและลิ้นม่วง บางตัวล้มลงนอน ตัวสั้น แล้วร้องครางเนื่องจากความเจ็บปวด หากเราใช้นิ้วเคาะบริเวณท้องที่กางขยายอยู่เบา ๆ จะได้ยินเสียงคล้ายเสียงตีกลอง เพื่อน ๆ คนไหนที่พบอาการแบบนี้ ก็ไม่ต้องคิดอะไรมาก ให้รีบพาน้องหมาแว้นมาหาคุณหมอได้เลย เพราะถ้าได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที จะสามารถเพิ่มอัตราการรอดชีวิตได้สูง
 

Dogilike.com :: กระเพาะบิดในสุนัข ถึงเสี่ยง ... แต่เลี่ยงได้


     ซึ่งการช่วยเหลือน้องหมาของคุณหมอในเบื้องต้น จะทำการแก้ไขภาวะช็อกก่อน ด้วยการเปิดเส้นให้สารน้ำ ให้ออกซิเจน แก้ไขภาวะเลือดเป็นกรด ฯลฯ จากนั้นจะรีบทำการระบายแก๊สหรือของเหลวที่สะสมอยู่ในกระเพาะอาหาร ด้วยการสอดเข้าทางปากหรือทำการเจาะระบายออก รอจนกว่าน้องหมาจะมีอาการคงที จึงจะทำการผ่าตัดรักษา เพื่อบิดตำแหน่งของกระเพาะให้กลับคืนเข้าที่  โดยอาจจะทำการเย็บตรึงผนังกระเพาะอาหารกับผนังช่องท้องอย่างถาวร เพื่อป้องกันการกลับมาบิดหมุนได้ใหม่ในอนาคตครับ

     โรคกระเพาะบิดเปรียบเสมือนพญามัจจุราช ที่มาพรากชีวิตน้องหมาของเราไปอย่างไม่ทันได้ล่ำลา มีสุนัขหลายตัวต้องตายไปก่อนวัยอันควรก็เพราะโรคนี้ มุมหมอหมา ไม่อยากให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดกับน้องหมาของใคร จึงอยากให้พวกเราชาว ด็อกไอไลค์ (Dogilike) อ่านบทความตอนนี้ให้เข้าใจ แล้วนำกลับไปปรับใช้ เพราะ “โรคกระเพาะบิด เสี่ยง...แต่เลี่ยงได้” ครับ

 


บทความโดย: หมอต้น ด็อกไอไลค์
น.สพ.ธีรภาพ มุสิกานนท์
www.dogilike.com
http://family.dogilike.com/tonvet/

ข้อมูลอ้างอิงบางส่วน:
Lawrence T. Glickman, Nita W. Glickman, Diana B. Schellenberg, Malathi Raghavan and Tana L. Lee. Incidence of and breed-related risk factors for gastric dilatation-volvulus in dogs.  
JAVMA, Vol 216, No. 1, January 1, 2000

รูปภาพประกอบ:
www.ausemergencyvet.wordpress.com
www.speakingforspot.com
www.merckmanuals.com
www.greatdanedog.net
www.petnewsandviews.com
www.mountainviewdogtraining.com
www.studyblue.com