แก้ไขกระทู้
ชาวเน็ตจีนซึ้ง “7 ปีพลัดพราก หมายังจำเจ้าของได้”


     ไชน่าเดลี - เปิ้น เปิ้น สุนัขน้อยที่พลัดพรากจากเจ้าของถึง 7 ปี แต่มันก็ยังคงจดจำเสียงของเจ้าของได้
       
       เฉิน อี้หยัง ชาวบ้านในกรุงปักกิ่งวัย 21 ปี กลับมาได้พบกับเจ้าสัตว์เลี้ยงแสนรักของเขาได้อย่างน่าประหลาดใจอีกครั้ง “ผมกำลังขับจักรยานยนต์ไปบ้านพ่อกับแม่หลังจากเลิกงานเมื่อวันที่ 6 ก.พ. และผมเหลือบไปเห็นหมาน้อยตัวหนึ่งมอบอยู่ข้างถนน” เฉินกล่าว
       
       “เจ้าหมาดังกล่าวช่างเหมือนกับหมาของผมที่หายไปเมื่อ 7 ปีที่แล้ว ผมหยุดรถ ถอดหมวกกันน็อกออก ผิวปากและเรียกชื่อมันออกไป เปิ้นเปิ้น เจ้าหมาตัวเมียจ้องมองผม 3 วิ แล้วก็วิ่งรี่เข้ามาหาผมด้วยท่าทางที่ดีใจที่สุดในชีวิตของมัน”
       
       การได้กลับมาพบกันอีกในครั้งนี้ช่างประจวบเหมาะกับเทศกาลโคมของจีน ซึ่งถือเป็นโอกาสที่ครอบครัวจะได้หวนกลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตาอีกครั้ง
       
       เฉิน เก็บเจ้าสุนัขเปิ้นเปิ้นมาเลี้ยงไว้ตั้งแต่เรียนมัธยมปลายในปี 2545 เมื่อเจ้าหมาน้อยเพิ่งคลอดได้เดือนเดียว โดยเฉินไปเยี่ยมบ้านเพื่อนแล้วพบเจ้าเปิ้นเปิ้น จึงขอจากเพื่อนมาเลี้ยง
       
       เปิ้นเปิ้นหายตัวไปในปี 2548 ตอนที่เฉินพามันไปเดินเล่นในสวนสาธารณะใกล้ ๆ เปิ้นเปิ้นที่ไม่ได้ล่ามเชือกหายไปในพุ่มไม้ และเหมือนจะหายไปตลอดกาล
       
       “ตอนนั้นผมคุยกับใครสักคนและไม่ได้สังเกตว่า เปิ้นเปิ้นหายตัวไป” เฉินกล่าว “ตอนนั้นต่อให้ผมเรียกเปิ้นเปิ้น มันก็ไม่อาจกลับออกมาได้เนื่องจากพุ่มไม้หนาเป็นรั้วกั้นขวางมันไว้”
       
       เฉินเดินตามหาทั่วสวนสาธารณะเป็นสัปดาห์ก่อนที่จะยอมปล่อยเปิ้นเปิ้นไป
       
       ภาพถ่ายของเฉินที่พบเปิ้นเปิ้นโดยไม่คาดฝันนั้น บนใบหน้าของเขาเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตาแห่งความสุขและยินดี
       
       “ผมไม่รู้ว่าจะร้องไห้หรือยิ้ม ผมตื้นตันมาก เพราะว่าสุนัขเร่รอนในกรุงปักกิ่งมักจะถูกจับและนำไปฆ่า”
       
       เฉินมั่นใจว่า สุนัขที่เขาอ้างว่าเป็นเปิ้นเปิ้นนั้นคือตัวจริง “ผมเป็นเจ้าของ ผมรู้จักหมาของผมดี แค่เห็นผมก็จำได้ทั้งหาง อุ้งเท้าเปิ้นเปิ้นเป็นสีขาว”
       
       น่าแปลกมากที่อาการของเปิ้นเปิ้นไม่เป็นอะไร


       
       “เปิ้นเปิ้นไม่เปลี่ยนไปมาก นอกจากผอมลงบ้าง ตอนนี้มันเริ่มเชื่องช้าลงและไม่ปราดเปรียวเหมือนเมื่อก่อน”
       
       7 ปีล่วงมาแล้ว นิสัยเจ้าเปิ้นเปิ้นต้องเปลี่ยนไปเป็นธรรมดา เพราะมันต้องเอาตัวรอดและต้องป้องกันตัวเอง
       
       “มันเคยเลือกกินอาหารมาก ตอนนี้อะไรก็กินหมด แม้แต่คุ้ยขยะมันก็กิน”
       
       ดูเหมือนตอนนี้มันหวาดกลัวมากขึ้น ขณะที่นักข่าวถือกล้องถ่ายรูปกำลังจะถ่ายภาพมันก็วิ่งหลบไป “ตอนนี้เปิ้นเปิ้นกลัวคนมาก โดยเฉพาะคนที่มีอะไรอยู่ในมือ ก่อนหน้านี้ไม่มีใครเลยนอกจากผมและพ่อแม่ของผม”
       
       ขณะนี้เฉินได้รับความเห็นทางไมโครบล็อกจำนวนมาก

       “ผมก็เลี้ยงหมา ผมรู้ว่าความผูกพันระหว่างคนและสัตว์เลี้ยงนั้นเป็นเช่นไร ผมปลาบปลื้มจนน้ำตาไหลที่ได้อ่านเรื่องของคุณ” จูจื้อชิง บล็อกเกอร์คนหนึ่งเขียน
       
ที่มา manager