โดย: Tonvet

รู้จักไรในหู (Ear mites) ศัตรูตัวสำคัญของสุนัขและแมว

ไรในหู (Ear mites) สาเหตุสำคัญของโรคช่องหูอักเสบ ที่ติดต่อระหว่างสุนัขและแมวได้

21 พฤษภาคม 2557 · ชอบ  (0) · แสดงความคิดเห็น (0) · อ่าน (83,556)
1,438

SHARES


1,438 shares

Dogilike.com :: รู้จักไรในหู (Ear mites) ศัตรูตัวสำคัญของสุนัขและแมว


     สวัสดีครับชาวด็อกไอไลค์ (Dogilike) ทุกคน เมื่อหลายสัปดาห์ก่อน มีเจ้าของพาน้องหมาตัวหนึ่งมารักษาด้วยอาการ คันหูอย่างรุนแรง เจ้าของแจ้งว่า สุนัขมักชอบสะบัดหัว และใช้ขาหลังมาเกาหูบ่อย ๆ จนขนที่ใบหูและบริเวณโดยรอบขนร่วง พอเปิดดูด้านในใบหูและช่องหูก็พบว่า น้องหมามีผิวหนังแดงอักเสบอย่างเห็นได้ชัด ในช่องหูมีขี้หูจำนวนมาก ลักษณะออกสีดำ ๆ จึงได้ทำการเก็บตัวอย่างของขี้หูมาตรวจ ผลก็ปรากฏว่า น้องหมามีตัวไรในหู (Ear mites) 
 
     หลังจากได้สอบถามประวัติเพิ่มเติมก็พบว่า พี่สาวของเจ้าของได้เลี้ยงแมวไว้ตัวหนึ่งด้วย สังเกตเห็นว่าน้องแมวก็ชอบเกาหูเหมือนกันแต่ไม่บ่อย ที่แรกเข้าใจว่า เป็นพฤติกรรมตามธรรมชาติของแมว จึงไม่ได้เอะใจอะไร ปกติแล้วแมวและสุนัขคู่นี้จะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันภายในบ้าน ส่วนตัวน้องแมวมีโอกาสออกไปเที่ยวนอกบ้านอิสระเป็นบางครั้ง จึงแนะนำให้เจ้าของพาน้องแมวมาตรวจด้วย ซึ่งผลก็ปรากฏกว่า พบตัวไรในหูของน้องแมวเช่นกัน 

Dogilike.com :: รู้จักไรในหู (Ear mites) ศัตรูตัวสำคัญของสุนัขและแมว


ไรในหู คืออะไร

 
     ไรในหู (Ear mites) เป็นปรสิตที่อาศัยอยู่บนผิวด้านในช่องหูและบริเวณใกล้เคียง มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Otodectes cynotis  พบได้ทั้งในสุนัขและแมว อาศัยไขมันและเศษผิวหนังเป็นอาหาร มีวงจรชีวิตประมาณ 3 สัปดาห์ เป็นตัวไรที่มีขนาดเล็ก แต่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าได้ ลักษณะเป็นจุดขาว ๆ เคลื่อนไหวได้อยู่บนขี้หู แต่เวลาตรวจจะต้องส่องดูภายใต้กล้องจุลทรรศน์จึงจะเห็นตัวได้อย่างชัดเจน สามารถติดได้ง่ายผ่านการสัมผัสคลุกคลีกับสัตว์ที่เป็น สัตว์ที่เลี้ยงร่วมกันในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นสุนัขกับสุนัข สุนัขกับแมว หรือแมวกับแมว เมื่อเป็นแล้วสามารถจึงแพร่เชื้อให้กันได้ 

Dogilike.com :: รู้จักไรในหู (Ear mites) ศัตรูตัวสำคัญของสุนัขและแมว

    
     จากการศึกษาของ Fayez Awadalla Salib และคณะ ในปี ค.ศ. 2011 ในแมวจำนวน 289 ตัว ตรวจพบไรในหู 24.56% (mono-specific infestation) และในสุนัขจำนวน 223 ตัว ตรวจพบไรในหู 7.17% (mono-specific infestation) โดยพบว่าลูกสัตว์เป็นช่วงวัยที่พบได้มากที่สุด ซึ่งใกล้เคียงกับผลการศึกษาของ Clarissa P. Souza และคณะ ในปี ค.ศ. 2008 ในสุนัขจำนวน 250 ตัว พบไรในหู 6% โดยพบมากสุดในช่วงอายุน้อยกว่า 1 ปี 
 
 

ไรในหู สาเหตุสำคัญของโรคช่องหูอักเสบ

 
     ไรในหูเป็นสาเหตุของการเกิดโรคช่องหูอักเสบ (Otitis) ในสุนัขและแมว ซึ่งอาจเป็นสาเหตุหลักเพียงอย่างเดียว หรืออาจเป็นร่วมกับการติดเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อยีสต์ด้วยก็ได้ สัตว์ป่วยจะมีขี้หูจำนวนมาก ลักษณะออกสีดำหรือสีน้ำตาลเข้ม มีอาการคันหูรุนแรง บางตัวสะบัดหัวจนใบหูบวม (aural hematoma) หรือเกาหูจนเกิดการอักเสบ บางรายเป็นรุนแรงเกิดการติดเชื้อไปยังช่องหูชั้นกลางและชั้นใน ทำให้มีอาการทางระบบประสาท เช่น หัวเอียง เดินวน เดินเซ ได้ด้วยครับ

Dogilike.com :: รู้จักไรในหู (Ear mites) ศัตรูตัวสำคัญของสุนัขและแมว

 

การรับมือกับไรในหู


 
     มีผลิตภัณฑ์มากมายที่สามารถใช้กำจัดไรในหูน้องหมาได้ ที่ปลอดภัยและนิยมใช้ มักเป็นผลิตภัณฑ์ประเภทหยอดหลังคอ ที่มีส่วนประกอบของยาเซลาแมกติน (Selamectin) หรือยาโมซิเด็กติน (Moxidectin) โดยทำการรักษาร่วมกับการทำความสะอาดช่องหูให้น้องหมาเป็นประจำ บางรายหากมีการติดเชื้อร่วมกับแบคทีเรียและเชื้อยีสต์ คุณหมออาจจ่ายยาหยอดหูมาให้ด้วย หลังจากนั้นคุณหมอจะนัดตรวจหูซ้ำภายหลัง 2-4 สัปดาห์ ถ้าหากยังมีการตรวจพบอยู่ ก็จะทำการหยอดซ้ำอีกครั้งครับ 

Dogilike.com :: รู้จักไรในหู (Ear mites) ศัตรูตัวสำคัญของสุนัขและแมว

    
     เนื่องจากไรในหูสามารถติดต่อกันได้ง่าย หากมีสัตว์ตัวอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นสุนัขหรือแมวที่เลี้ยงร่วมกันในบ้าน แนะนำให้พามาตรวจด้วย ถ้าหากมีก็ควรได้รับการรักษาด้วยเช่นกัน ไม่เช่นนั้นก็จะเป็นแหล่งติดต่อกันไปมาไม่จบไม่สิ้น

     การล้างทำความสะอาดหูให้กับสัตว์เลี้ยงเป็นประจำ เป็นหนทางหนึ่งที่สามารถป้องกันโรคไรในหูได้ เจ้าของควรเช็ดหูให้กับน้องหมาเป็นประจำทุก ๆ 1-2 สัปดาห์เป็นอย่างน้อย กรณีรักษาหายแล้ว เจ้าของสามารถหยอดยาป้องกันให้กับน้องหมาเป็นประจำได้ทุกเดือน นอกจากจะใช้กำจัดไรในหูได้แล้ว ยาพวกนี้ยังใช้ป้องกันเห็บ หมัด และพยาธิหนอนหัวใจได้ด้วยครับ
 
 


 
บทความโดย: หมอต้น ด็อกไอไลค์
น.สพ.ธีรภาพ มุสิกานนท์
 
ข้อมูลอ้างอิงบางส่วน
Fayez Awadalla Salib and Taher Ahamed Baraka. 2011. Epidemiology, genetic divergence and acaricides of Otodectes cynotis  in cats and dogs. Veterinary World, 2011, Vol.4 (3): 109-112
Clarissa P. Souza, Regina R. Ramadinha, Fabio B. Scott and Maria Júlia S. Pereira. 2008. Factors associated with the prevalence of Otodectes cynotis in an ambulatory population of dogs. Vet. Bras. 28 (8) : 375-378
 
รูปภาพประกอบ:
www.photographyblogger.net
www.sheknows.com
www.capcvet.org
www.piperbasenji.blogspot.com
www.petmd.com