โดย: Tonvet

เมื่อน้องหมาป่วยเป็นโรคตับอ่อนอักเสบต้องดูแลอย่างไร

มาดูกันต่อกับวิธีการรักษาโรคตับอ่อนอักเสบ รวมถึงการจัดการทางโภชนาการเพื่อรับมือกับโรคนี้

30 เมษายน 2557 · ชอบ  (0) · แสดงความคิดเห็น (1) · อ่าน (57,197)
639

SHARES


639 shares

Dogilike.com :: เมื่อน้องหมาป่วยเป็นโรคตับอ่อนอักเสบต้องดูแลอย่างไร

    
     โรคตับอ่อนอักเสบ (Pancreatitis) เป็นการอักเสบในส่วนของตับอ่อน อวัยวะเล็ก ๆ ที่ทำหน้าที่ในการสร้างน้ำย่อยและฮอร์โมนให้กับร่างกายของน้องหมา เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเราได้ทราบกันไปแล้วว่า อะไรเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้น้องหมาของเราป่วยเป็นโรคนี้ได้บ้าง ทั้งเรื่องของพันธุ์ น้ำหนักตัว อาหารที่กิน รวมถึงโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ  ที่ส่งผลทำให้น้องหมาของเราป่วยเป็นโรคตับอ่อนอักเสบได้
 
     สัปดาห์นี้มาดูกันต่อในส่วนของการรักษา ร่วมถึงการดูแลและการจัดการทางโภชนาการ เพื่อรับมือและป้องกันโรคตับอ่อนอักเสบในน้องหมากันครับ

 

การรักษาโรคขึ้นกับระดับความรุนแรง

 
     น้องหมาที่ป่วยเป็นโรคตับอ่อนอักเสบจะมีอาการหลากหลายและไม่จำเพาะ เช่น ซึม เบื่ออาหาร อาเจียน ปวดช่องท้องส่วนหน้าอย่างรุนแรง ท้องเสีย อ่อนแรง และมีภาวะขาดน้ำ ฯลฯ ซึ่งสามารถแบ่งระดับอาการออกตามความรุนแรงอย่างง่ายได้  3 ระดับ คือ รุนแรงน้อย รุนแรงปานกลาง และรุนแรงมาก สำหรับรายที่แสดงอาการรุนแรงน้อย พยากรณ์โรค (prognosis) จะดี เนื่องจากไม่มีภาวะแทรกซ้อนใด ๆ คุณหมอจะให้สารน้ำใต้ผิวหนังและฉีดยาให้ จากนั้นอาจพิจารณารักษาแบบไป-กลับ (สัตว์ป่วยนอก) โดยให้เจ้าของดูแลน้องหมาได้ด้วยตัวเองที่บ้าน แต่ต้องพาน้องหมามาพบคุณหมอที่นัดไว้ 

Dogilike.com :: เมื่อน้องหมาป่วยเป็นโรคตับอ่อนอักเสบต้องดูแลอย่างไร

    
     ส่วนในรายที่แสดงอาการป่วยระดับรุนแรงปานกลางถึงรุนแรงมาก แบบนี้คุณหมออาจพิจารณารับตัวไว้รักษาที่โรงพยาบาลสัตว์ เพราะสุนัขป่วยกลุ่มนี้จะมีภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ตามมาได้ง่าย บางรายอาจเกิดภาวะขาดน้ำรุนแรง หัวใจเต้นผิดจังหวะ ไตวายเฉียบพลัน เกิดภาวะ disseminated intravascular coagulation (DIC) การทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ภายในร่างกายล้มเหลว และเกิดภาวะช็อก จนอาจทำให้สุนัขเสียชีวิตได้ ซึ่งพยากรณ์โรคของสุนัขที่ป่วยระดับนี้ จะอยู่ในระดับปานกลาง (Fair) ถึงแย่มาก (Grave) จำเป็นที่จะต้องได้รับการรักษาและการดูแลอย่างใกล้ชิดจากสัตวแพทย์ ซึ่งวิธีการรักษาส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นที่การรักษาแบบประคองอาการครับ

 

การดูแลน้องหมาป่วยเป็นโรคตับอ่อนอักเสบที่บ้าน

 
     ในรายที่เจ้าของสามารถพาน้องหมากลับมาดูแลเองได้ เจ้าของจะต้องป้อนยาที่คุณหมอจ่ายมาให้น้องหมาอย่างเคร่งครัด โดยยาที่มี ก็ได้แก่ ยาระงับอาเจียน ยาลดกรด ยาแก้ปวด ยาฆ่าเชื้อ (บางราย) แต่ที่สำคัญที่สุดเลย ก็คือ เจ้าของจะต้องงดให้อาหารสุนัขทุกชนิด (NPO) เป็นเวลา 24-48 ชั่วโมงหรือมากกว่า เพื่อให้ตับอ่อนได้พักผ่อนและลดการทำงานลง เพราะหากเราให้อาหารในช่วงนี้ จะยิ่งเป็นการไปกระตุ้นให้ตับอ่อนหลั่งเอนไซม์ออกมาย่อยทำลายตัวเอง (autodigestion) มากขึ้น ให้รอจนกว่าการอาเจียนจะทุเลาลง 

Dogilike.com :: เมื่อน้องหมาป่วยเป็นโรคตับอ่อนอักเสบต้องดูแลอย่างไร

    
     จากนั้นค่อย ๆ ทยอยป้อนอาหารอ่อนหรืออาหารเหลวรักษาโรค โดยเริ่มจากการป้อนน้ำก่อน แล้วตามด้วยอาหารทีละน้อย ๆ อาจแบ่งให้ 4-6 มื้อย่อย ๆ ต่อวัน เพื่อให้ตับอ่อนของน้องหมาที่กำลังป่วยอยู่ค่อย ๆ ปรับสภาพ แล้วสังเกตอาการ ถ้ามีอาเจียนอยู่อีก ก็ให้งดอาหารต่อไปก่อน 12-24 ชั่วโมง จากนั้นจึงค่อยกลับมาเริ่มต้นให้อาหารใหม่ ซึ่งในรายที่เป็นแบบรุนแรงน้อย การฟื้นตัวจะใช้เวลา 7-10 วัน ช่วงนี้ควรให้อาหารที่มีไขมันต่ำ (น้อยกว่า 10 % dry matter fat) มีคาร์โบไฮเดรตสูง และโปรตีนปานกลาง จนเมื่อกลับมาฟื้นตัวดีแล้ว จึงค่อยให้สุนัขกินอาหารตามปริมาณพลังงานปกติที่ร่างกายต้องการต่อวันในสัดส่วนที่ปกติต่อไป แต่ในรายที่เป็นตับอ่อนอักเสบแบบเรื้อรังจะต้องจำกัดการกินไขมันไปตลอดเลยครับ 

 

การจัดการทางโภชนาการ

 
     สำหรับอาหารที่เจ้าของที่ต้องจัดให้น้องหมาป่วยนั้น ปัจจุบันค่อนข้างสะดวก เนื่องจากมีอาหารสำเร็จรูปเฉพาะโรค เช่น อาหารสูตร Gastro-Intestinal Low Fat ซึ่งมีไขมันต่ำ (6-7%) มีทั้งรูปแบบอาหารเม็ดและอาหารกระป๋องให้เลือก แต่บ้านไหนที่ทำอาหารให้น้องหมากินเอง อาจจะจัดการในเรื่องปริมาณสารอาหารยากสักหน่อย แต่วันนี้ มุมหมอหมา มีสูตรอาหารง่าย ๆ มาแนะนำ โดยให้เลือกใช้เนื้อสัตว์ไขมันต่ำ เช่น เนื้ออกไก่ต้มสุก ฉีกเป็นชิ้นฝอยเล็ก ๆ กับข้าวขาวที่ต้มให้เละเป็นโจ๊กเพื่อให้ย่อยง่าย (ข้าว 1 ส่วน ต้มกับน้ำ 4 ส่วน) หรืออาจใช้เป็นมันฝรั่งต้มแทนก็ได้ครับ โดยช่วงแรกให้อาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง โดยให้ผสมข้าว 2 ใน 3 ส่วน กับเนื้อสัตว์ไขมันต่ำ 1 ใน 3 ส่วน ให้สุนัขกิน 

Dogilike.com :: เมื่อน้องหมาป่วยเป็นโรคตับอ่อนอักเสบต้องดูแลอย่างไร

    
     โดยค่อย ๆ ทยอยป้อนเช่นกัน กินมื้อละน้อย ๆ โดยแบ่งกินวันละ 4-6 มื้อต่อวัน เพื่อไม่ให้ตับอ่อนทำงานหนักเกินไป พร้อมกับสังเกตอาการน้องหมาอย่างใกล้ชิด หากให้อาหารแล้วน้องหมาสามารถกินได้และไม่แสดงอาการอาเจียนออกมาให้เห็น ให้พิจารณาเพิ่มอาหารประเภทโปรตีน โดยปรับการผสมข้าวกับเนื้อสัตว์เป็น 1 ต่อ 1 ส่วน อย่างไรก็ดีอาหารปรุงที่เองนี้อาจทำให้สุนัขได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน จึงไม่แนะนำให้สุนัขกินในระยะยาวครับ
 
 

วิธีป้องกันโรคตับอ่อนอักเสบในสุนัข

 
     สุนัขที่ป่วยเป็นโรคตับอ่อนอักเสบแบบเฉียบพลัน แม้จะรักษาหายแล้ว ยังมีโอกาสกลับมาเป็นโรคได้อีก บางรายเป็น ๆ หาย ๆ กลายเป็นโรคตับอ่อนอักเสบแบบเรื้อรังก็มี ส่งผลให้เกิดความผิดปกติเกี่ยวกับระบบการสร้างน้ำย่อย ก่อให้เกิดโรค Exocrine Pancreatic Insufficiency (EPI) หรือเกิดความผิดปกติเกี่ยวกับการสร้างฮอร์โมน ก่อให้เกิดโรคเบาหวานตามมาได้ 
 
     ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันในระยะยาว เจ้าของควรให้สุนัขที่อ้วนลดน้ำหนัก จำกัดปริมาณพลังงานในอาหารที่กินเข้าไป หมั่นชวนสุนัขออกกำลังกายเป็นประจำ ที่สำคัญคือ หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง (ไขมันไม่ควรเกิน 12-15 % dry matter fat) เช่น อาหารจำพวกของทอดต่าง ๆ และอาหารที่ผัดด้วยน้ำมัน อย่างไรก็ดีสุนัขที่กินอาหารไขมันต่ำเป็นเวลานาน ๆ ก็อาจทำให้ขาดวิตามินสำคัญบางอย่างไรได้ เช่น วิตามินเอ วิตามินดี ฯลฯ เราสามารถช่วยชดเชยได้ด้วยการเสริมน้ำมันตับปลา (Cod Liver Oil) ให้กับสุนัขตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ ส่วนสุนัขพันธุ์เสี่ยงหรือสุนัขที่มีระดับไขมันในกระแสเลือดสูง (hyperlipidemia) โดยเฉพาะในส่วนของไตรกลีเซอไรด์ (Triglycerides) การเสริมน้ำมันปลา (Fish oil) ตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ จะสามารถช่วยลดไขมันในเลือดได้ครับ

Dogilike.com :: เมื่อน้องหมาป่วยเป็นโรคตับอ่อนอักเสบต้องดูแลอย่างไร

    
     โรคตับอ่อนอักเสบในสุนัข สามารถเกิดขึ้นได้กับสุนัขทุกตัว โดยสาเหตุที่พบก็มาจากการที่เจ้าให้สุนัขกินอาหารที่ไขมันสูงเป็นประจำ มีระดับไขมันในกระแสเลือดสูง หรือมีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน สุนัขที่ป่วยจะแสดงอาการไม่จำเพาะ แต่สามารถตรวจทราบได้จากชุดตรวจโรคตับอ่อนอักเสบ (cPLI) เมื่อเป็นแล้วการรักษาขึ้นกับระดับความรุนแรง แต่ในช่วงแรกจะเป็นต้องให้สุนัขงดอาหารทุกชนิดอย่างน้อย 24-48 ชั่วโมงหรือมากกว่า สุนัขที่ไม่มีภาวะแทรกซ้อนจะกลับมาฟื้นตัวได้ภายในเวลาไม่นาน แต่จะดีกว่า...ถ้าเราทุกคนรู้จักป้องกัน ลองนำวิธีการดูแลเหล่านี้ไปปรับใช้กันดูนะครับ 
 


 
 
บทความโดย: หมอต้น ด็อกไอไลค์
น.สพ.ธีรภาพ มุสิกานนท์
 
อ้างอิงข้อมูลบางส่วน:
 
Panagiotis G. Xenoulis, Jan S. Suchodolski and Jörg M. Steiner. Chronic Pancreatitis in Dogs and Cats. COMPENDIUM. March 2008: page 166-180
 
Remillard RL. 2002. Pocket companion to Small animal clinical nutrition. Mark Morris Institute. 4th edition: page 682-691 
 
http://www.whole-dog-journal.com/issues/11_11/features/Canine-Pancreatitis-Symptoms-and-Treatment_16081-1.html?zkPrintable=1&nopagination=1 
 
รูปภาพประกอบ:
www.mydog-parlance.blogspot.com
wwww.amazing-creature.blogspot.com
www.allposters.co.uk
www.eatslowerpetdishes.com
www.petiquettedog.com